ธุรกิจขายตรงระดับโลก จ่อยึดไทยศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก 0 1654

ธุรกิจขายตรงระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นศูนย์กิจกรรมพัฒนาบุคลากรและธุรกิจ จ่อนำสมาชิกกว่าสี่หมื่นคนจัดงานใหญ่

บริษัทขายตรงระดับโลกเลือกไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรม เหตุธุรกิจในไทยขยายตัวสูง เตรียมนำสมาชิกกว่า 4 หมื่นคนเข้ามาอบรม วางแผนและท่องเที่ยวในปีนี้ ด้าน ทีเส็บ มั่นใจรายได้จากอินเซ็นทีฟของไทยแตะ 22,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย

มร.สก็อต เอ. ลิวอิส (Scott A. Lewis) ประธานบริหารด้านวิสัยทัศน์ บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล จำกัด ธุรกิจเครือข่ายขายตรงจากอเมริกา กล่าวว่า บริษัทเตรียมจัดงาน Jeunesse Expo World Tour 2018 – Bangkok งานสัมมนาประจำปีระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “รุ่งโรจน์” หรือ “Thrive” ระหว่างวันที่ 20 – 23 กันยายน 2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า และอาคารแสดงสินค้า ฮอลล์ 1 – 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้แทนขายตรงจากทั่วภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิค แอฟริกาและอินเดียกว่า 12,000 คน เป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้แทนของเจอเนสส์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การประกาศทิศทางการตลาดประจำปี 2562 และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจอิสระของเจอเนสส์ฯ แสดงความคิดเห็นและรับฟังคำแนะนำในการทำธุรกิจเพื่อนำไปปรับใช้ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจที่ดี รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย

“ธุรกิจของเจอเนสส์ โกลบอล ขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศแรกที่เจอเนสส์ฯ เข้าทำตลาดอย่างจริงจัง ทำให้บริษัทตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการจัดประชุมใหญ่ประจำปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีเส็บ ทั้งด้านงบประมาณ การให้ข้อมูล คำปรึกษา และการประสานงานที่จะทำให้การจัดงานครั้งนี้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางแผนไว้”

ด้าน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีความยินดีที่จะได้ต้อนรับกลุ่มอินเซ็นทีฟเหล่านี้ เพราะผู้เข้ามาร่วมแต่ละคนล้วนแต่เป็นแชมเปี้ยนของบริษัทของตนทั้งสิ้น การมาอบรมและวางแผนธุรกิจย่อมจะช่วยพัฒนาสมาชิกชาวไทยไปด้วย นอกจากนี้จะเพิ่มความเข้มแข็งด้านภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยได้เป็นอย่างดี”

ในปีงบประมาณ 2560 ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้น 1,276,411 คน สร้างรายได้ 104,641 ล้านบาท มีนักเดินทางกลุ่มประชุมสัมมนา จำนวน 259,901 คน สร้างรายได้ 24,478 ล้านบาท และนักเดินทางกลุ่มอินเซนทิฟ จำนวน 271,793 คน สร้างรายได้ 16,696 ล้านบาท โดย 5 อันดับประเทศที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มอินเซ็นทีฟเข้าประเทศไทยสูงสุดเรียงตามลำดับในปีที่ผ่านมา ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดอย่างต่อเนื่องของทีเส็บ ประกอบกับภาพลักษณ์ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทยทำให้ในปี 2561 นี้มีแนวโน้มที่อินเซ็นทิฟในประเทศไทยจะขยายตัวมาก คาดว่าประมาณการภาพรวมตลาดอินเซ็นทีฟประเทศไทยจะมีจำนวนนักเดินทางประมาณ 285,000 คน และสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศประมาณ 23,940 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป

การจัดงานอินเซ็นทีฟของกลุ่มขายตรง นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานอินเซ็นทีฟในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ต่อเจ้าของงาน ผู้จัดงาน และผู้ร่วมงานจากต่างประเทศให้ได้จดจำบทบาทดังกล่าวของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการตัดสินใจเลือกที่จะมาจัดงานในประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจขายตรงขนาดใหญ่ที่มาจัดอินเซ็นทีฟในกรุงเทพฯและเมืองรองของประเทศไทย กระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ เช่น การจัดงาน Herbalife North Asia Extravaganza 2018 หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Herbalife จำนวน 10,000 คน ระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงาน 2018 JM Top Incentive Seminar Thailand หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท JoyMain จำนวน 3,500 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 พฤษภาคม ที่พัทยา การจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Yofoto จากประเทศจีน จำนวน 4,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา รวมถึงการจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Infinitus จำนวน 10,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา และคาดว่า จะมีผู้ที่อยู่ในธุรกิจขายตรงทั่วโลก เข้าร่วมประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟในประเทศไทยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 40,000 คน

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เกษตรเวียดนามโตเร็ว ชวนไทยขยายตลาดและลงทุน เปิดช่องทางพิเศษ HORTEX Vietnam 2019 0 3018

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ งานประชุมและนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ครั้งที่ 2 หรือ ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม (HORTEX Vietnam 2019) ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของเวียดนามและไทย ได้ร่วมเปิดวิสัยทัศน์ โอกาสการค้าและการลงทุนในเวียดนาม จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมงาน ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam 2019

ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam เป็นงานระดับนานาชาติเพียงหนึ่งเดียวในเวียดนามที่จัดแสดงนวัตกรรมและการประชุมด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปีพ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา โดย บริษัท มินห์ วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ประเทศเวียดนาม ร่วมกับ บริษัท โนวา เอ็กซิบิชั่นส์ จำกัด ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ ได้รับการตอบรับเข้าร่วมจัดงานเป็นอย่างดีจาก 110 บริษัทจาก 20 ประเทศทั่วโลก และมีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 4,530 ราย ส่วนใหญ่จากเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ อาทิ กัมพูชา ไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลี ออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ เปิดเผยว่า “HORTEX Vietnam จัดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออกผักและผลไม้จาก 349 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2552 เพิ่มเป็น 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2560 และในปีนี้ ครึ่งปีแรก สามารถส่งออกได้ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.70 เป็นไปตามแผนของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ซึ่งต้องการให้อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“การจัดงาน HORTEX Vietnam เป็นการรวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเพาะปลูก โรงเรือน ระบบถนอมอาหาร ระบบคัดแยก ระบบเก็บเกี่ยว ระบบแปรรูปผักและผลไม้ บริการด้านการตลาดในเวียดนาม บริการจัดจำหน่ายและส่งออกผัก ผลไม้ และดอกไม้ ผลสำเร็จของการจัดงานครั้งแรก HORTEX Vietnam 2018 ร้อยละ 92 ของบริษัทที่ร่วมจัดแสดงงานพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากนักธุรกิจทั่วโลกเข้ามาเจรจาซื้อขาย และจะมาร่วมแสดงงานอีกครั้ง โดยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงขึ้นสองเท่าจากเดิม เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก” นางลัดดา กล่าวสรุป

HORTEX Vietnam 2019 ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนและการค้า การท่องเที่ยวลามดอง สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งเวียดนาม (วิน่า ฟรุ๊ต) สมาคมดอกไม้ดาลัด และสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำเวียดนาม

สำหรับการจัดงานในวันนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย คณะผู้จัดงานได้นำเสนอไฮไลท์และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการเข้าร่วมจัดงาน HORTEX Vietnam 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอกาสการลงทุนภายใต้นโยบายการค้าเวียดนาม ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมผัก ผลไม้ และดอกไม้เวียดนาม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจในเวียดนาม โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของไทย

ลงทะเบียนฟรี! เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม 0 6416

ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส และ โซลเมสเซ่ เกาหลีใต้ เปิดโอกาส สิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์เพื่อนักธุรกิจไทย ลุยตลาดธุรกิจความงามในเวียดนาม พร้อมเผยข้อมูลตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ชี้ช่องธุรกิจ รับสิทธิพิเศษและประโยชน์จากเวียดนาม พิเศษ! บริการจดทะเบียนสินค้าความงาม จัดหาผู้ร่วมลงทุนและจัดจำหน่ายในเวียดนาม

เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม

1. ภาพรวมตลาดและธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

2. โอกาสและการลงทุนธุรกิจความงามในประเทศเวียดนาม

3. พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนาม

  • a. ระดับความรู้ รายได้ ทัศนคติ และความเชื่อเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • b. ความสามารถในการซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์และบริการความงาม
  • c. ผลิตภัณฑ์และบริการที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเวียดนาม

4. ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจความงามสำหรับนักธุรกิจไทยในเวียดนาม

5. สิ่งที่ ”ควรและไม่ควรปฏิบัติ” ในธุรกิจความงามในเวียดนาม

6. “ช่องทางลัด” ในการดำเนินธุรกิจความงามในเวียดนาม

7. โอกาสทองธุรกิจความงามในประเทศอื่นๆ ได้แก่ กัมพูชา และเมียนมา

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เวลา 09.45 – 11.00 น. ห้องบอร์ดรูม 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เวลา 09.45 น. ลงทะเบียน จำกัดจำนวน 30 ท่าน ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
กรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้าคลิก  
เวลา 10.00 น. เสวนา เปิดทางลัด โอกาสทองนักธุรกิจไทย ลุยตลาดความงามในเวียดนาม
• นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส
• นางจาง ไท ทัน ทูตการค้า สถานทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย
•ดร. สิทธิชัย แดงประเสริฐ เลขาธิการกลุ่มฯ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารเสริม และรองประธานกลุ่มฯ สมุนไพร สภาอุตสาหกรรม
• นายสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธาน คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย
• พญ. นฤมล สิทธิ์บูรณะ Board of Dermatology และ American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine
เวลา 11.00 น. เสร็จสิ้นพิธีการ

วันนี้ วันเดียวเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณสุรีรัตน์ โทร. 084-559-4441 ผู้แทนคณะจัดงานจากเวียดนาม
หรือ Line Id. @prmatter หรือสแกน QR Code ด้านล่าง