รีวิวงานใหญ่อลังการ “THAIFEX – World of Food Asia 2018” 0 2151

ยิ่งใหญ่อลังการ “THAIFEX – World of Food Asia 2018” สุดยอดงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยชูแนวคิด “Thailand Creative Food”

“THAIFEX – World of Food Asia 2018” ปีนี้ จัดได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 27 ปีที่จัดมา เต็มพื้นที่กว่า 107,000 ตร.ม.ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดแสดง 11 ฮอลล์ มีผู้ร่วมออกร้านมากกว่า 2,537 ราย จาก 41 ประเทศทั่วโลก ในแนวคิดเปิดมุมมองใหม่ “Thailand Creative Food” แสดงศักยภาพประเทศไทยในฐานะครัวสร้างสรรค์ของโลก ตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล งานนี้คาดเงินสะพัด 11,500 ล้านบาท

ไฮไลท์ของงานในปีนี้จะเน้นการจัดแสดงนวัตกรรมสร้างสรรค์สินค้าอาหาร ซึ่งจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษ “Creative Food Pavilion” โดยภายในแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 โซน ได้แก่ 1. โซน “Alternative Sources” 2. โซน “The Natural Wonders” 3. โซน “Thai Wisdom” 4. โซน “The Exotic Experience” และ 5. Creative Food

ไฮไลท์นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ

• E Market Place บริการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างเว็บไซต์ market online ชื่อดังระดับโลก อาทิ Amazon (อเมริกา), Gosoko (แอฟริกา), Tmall (จีน) และ Redmart (สิงคโปร์) เพื่อเป็นอีกช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการ

• การจัดสัมมนาโดยสถาบัน NEA กว่า 43 หัวข้อ และได้รับความร่วมมือจาก โคโลญ เมสเซ่ อินโนว่า หอการค้า ตลอด 4 วัน ตอบโจทก์ทุกรูปแบบในอุตสาหกรรมอาหาร

• โชว์เคสสุดยอด 50 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่โดดเด่น เต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และรสชาติได้รับการคัดสรรมาแล้วที่ THAIFEXtaste Innovation Show

• การวิเคราะห์เชิงลึกถึงโอกาสและความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากกูรูชั้นนำ บริการให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ Packaging และด้านโลจิสติกส์ โดยสมาคมที่เกี่ยวข้อง

• “31T” (บิท) คือ การออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อให้ นักธุรกิจที่เข้าชมงาน THAIFEX 2018 ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดโลกทัศน์แห่งรสชาติในบริบทใหม่และร่วมรังสรรค์ความเป็นได้ของสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่ Innovation Design Zone

• Thai SELECT Pavilion กิจกรรมส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป และร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT

• 60+ Pavilion : นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้บริโภคกลุ่มสูงอายุ ผลิตภัณฑ์ Anti-aging ตลอดจน Functional Food
• การสัมมนาเจาะลึกด้านนวัตกรรมอาหาร Innofood Asia Conference
• การแข่งขันทำอาหาร Thailand Ultimate Chef Challenge การปรุงกาแฟจากบาริสต้าชื่อดัง Celebrity Coffee Bar และแข่งแกะสลักตกแต่งอาหาร เป็นต้น
• มหานครผลไม้จากจังหวัดจันทบุรี

ใครที่พลาดชมงานในปีนี้ คงต้องรออีกครั้งในปีหน้า รีบลงตารางรอไว้ ส่วนจะวันไหนติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.ditp.go.th และ www.thaifexworldoffoodasia.com หรือ สายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กรมการค้าภายในเร่งพัฒนาสินค้าอินทรีย์ไทย 0 9695

กรมการค้าภายในจัดงาน ORGANIC SELECT งานแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์และธรรมชาติเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยยกระดับเข้าสู่งานระดับนานาชาติ

นางสาวสุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมอินทรีย์ ประมาณ 0.357 ล้านไร่ เป็นลำดับที่ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่มีการบริโภคสินค้าอินทรีย์สูงถึงประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท

โดยตลาดอินทรีย์ในภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มูลค่าการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 0.07 ของมูลค่าตลาดโลก ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสขยายตลาดเกษตรอินทรีย์อีกมากทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก กรมการค้าภายใน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจและบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดตลาดเกษตรอินทรีย์ตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2560-2564 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ไทยเป็นผู้นำด้านการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ทางกรมฯได้จัดงาน “ORGANIC SELECT” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้า เจเจ มอลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร/ผู้ประกอบการอินทรีย์ไทย และเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่งานระดับนานาชาติ BIOFACH Southeast Asia 2019 และ NATURAL EXPO Southeast Asia 2019 ซึ่งกรมฯ จะจัดร่วมกับบริษัท นูเรมเบิร์ก เมสเซ่ จำกัด ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2562

“การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ประเทศได้นั้น ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หมายรวมถึงภาคประชาชนในประเทศที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ตลาดสินค้าอินทรีย์ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ซึ่งมีผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะก้าวไปสู่ตลาดในภูมิภาคและของโลกได้อย่างแน่นอน” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเสริม

หมอพืช ซินเจนทา สนับสนุนนโยบายรัฐ สานฝัน วันอาหารโลก 0 10801

ซินเจนทา ขอบคุณ เกษตรกรไทยทุกคน ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จัดการฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรผลิตอาหารได้อย่างยั่งยืน

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา กล่าวเนื่องใน วันอาหารโลก ประจำปี พ.ศ. 2561 ว่า “ซินเจนทา ในฐานะเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์พืช และส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการ และต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคนั้นมีความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบการผลิตวัตถุดิบจากแปลงเกษตรกร จนถึงอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร แต่เมื่อนำหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD มาประเมินความเสี่ยงร่วมกับการบริโภคอาหารแต่ละชนิดในแต่ละวันตลอดชั่วอายุขัยของคนไทยแล้ว พบว่าค่ามาตรฐาน MRLs หรือ ค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่สามารถมีได้ กำหนดไว้ต่ำกว่าจุดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น 100 เท่าในผู้ใหญ่ และ 1,000 เท่าในเด็ก

กรณีที่พบว่า ผลผลิตมีสารตกค้างเกินค่า MRLs ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า ค่าตัวเลขที่เกินนั้น เกินจุดที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และบริโภคผลผลิตนั้นซ้ำหรือต่อเนื่องทุกวันหรือไม่ ทั้งนี้ สามารถนำตัวเลขที่ตรวจพบมาวิเคราะห์และพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานภาครัฐที่คอยติดตาม กำกับ ดูแล เฝ้าระวัง พืชผัก อาหาร ผลไม้ และประเมินความเสี่ยงต่อการบริโภคของคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพบว่า ปัจจุบัน ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมและวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในการใช้สารฯ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เป็นวิธีการปฏิบัติที่ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับว่า จะช่วยลดปริมาณการใช้สารฯ ลดความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ รวมถึง จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้ด้วย

“ซินเจนทา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับทุกภาคส่วน เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้มแข็งต่อไป ดังคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า “We can’t have a secure future of food if we don’t support our farmers. They are our hero” เกษตรกร คือ วีรบุรษตัวจริงของวันอาหารโลก” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป