รีวิวงานใหญ่อลังการ “THAIFEX – World of Food Asia 2018” 0 1879

ยิ่งใหญ่อลังการ “THAIFEX – World of Food Asia 2018” สุดยอดงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยชูแนวคิด “Thailand Creative Food”

“THAIFEX – World of Food Asia 2018” ปีนี้ จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 27 ปีที่จัดมา เต็มพื้นที่กว่า 107,000 ตร.ม.ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดง 11 ฮอลล์ มีผู้ร่วมออกร้านมากกว่า 2,537 ราย จาก 41 ประเทศทั่วโลก ในแนวคิดเปิดมุมมองใหม่ “Thailand Creative Food” แสดงศักยภาพประเทศไทยในฐานะครัวสร้างสรรค์ของโลก ตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล งานนี้คาดเงินสะพัด 11,500 ล้านบาท

ไฮไลท์ของงานในปีนี้จะเน้นการจัดแสดงนวัตกรรมสร้างสรรค์สินค้าอาหาร ซึ่งจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษ “Creative Food Pavilion” โดยภายในแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 โซน ได้แก่ 1. โซน “Alternative Sources” 2. โซน “The Natural Wonders” 3. โซน “Thai Wisdom” 4. โซน “The Exotic Experience” และ 5. Creative Food

ไฮไลท์นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ

• E Market Place บริการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างเว็บไซต์ market online ชื่อดังระดับโลก อาทิ Amazon (อเมริกา), Gosoko (แอฟริกา), Tmall (จีน) และ Redmart (สิงคโปร์) เพื่อเป็นอีกช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการ

• การจัดสัมมนาโดยสถาบัน NEA กว่า 43 หัวข้อ และได้รับความร่วมมือจาก โคโลญ เมสเซ่ อินโนว่า หอการค้า ตลอด 4 วัน ตอบโจทก์ทุกรูปแบบในอุตสาหกรรมอาหาร

• โชว์เคสสุดยอด 50 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่โดดเด่น เต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และรสชาติได้รับการคัดสรรมาแล้วที่ THAIFEXtaste Innovation Show

• การวิเคราะห์เชิงลึกถึงโอกาสและความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากกูรูชั้นนำ บริการให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ Packaging และด้านโลจิสติกส์ โดยสมาคมที่เกี่ยวข้อง

• “31T” (บิท) คือ การออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อให้ นักธุรกิจที่เข้าชมงาน THAIFEX 2018 ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโลกทัศน์แห่งรสชาติในบริบทใหม่และร่วมรังสรรค์ความเป็นได้ของสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่ Innovation Design Zone

• Thai SELECT Pavilion กิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป และร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

• 60+ Pavilion : นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้บริโภคกลุ่มสูงอายุ ผลิตภัณฑ์ Anti-aging ตลอดจน Functional Food
• การสัมมนาเจาะลึกด้านนวัตกรรมอาหาร Innofood Asia Conference
• การแข่งขันทำอาหาร Thailand Ultimate Chef Challenge การปรุงกาแฟจากบาริสต้าชื่อดัง Celebrity Coffee Bar และแข่งแกะสลักตกแต่งอาหาร เป็นต้น
• มหานครผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี

ใครที่พลาดชมงานในปีนี้ คงต้องรออีกครั้งในปีหน้า รีบลงตารางรอไว้ ส่วนจะวันไหนติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.ditp.go.th และ www.thaifexworldoffoodasia.com หรือ สายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ครั้งที่ 26 การกลับมาของโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับสินค้าและบริการระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลก 0 6822

ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นที่การจัดงานที่เพิ่มขึ้น 20% ทำให้ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและบริการระดับพรีเมี่ยมที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้นำในอุตสาหกรรม
งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 26 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 พร้อมยังคงความยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคในฐานะงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและโรงแรมพรีเมี่ยมนานาชาติ ในปีนี้พบกับรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่รวมพื้นที่ 3 ฮอลล์จัดงานเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้น 20% รองรับผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมจากผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 400 ราย รวมทั้งพบกับกิจกรรมและงานสัมมนาใหม่สำหรับผู้เข้าร่วมชมงานและการดำเนินธุรกิจ

เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยและภูมิภาค งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จึงได้มีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา เป็น 18,000 ตารางเมตร เต็มพื้นที่การจัดงาน 3 ฮอลล์ (102-104) ของศูนย์ไบเทค บางนา ภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมกว่า 1,500 แบรนด์ ที่รอให้ค้นพบ ผู้ร่วมชมงานจะสามารถสร้างความสัมพันธ์และพบกับผู้นำในธุรกิจอาหารและโรงแรมมืออาชีพในและต่างประเทศกว่า 400 ราย จาก 33 ประเทศ กับ 7 พาวิลเลี่ยนนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจประกอบด้วย จีน อิตาลี ญี่ปุ่น (x3) โปแลนด์ และแอฟริกาใต้

นอกจากนั้นภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ยังมีการประชุมเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิ งานประชุมสภาอุตสาหกรรมโรงแรมไทยครั้งที่ 20 การแข่งขันเชฟชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 24 งานสัมมนาสมาคมภัตตาคารไทย การแข่งขันวาดลวดลายศิลปะบนถ้วยกาแฟ การประกวดไวน์ครั้งที่ 14 และ สัมมนาไวน์ 2018 การแข่งขันผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ฝรั่งเศสและไวน์ไทย 2018 พร้อมพบกับ 5 กิจกรรมใหม่ที่พลาดไม่ได้ ทั้งการอบรมการทำไอศกรีมเจลาโต้โดย Carpigiani Gelato University การแข่งขันการสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากกาแฟผสมแอลกอฮอลล์ 2019 การสอนเชิงสาธิต คลาสสาเกและวิสกี้โดยสมาคมเครื่องดื่มมืออาชีพแห่งภูมิภาคอาเซียน และงานสัมมนาเรื่องการจัดการเรื่องการแพ้อาหารสำหรับธุรกิจอาหารและการจัดเลี้ยง

การกลับมาของงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้จะสูงถึง 3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 30 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้น13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30% จาก 3.5 ล้านคน เป็น 1.6 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งสนใจที่จะท่องเที่ยวทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง

“ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นและมีการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการมีการเติบโตพร้อมไปกับแนวโน้มในการพัฒนาและโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มอาหารและโรงแรมที่สามารถขยายตัวจนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ถือเป็นผู้นำในการจัดงานแสดงสินค้าอาหารและบริการพรีเมี่ยมระดับนานาชาติ และ ถือเป็นงานที่มีกานนำเสนอแนวคิดและแนวทางใหม่ๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องมีการมองและก้าวไปข้างหน้าเพื่อการเติบโตและการพัฒนาในธุรกิจ” นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโต และ ยังสร้างพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจกทั้งในและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และ แนวทางการดำเนินธุรกิจตามแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุด”

งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 เวลา 10.00-18.00 น. ฮอลล์ 102-104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมการจัดงานได้ที่ www.foodhotelthailand.com

ไปคุยกับราชบัณฑิตอายุ 90 อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต? 0 3466

“อะไรกันนักกันหนากับพาราควอต”..หมอสมชัย บวรกิตติ (ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา) บ่นพึมพำเมื่อไปบอกเล่าข่าวโหมพาราควอตในระยะนี้ว่าเขาจะห้ามนำพาราควอตเข้าประเทศอีกแล้ว เขาจะไม่ให้เกษตรกรใช้พาราควอตกำจัดวัชพืช และจะห้ามใช้สารเคมีอีกหลายตัวที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ

คุณหมอบอกว่า “เห็นได้ชัดว่าเป็นการดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลซ้ำๆ ที่ไม่มีความรู้จริงเรื่องสารเหล่านี้” และ โดยคนอีกกลุ่มที่ไม่หางานทำที่เป็นสาระประโยชน์ ท่านว่า “คนที่รู้ความแล้วคงพอรู้ว่าสารทุกชนิดที่คนนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ทางเกษตรกรรมหรือทางแพทย์เป็นสารพิษทั้งนั้น” มากน้อยแล้วแต่ชนิดสาร “แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้สารพิษจริงๆ ก็หาวิธีการควบคุมการใช้ให้ถูกต้อง” ยาที่หมอใช้รักษาคนไข้ก็มีพิษ แต่เขามีเอกสารแจ้งวิธีใช้ที่ถูกต้อง ถ้าคนไข้เอาไปใช้อย่างถูกต้องก็ได้ประโยชน์และไม่เกิดโทษ มีข่าวบ่อยๆ ที่คนเอายาไปกินฆ่าตัวตายกัน

สารทางเกษตรกรรมก็เช่นกัน ถ้ามีการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง การใช้ก็เป็นประโยชน์ไม่เกิดโทษ อย่างเช่น “พาราควอตที่คนเอาไปดื่มฆ่าตัวตายหรือดื่มเพราะความเผลอเรอก็ป้องกันได้ หากมีวิธีการอื่น” เช่น ให้จำหน่ายสารเจือจางบรรจุถังที่เปิดใช้ไม่ได้แบบถังแก๊สหุงต้ม ให้ขายทั้งถังชนิดความเข้มต่างๆ ตามที่เกษตรกรใช้กัน เมื่อจะใช้ก็เสียบสายพ่นที่พ่นละอองขนาดใหญ่ไม่ให้สูดหายใจเข้าปอด โดยวิธีนี้เกษตรกรไม่ต้องซื้อสารเข้มข้นไปเจือจางเองที่เกิดอันตรายได้ และไม่ต้องกลัวใครในบ้านเอาไปดื่มไปอาบฆ่าตัวตาย ไม่ต้องกลัวว่าจะหายใจเข้าปอด

“และถ้าแต่งเนื้อแต่งตัวป้องกันถูกต้องและรู้จักฉีดตามทิศทางลมที่ถูกต้องก็ไม่กลัวการเปียกปอนเสื้อผ้า และที่จริงแล้วพาราควอตที่นำมาฉีดก็เจือจางมากถูกตัวก็ไม่มีอันตราย พอไปอาบน้ำล้างตัวก็ปลอดภัย ที่ว่าพ่นลงดินแล้วลงไปปนเปื้อนแหล่งน้ำก็ไม่น่ากลัว เพราะสารเจือจางมากแล้วลงไปในน้ำก็ยิ่งเจือจางมากขึ้น ไม่เป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตอะไร และก็อยู่ในน้ำไม่กี่วันก็สิ้นความเป็นพาราควอต”

หมอสมชัยว่าพอรู้เรื่องพาราควอตทางการแพทย์บ้าง “เคยพบคนไข้ที่ดื่มพาราควอตฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่เคยพบเกษตรกรเป็นโรคพิษพาราควอต เคยอ่านรายงานพบพาราควอตในเลือดหญิงท้องแก่มาคลอดลูกและพบในเลือดสายสะดือ แต่ไม่ได้รายงานอาการพิษพาราควอตในแม่และเด็ก คงไม่มีจึงไม่บอกไว้” ถ้าจะให้คิดว่าพาราควอตมาจากไหนก็ว่าคงดื่มกินพาราควอตเจือจางปริมาณน้อยๆ ก่อนมาโรงพยาบาลไม่นาน เพราะตอนท้องแก่มากๆ คงออกไปทำงานพ่นพาราควอตไม่ไหว และถ้าได้รับมากๆ ก็คงต้องไปโรงพยาบาลแล้ว และลูกในท้องก็น่าจะเสียชีวิตก่อนคลอดแล้ว

เรื่องโรคพาร์ฅินสันในเกษตรกร ตัวเองไม่ใช่หมอโรคประสาท และอาจไม่ได้ติดตามเอกสารวิชาการเพียงพอ เลยไม่เคยพบเห็นรายงานโรคพาราควอตในเกษตรกรในประเทศไทย ถ้ามีก็อยากได้รายงานมาอ่านประดับความรู้บ้าง ใครมีเอกสารกรุณาทำบุญคุณ เรื่องโรคพาร์ฅินสันถ้าพบในเกษตรกรก็ต้องดูอายุผู้ป่วยด้วย เพราะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ต้องสัมผัสพาราควอตก็เป็นโรคพาร์ฅินสันได้

อ่านรายงานข่าวเรื่องผู้ป่วยติดเตียงเยอะขึ้น ทำไมต้องเอาไปเกี่ยวกับพาราควอต ผู้ป่วยที่ป่วยจนขี่เตียงเกิดจากโรคอื่นมากกว่า ไม่เชื่อใครเป็นหมอที่ยังเป็นหมอรักษาคนไข้ลองไปศึกษาผู้ป่วยขี่เตียงดูว่าเป็นโรคอะไรบ้าง น่าจะได้ผลงานวิชาการสวยๆ สักเรื่อง

ลงท้ายอยากแบนโน่นแบนนี่กันนัก ขอร้องให้ช่วยรณรงค์หรือไปกราบอ้อนวอนนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบันที่ทำงานแข็งขัน ขอให้ท่านใช้มาตรา 44 ไปห้ามคนสูบบุหรี่ในประเทศไทย เหมือนที่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้เลิกการสูบฝิ่น!!!