ธุรกิจขายตรงระดับโลก จ่อยึดไทยศูนย์กลางเอเชีย-แปซิฟิก 0 1325

ธุรกิจขายตรงระดับโลกเลือกใช้ไทยเป็นศูนย์กิจกรรมพัฒนาบุคลากรและธุรกิจ จ่อนำสมาชิกกว่าสี่หมื่นคนจัดงานใหญ่

บริษัทขายตรงระดับโลกเลือกไทยเป็นศูนย์กลางกิจกรรม เหตุธุรกิจในไทยขยายตัวสูง เตรียมนำสมาชิกกว่า 4 หมื่นคนเข้ามาอบรม วางแผนและท่องเที่ยวในปีนี้ ด้าน ทีเส็บ มั่นใจรายได้จากอินเซ็นทีฟของไทยแตะ 22,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย

มร.สก็อต เอ. ลิวอิส (Scott A. Lewis) ประธานบริหารด้านวิสัยทัศน์ บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล จำกัด ธุรกิจเครือข่ายขายตรงจากอเมริกา กล่าวว่า บริษัทเตรียมจัดงาน Jeunesse Expo World Tour 2018 – Bangkok งานสัมมนาประจำปีระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “รุ่งโรจน์” หรือ “Thrive” ระหว่างวันที่ 20 – 23 กันยายน 2561 ณ อิมแพ็ค อารีน่า และอาคารแสดงสินค้า ฮอลล์ 1 – 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้แทนขายตรงจากทั่วภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิค แอฟริกาและอินเดียกว่า 12,000 คน เป็นการประชุมร่วมกับผู้บริหารและผู้แทนของเจอเนสส์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การประกาศทิศทางการตลาดประจำปี 2562 และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจอิสระของเจอเนสส์ฯ แสดงความคิดเห็นและรับฟังคำแนะนำในการทำธุรกิจเพื่อนำไปปรับใช้ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจที่ดี รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันอีกด้วย

“ธุรกิจของเจอเนสส์ โกลบอล ขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และเป็นประเทศแรกที่เจอเนสส์ฯ เข้าทำตลาดอย่างจริงจัง ทำให้บริษัทตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการจัดประชุมใหญ่ประจำปีเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทีเส็บ ทั้งด้านงบประมาณ การให้ข้อมูล คำปรึกษา และการประสานงานที่จะทำให้การจัดงานครั้งนี้บรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางแผนไว้”

ด้าน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีความยินดีที่จะได้ต้อนรับกลุ่มอินเซ็นทีฟเหล่านี้ เพราะผู้เข้ามาร่วมแต่ละคนล้วนแต่เป็นแชมเปี้ยนของบริษัทของตนทั้งสิ้น การมาอบรมและวางแผนธุรกิจย่อมจะช่วยพัฒนาสมาชิกชาวไทยไปด้วย นอกจากนี้จะเพิ่มความเข้มแข็งด้านภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยได้เป็นอย่างดี”

ในปีงบประมาณ 2560 ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้น 1,276,411 คน สร้างรายได้ 104,641 ล้านบาท มีนักเดินทางกลุ่มประชุมสัมมนา จำนวน 259,901 คน สร้างรายได้ 24,478 ล้านบาท และนักเดินทางกลุ่มอินเซนทิฟ จำนวน 271,793 คน สร้างรายได้ 16,696 ล้านบาท โดย 5 อันดับประเทศที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มอินเซ็นทีฟเข้าประเทศไทยสูงสุดเรียงตามลำดับในปีที่ผ่านมา ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม การทำตลาดอย่างต่อเนื่องของทีเส็บ ประกอบกับภาพลักษณ์ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวของไทยทำให้ในปี 2561 นี้มีแนวโน้มที่อินเซ็นทิฟในประเทศไทยจะขยายตัวมาก คาดว่าประมาณการภาพรวมตลาดอินเซ็นทีฟประเทศไทยจะมีจำนวนนักเดินทางประมาณ 285,000 คน และสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศประมาณ 23,940 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป

การจัดงานอินเซ็นทีฟของกลุ่มขายตรง นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานอินเซ็นทีฟในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ต่อเจ้าของงาน ผู้จัดงาน และผู้ร่วมงานจากต่างประเทศให้ได้จดจำบทบาทดังกล่าวของประเทศไทย และสร้างโอกาสในการตัดสินใจเลือกที่จะมาจัดงานในประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจขายตรงขนาดใหญ่ที่มาจัดอินเซ็นทีฟในกรุงเทพฯและเมืองรองของประเทศไทย กระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ เช่น การจัดงาน Herbalife North Asia Extravaganza 2018 หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Herbalife จำนวน 10,000 คน ระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี การจัดงาน 2018 JM Top Incentive Seminar Thailand หรืองานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท JoyMain จำนวน 3,500 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 พฤษภาคม ที่พัทยา การจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Yofoto จากประเทศจีน จำนวน 4,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-10 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา รวมถึงการจัดงานประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟของบริษัท Infinitus จำนวน 10,000 คน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-16 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯและพัทยา และคาดว่า จะมีผู้ที่อยู่ในธุรกิจขายตรงทั่วโลก เข้าร่วมประชุมสัมมนาอินเซ็นทีฟในประเทศไทยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 40,000 คน

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ 0 1353

โพรแพ็ค เอเชีย ครั้งที่ 26 ยิ่งใหญ่ที่สุดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและการบริหารจัดการการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ จากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 26 กับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ตลอดระยะเวลา 25 ปี โพรแพ็ค เอเชีย นับเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง ซึ่งมีผู้ร่วมจัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นในทุกครั้งของการจัดงาน ทำให้ในการจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นจาก 8 ฮอลล์ เป็น 9 ฮอลล์ ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมพื้นที่ 58,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้น 10 %

โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 1,600 ราย จาก 45 ประเทศ ที่พร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ล่าสุดตลอด 9 โซน อุตสาหกรรมครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป (ProcessingTechAsia), เทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ (PackagingTechAsia), เทคโนโลยีด้านเครื่องดื่ม (DrinkTechAsia), เทคโนโลยีด้านเภสัชกรรม (PharmaTechAsia), ห้องทดลองและการทดสอบ (Lab&TestAsia), บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป (MaterialsAsia), การใส่รหัสสินค้าการทำเครื่องหมายและฉลาก (Coding,Marking&LabellingAsia) และ ห่วงโซ่ความเย็นระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Coldchain,Logistics&WarehousingAsia) และเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ (Printech Asia) พร้อมพบกับ 18 พาวิลเลี่ยน จาก 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ สเปน ไต้หวัน อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 นำเสนอเครื่องจักรที่ทันสมัยกว่า 5,000 รายการ สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่ กลาง SME จนถึงผู้เริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นคำตอบและทางออกให้กับผู้ผลิตและธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงการดำเนินงานและการไปถึงเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกพร้อมใจกันนำนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติและความแตกต่างที่สร้างอนาคตในอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ อาทิ การเชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกอย่างผ่านระบบ Network และเครือข่าย Internet หรือ IOT นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรหุ่นยนต์และมนุษย์ ระบบจำลองการผลิตภายในโรงงาน

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดสัมมนาที่น่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรม อาทิ ‘Active & Intelligent Packaging Industry Association (AIPIA) Conference: Active & Intelligent Packaging Technologies for Smart Printing & Packaging for the Digital Age’, ‘Australian Institute of Packaging (AIP) Training Course: The Role of Packaging in Minimising Food Waste’, และ ‘Food Industry Asia (FIA) Conference: Sustainable Packaging: Tackling plastic waste in Southeast Asia’ ฯลฯ

นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เข้าร่วมชมงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะได้รับว่า “ผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะได้พบกับไฮไลท์นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสามารถเหนือชั้นและความยืดหยุ่นที่หลากหลาย โดยวันนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีงานโพรแพ็ค เอเชีย เป็นสะพานเชื่อมต่อ และช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรายินดีต้อนรับทุกท่านซึ่งพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อร่วมสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และดียิ่งขึ้น”

นอกจากนั้นภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย ยังมีการจัดประชุมด้านอุตสาหกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Food Innovation Asia Conference 2018, Food Innovation Contest 2018, Asia Drink Conference 2018, PharmaTech Seminar 2018, TISTR Conference 2018, The Department of Industrial Promotion Seminar 2018, The FoSTAT-Nestle Bowl Quiz, Food Focus Thailand Seminar 2018, ThaiStar – AsiaStar – WorldStar 2018 Awards Ceremony, SME focused workshops and packaging seminars ฯลฯ

งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 เป็นงานสำคัญของผู้เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่สนใจเรียนรู้และสัมผัสกับนวัตกรรมของผู้นำด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและระบบการจัดการที่ทันสมัย และยังเป็นเวทีที่จะขยายความร่วมมือร่วมกับมืออาชีพ พร้อมทั้งได้รับข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมจากกิจกรรมการประชุมสัมมนาที่น่าสนใจ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

โปรฯ เลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับหนุ่มสาววัยหลัก 4 0 1356

การดูแลดวงตา คือเทรนด์สุขภาพใกล้ตัวคุณที่ห้ามมองข้าม เพราะนั่นคือการมองเห็นที่ดีในทุกๆ วัน โดยเฉพาะบุคคลที่ก้าวสู่วัยหลัก 4 ซึ่งจะเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นที่ลดลงของกล้ามเนื้อเลนส์แก้วตา ทำให้การเพ่งมองนั้นไม่สมบูรณ์ 100% เช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตยุคดิจิตอลกับกิจกรรมติดจอทั้งในหน้าทีการงานและความโซเชียลระหว่างวัน ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นทางเลือก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของมนุษย์เรา ที่สามารถคิดดีไซน์ให้พลาสติกชิ้นกลมๆ สามารถรองรับค่าสายตา ให้มองเห็นชัดได้หลากหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง ไกล โดยไม่มีรอยต่อไม่สวยงามบนเลนส์ที่ฟ้องอายุผู้สวมใส่ และไม่ต้องมองลอดแว่นให้ลำบาก

นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงไทย ออพติค จำกัด กล่าวว่า “เคที ออพติค เรามีเทคโนโลยีในการวัดค่าสายตาด้วยระบบดิจิตอลทุกสาขา ในแคมเปญนี้เราได้เพิ่มทางเลือกเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า โดยเราใช้ชื่อแคมเปญว่า การไขรหัสลับดวงตา ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับกรอบแว่นตาที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะช่วยให้ตำแหน่งการมองเห็นใกล้เคียงกับการใช้สายตาธรรมชาติของแต่ละท่านที่สุด ผู้สวมใส่เลนส์จึงมองเห็นได้ลื่นไหล และสบายตา มากกว่าการใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปในการตัดประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นตา”

สำหรับเลนส์ที่เลือกใช้ร่วมรายการในแคมเปญนี้ KT Optic เลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเอสซีลอร์ จากประเทศฝรั่งเศส เพราะเป็นผู้คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟเจ้าแรกของโลก และยังคงพัฒนานวัตกรรมเลนส์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีการขัดเลนส์ขั้นสูงด้วยระบบดิจิตอล จึงทำให้เลนส์มีโครงสร้างที่ดีมาก มีมุมมองกว้าง คมชัด สบายตา ผู้สวมใส่จึงปรับความคุ้นชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟคู่ใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว

ลองเข้ามาวัดสายตากับ KT Optic ได้ทุกสาขา ซึ่งมีบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มาถอดรหัสลับดวงตา ทราบค่า W-T-V ของคุณ และจะทำให้คุณได้เลนส์ที่ดีที่สุดบนกรอบแว่นสุดเก๋ที่คุณเลือก เพื่อการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสบายตาสูงสุด

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลองไขรหัสลับดวงตากับ KT Optic วันนี้ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท จากราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในกลุ่ม Varilux จาก Essilor หมดเขต 30 มิ.ย. นี้ เท่านั้น