แอร์บัส ประกาศรับสมัครงานด่วน! 0 1305

แอร์บัสจะจัดงาน “AfterWork: ตามล่าหางานในฝัน!” ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ เพื่อเฟ้นหาผู้ร่วมงานใหม่สำหรับภาคนวัตกรรมที่สำนักงานในเมืองตูลูสตำแหน่งงานในภาคส่วนดิจิทัลเปิดรับพนักงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ “ระบบคลาวด์ (Cloud)” บิ๊กดาต้า (Big Data) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) อินเตอร์เน็ตออฟธิง (IoT) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ผู้สมัครที่มีทักษะเหล่านี้จะมีโอกาสได้พบปะเพื่อพูดคุยกับบุคลากรที่ดูแลเกี่ยวข้องกับโครงการของแอร์บัส ตำแหน่งว่างในประเทศฝรั่งเศสนั้นเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ ผู้สำเร็จในระดับปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปีขึ้น ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นเวลา 2-3 ปี หรือมากกว่านั้น และผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางวิชาชีพ

โปรแกรมนี้รวมไปถึงการนำเสนอข้อมูลโครงการหลักที่เป็นกลยุทธ์พื้นฐานสำหรับอนาคตและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล กิจกรรมต่างๆ (การทดลองการใช้เทคโนโลยีภาพเสมือน) และการสัมภาษณ์ โดยจะทำการคัดเลือกบุคคลที่มีมีความสามารถเป็นพิเศษเพื่อมารับตำแหน่งเท่านั้น

สามารถค้นหาตำแหน่งว่างได้แบบออนไลน์ได้ที่ www.dreamjob-airbus.com

ผู้สมัครที่ต้องการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สามารถยื่นใบสมัครได้ถึงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เฉพาะผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานครั้งนี้ พร้อมข้อมูลเพื่อเข้าร่วมในช่วงรับสมัครงานในช่วงเย็น

“นอกจากโอกาสการทำงานและการดำเนินโครงการหลักด้านการบินและอวกาศแล้ว แอร์บัสยังพร้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และมีมาตรฐานเป็นสากล” นายเธียรี่ บาริล ประธานเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคลของแอร์บัส กล่าว และเสริมอีกว่า “เราจะยินดีเป็นอย่างยิ่งหากมีโอกาสได้พบปะกับผู้สมัครให้ได้มากที่สุดในคืนนี้ เพราะแสดงให้เห็นว่าแอร์บัสเป็นบริษัทที่มีนวัตกรรมล้ำหน้าที่สุดแห่งหนึ่ง”

ในปี พ.ศ. 2560 แอร์บัสว่าจ้างบุคลากรกว่า 3,000 คน และในปี พ.ศ. 2561 บริษัทวางแผนว่าจ้างบุคลากรเพิ่มอีกประมาณ 4,000 คนทั่วโลก โดยกว่า 500 ตำแหน่งที่เปิดรับในปีนี้ในภาคดิจิทัล มี 250 ตำแหน่งที่ประจำอยู่ประเทศฝรั่งเศส ตำแหน่งเหล่านี้ต้องการผู้ที่มีทักษะความสามารถสูง พร้อมที่จะลงทุนลงแรงในการพัฒนาตนเองในการทำงานกับโครงการเทคโนโลยีล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเครื่องบินพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์ หรือ การป้องกันและอวกาศ

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โปรฯ เลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับหนุ่มสาววัยหลัก 4 0 1356

การดูแลดวงตา คือเทรนด์สุขภาพใกล้ตัวคุณที่ห้ามมองข้าม เพราะนั่นคือการมองเห็นที่ดีในทุกๆ วัน โดยเฉพาะบุคคลที่ก้าวสู่วัยหลัก 4 ซึ่งจะเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นที่ลดลงของกล้ามเนื้อเลนส์แก้วตา ทำให้การเพ่งมองนั้นไม่สมบูรณ์ 100% เช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตยุคดิจิตอลกับกิจกรรมติดจอทั้งในหน้าทีการงานและความโซเชียลระหว่างวัน ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นทางเลือก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของมนุษย์เรา ที่สามารถคิดดีไซน์ให้พลาสติกชิ้นกลมๆ สามารถรองรับค่าสายตา ให้มองเห็นชัดได้หลากหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง ไกล โดยไม่มีรอยต่อไม่สวยงามบนเลนส์ที่ฟ้องอายุผู้สวมใส่ และไม่ต้องมองลอดแว่นให้ลำบาก

นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงไทย ออพติค จำกัด กล่าวว่า “เคที ออพติค เรามีเทคโนโลยีในการวัดค่าสายตาด้วยระบบดิจิตอลทุกสาขา ในแคมเปญนี้เราได้เพิ่มทางเลือกเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า โดยเราใช้ชื่อแคมเปญว่า การไขรหัสลับดวงตา ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับกรอบแว่นตาที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะช่วยให้ตำแหน่งการมองเห็นใกล้เคียงกับการใช้สายตาธรรมชาติของแต่ละท่านที่สุด ผู้สวมใส่เลนส์จึงมองเห็นได้ลื่นไหล และสบายตา มากกว่าการใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปในการตัดประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นตา”

สำหรับเลนส์ที่เลือกใช้ร่วมรายการในแคมเปญนี้ KT Optic เลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเอสซีลอร์ จากประเทศฝรั่งเศส เพราะเป็นผู้คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟเจ้าแรกของโลก และยังคงพัฒนานวัตกรรมเลนส์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีการขัดเลนส์ขั้นสูงด้วยระบบดิจิตอล จึงทำให้เลนส์มีโครงสร้างที่ดีมาก มีมุมมองกว้าง คมชัด สบายตา ผู้สวมใส่จึงปรับความคุ้นชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟคู่ใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว

ลองเข้ามาวัดสายตากับ KT Optic ได้ทุกสาขา ซึ่งมีบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มาถอดรหัสลับดวงตา ทราบค่า W-T-V ของคุณ และจะทำให้คุณได้เลนส์ที่ดีที่สุดบนกรอบแว่นสุดเก๋ที่คุณเลือก เพื่อการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสบายตาสูงสุด

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลองไขรหัสลับดวงตากับ KT Optic วันนี้ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท จากราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในกลุ่ม Varilux จาก Essilor หมดเขต 30 มิ.ย. นี้ เท่านั้น

ธุรกิจขายตรงระดับโลก จ่อยึดไทยศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก 0 1325

ธุรกิจขายตรงระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นศูนย์กิจกรรมพัฒนาบุคลากรและธุรกิจ จ่อนำสมาชิกกว่าสี่หมื่นคนจัดงานใหญ่

บริษัทขายตรงระดับโลกเลือกไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรม เหตุธุรกิจในไทยขยายตัวสูง เตรียมนำสมาชิกกว่า 4 หมื่นคนเข้ามาอบรม วางแผนและท่องเที่ยวในปีนี้ ด้าน ทีเส็บ มั่นใจรายได้จากอินเซ็นทีฟของไทยแตะ 22,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย

มร.สก็อต เอ. ลิวอิส (Scott A. Lewis) ประธานบริหารด้านวิสัยทัศน์ บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล จำกัด ธุรกิจเครือข่ายขายตรงจากอเมริกา กล่าวว่า บริษัทเตรียมจัดงาน Jeunesse Expo World Tour 2018 – Bangkok งานสัมมนาประจำปีระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “รุ่งโรจน์” หรือ “Thrive” ระหว่างวันที่ 20 – 23 กันยายน 2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า และอาคารแสดงสินค้า ฮอลล์ 1 – 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้แทนขายตรงจากทั่วภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิค แอฟริกาและอินเดียกว่า 12,000 คน เป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้แทนของเจอเนสส์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การประกาศทิศทางการตลาดประจำปี 2562 และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจอิสระของเจอเนสส์ฯ แสดงความคิดเห็นและรับฟังคำแนะนำในการทำธุรกิจเพื่อนำไปปรับใช้ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจที่ดี รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย

“ธุรกิจของเจอเนสส์ โกลบอล ขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศแรกที่เจอเนสส์ฯ เข้าทำตลาดอย่างจริงจัง ทำให้บริษัทตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการจัดประชุมใหญ่ประจำปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีเส็บ ทั้งด้านงบประมาณ การให้ข้อมูล คำปรึกษา และการประสานงานที่จะทำให้การจัดงานครั้งนี้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางแผนไว้”

ด้าน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีความยินดีที่จะได้ต้อนรับกลุ่มอินเซ็นทีฟเหล่านี้ เพราะผู้เข้ามาร่วมแต่ละคนล้วนแต่เป็นแชมเปี้ยนของบริษัทของตนทั้งสิ้น การมาอบรมและวางแผนธุรกิจย่อมจะช่วยพัฒนาสมาชิกชาวไทยไปด้วย นอกจากนี้จะเพิ่มความเข้มแข็งด้านภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยได้เป็นอย่างดี”

ในปีงบประมาณ 2560 ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้น 1,276,411 คน สร้างรายได้ 104,641 ล้านบาท มีนักเดินทางกลุ่มประชุมสัมมนา จำนวน 259,901 คน สร้างรายได้ 24,478 ล้านบาท และนักเดินทางกลุ่มอินเซนทิฟ จำนวน 271,793 คน สร้างรายได้ 16,696 ล้านบาท โดย 5 อันดับประเทศที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มอินเซ็นทีฟเข้าประเทศไทยสูงสุดเรียงตามลำดับในปีที่ผ่านมา ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดอย่างต่อเนื่องของทีเส็บ ประกอบกับภาพลักษณ์ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทยทำให้ในปี 2561 นี้มีแนวโน้มที่อินเซ็นทิฟในประเทศไทยจะขยายตัวมาก คาดว่าประมาณการภาพรวมตลาดอินเซ็นทีฟประเทศไทยจะมีจำนวนนักเดินทางประมาณ 285,000 คน และสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศประมาณ 23,940 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป

การจัดงานอินเซ็นทีฟของกลุ่มขายตรง นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานอินเซ็นทีฟในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ต่อเจ้าของงาน ผู้จัดงาน และผู้ร่วมงานจากต่างประเทศให้ได้จดจำบทบาทดังกล่าวของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการตัดสินใจเลือกที่จะมาจัดงานในประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจขายตรงขนาดใหญ่ที่มาจัดอินเซ็นทีฟในกรุงเทพฯและเมืองรองของประเทศไทย กระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ เช่น การจัดงาน Herbalife North Asia Extravaganza 2018 หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Herbalife จำนวน 10,000 คน ระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงาน 2018 JM Top Incentive Seminar Thailand หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท JoyMain จำนวน 3,500 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 พฤษภาคม ที่พัทยา การจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Yofoto จากประเทศจีน จำนวน 4,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา รวมถึงการจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Infinitus จำนวน 10,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา และคาดว่า จะมีผู้ที่อยู่ในธุรกิจขายตรงทั่วโลก เข้าร่วมประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟในประเทศไทยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 40,000 คน