โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ 0 3651

โพรแพ็ค เอเชีย ครั้งที่ 26 ยิ่งใหญ่ที่สุดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและการบริหารจัดการการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ จากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 26 กับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ตลอดระยะเวลา 25 ปี โพรแพ็ค เอเชีย นับเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง ซึ่งมีผู้ร่วมจัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นในทุกครั้งของการจัดงาน ทำให้ในการจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นจาก 8 ฮอลล์ เป็น 9 ฮอลล์ ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมพื้นที่ 58,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้น 10 %

โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 1,600 ราย จาก 45 ประเทศ ที่พร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ล่าสุดตลอด 9 โซน อุตสาหกรรมครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป (ProcessingTechAsia), เทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ (PackagingTechAsia), เทคโนโลยีด้านเครื่องดื่ม (DrinkTechAsia), เทคโนโลยีด้านเภสัชกรรม (PharmaTechAsia), ห้องทดลองและการทดสอบ (Lab&TestAsia), บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป (MaterialsAsia), การใส่รหัสสินค้าการทำเครื่องหมายและฉลาก (Coding,Marking&LabellingAsia) และ ห่วงโซ่ความเย็นระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Coldchain,Logistics&WarehousingAsia) และเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ (Printech Asia) พร้อมพบกับ 18 พาวิลเลี่ยน จาก 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ สเปน ไต้หวัน อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 นำเสนอเครื่องจักรที่ทันสมัยกว่า 5,000 รายการ สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่ กลาง SME จนถึงผู้เริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นคำตอบและทางออกให้กับผู้ผลิตและธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงการดำเนินงานและการไปถึงเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกพร้อมใจกันนำนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติและความแตกต่างที่สร้างอนาคตในอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ อาทิ การเชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกอย่างผ่านระบบ Network และเครือข่าย Internet หรือ IOT นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรหุ่นยนต์และมนุษย์ ระบบจำลองการผลิตภายในโรงงาน

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดสัมมนาที่น่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรม อาทิ ‘Active & Intelligent Packaging Industry Association (AIPIA) Conference: Active & Intelligent Packaging Technologies for Smart Printing & Packaging for the Digital Age’, ‘Australian Institute of Packaging (AIP) Training Course: The Role of Packaging in Minimising Food Waste’, และ ‘Food Industry Asia (FIA) Conference: Sustainable Packaging: Tackling plastic waste in Southeast Asia’ ฯลฯ

นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เข้าร่วมชมงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะได้รับว่า “ผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะได้พบกับไฮไลท์นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสามารถเหนือชั้นและความยืดหยุ่นที่หลากหลาย โดยวันนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีงานโพรแพ็ค เอเชีย เป็นสะพานเชื่อมต่อ และช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรายินดีต้อนรับทุกท่านซึ่งพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อร่วมสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และดียิ่งขึ้น”

นอกจากนั้นภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย ยังมีการจัดประชุมด้านอุตสาหกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Food Innovation Asia Conference 2018, Food Innovation Contest 2018, Asia Drink Conference 2018, PharmaTech Seminar 2018, TISTR Conference 2018, The Department of Industrial Promotion Seminar 2018, The FoSTAT-Nestle Bowl Quiz, Food Focus Thailand Seminar 2018, ThaiStar – AsiaStar – WorldStar 2018 Awards Ceremony, SME focused workshops and packaging seminars ฯลฯ

งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 เป็นงานสำคัญของผู้เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่สนใจเรียนรู้และสัมผัสกับนวัตกรรมของผู้นำด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและระบบการจัดการที่ทันสมัย และยังเป็นเวทีที่จะขยายความร่วมมือร่วมกับมืออาชีพ พร้อมทั้งได้รับข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมจากกิจกรรมการประชุมสัมมนาที่น่าสนใจ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4288

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4858

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561