“สกุลฎ์ซี” มอบเรืออลูมิเนียม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว 0 1397

“สกุลฎ์ซี” มอบเรืออลูมิเนียม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลหลังสวน

“สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น” ส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม มอบเรืออลูมิเนียมให้กับ “ตูน บอดี้สแลม” มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการก้าวคนละก้าว พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลหลังสวน ไปใช้งานในการช่วยเหลือผู้ป่วย ตอกย้ำความเป็นผู้นำเรืออลูมิเนียมของคนไทย

บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จํากัด หนึ่งในบริษัทย่อยแห่ง กลุ่มบริษัทโชคนำชัย หรือ CNC Group ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ตัวถังเครื่องยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายเรืออลูมิเนียมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “สกุลฎ์ซี (SakunC)” เตรียมส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม ในการมอบเรืออลูมิเนียม ขนาด 5 เมตร ให้กับคุณอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เพื่อใช้ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” หวังให้เรือสกุลฎ์ซีเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ในการพาเอาน้ำใจและความช่วยเหลือ ไปสู่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ

นายนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัยและบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด เผยว่า “คุณตูนถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้ทุกคนหันกลับมาเห็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาตลอด แน่นอนว่าสกุลฎ์ซีก็เป็นเรือของคนไทย บริษัทของคนไทย เราจึงไม่มองข้ามปัญหานั้นไปเฉยๆ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งใน ในการส่งความหวังไปให้ชาวไทยทุกคน สกุลซีฎ์ได้บริจาคเงินช่วยเหลือในโครงการก้าวคนละก้าวเมื่อปีที่ผ่านมา จำนวน 184,000 บาท และในปีนี้เรามองเป็นปัญหาในการทำงานด้านความสะดวกในส่วนของโรงพยาบาลที่มีแม่น้ำขวางกั้น เราจึงได้มอบเรืออลูมิเนียมของสกุลฎ์ซี ให้เป็นกำลังสำคัญที่จะพาคุณตูนและทีมงานทุกคน สามารถส่งต่อการช่วยเหลือไปสู่ทุกคนได้”

“เรือที่สกุลฎ์ซีมอบให้โครงการก้าวคนละก้าวเป็นเรืออลูมิเนียมขนาด 5 เมตร โครงสร้างรอบตัวเป็นอลูมิเนียมผ่านการปั๊มขึ้นรูป เรือลำนี้มีชิ้นส่วน Body part 5 ชิ้น นอกจากนี้ยังมีการใส่โฟมเข้าใต้ท้องเรือเพื่อป้องกันการจมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้เรือทุกลำที่เราสร้างขึ้น จะผ่านขั้นตอนการทดสอบที่เรียกว่า Sink Test หรือเทสจม โดยในการทดสอบ เราจะนำทราย ไปวางเรียงบนเรือทั้งสองฝั่ง และทำการปั๊มน้ำเข้าไปในเรือ จากนั้นจะทำการปล่อยให้เรืออยู่ในน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเรือของสกุลฎ์ซีทุกลำไม่มีการจมแม้แต่ลำเดียว ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเรือที่เรามอบให้ทีมงานก้าวคนละก้าว จะมีความคงทน แข็งแรง และปลอดภัยสูงอย่างแน่นอน”

ซึ่งเรืออลูมิเนียมของสกุลฎ์ซีของเรา สร้างขึ้นด้วยอลูมิเนียมชนิด 5083-H116 Marine Grade เป็นอลูมิเนียมชนิดที่แข็งที่สุด เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มาแทน อลูมิเนียม 5052 เดิม, เรือไฟเบอร์ และเรือไม้ ทำให้เรือยุคใหม่ของสกุลฎ์ซี มีความเบากว่า, แข็งแรงกว่า, ใช้เครื่องน้อยกว่า, ซ่อมบำรุงน้อยกว่า และอัตราการสิ้นเปลืองน้อยกว่า ชนิดที่เรือยุคเก่าเทียบไม่ติด นอกจากนี้ยังมีได้นำเอาเทคโนโลยีแม่พิมพ์มาใช้ผลิตทุกชิ้นส่วนเรือ ทดแทนการพับ ตัด ต่อ เชื่อมแบบเดิม เพื่อลดรอยต่อ เพิ่มความแข็งแรง รวมทั้งผ่านการทดสอบทางวิศวกรรม ทั้งกระบวนการ Material Test, Strength Simulation, Model Test และ Sink Test หรือการเทสจม ทำให้นอกจากจะได้เรือที่มีคุณภาพสูงแล้ว เรือจากสกุลฏ์ซียังเป็นเรืออลูมิเนียมหนึ่งเดียวในไทยที่มั่นคงปลอดภัยแม้ในยามเกิดอุบัติเหตุก็ตาม

นายนำชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น อยู่ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ตัวถังมาอย่างยาวนาน ทั้งยังผลิตตัวถังเครื่องยนต์ส่งบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Honda, Nissan และ GM และยังได้นำความชำนาญในงานโลหะชนิดพิเศษอย่าง Super Steel (High Tensile) มาผสานรวมกับความรู้ในการสร้างเรือ จนก่อให้เกิดนวัตกรรมเรืออลูมิเนียมสัญชาติไทย คุณภาพสากล ระดับ TOP5 Asia นามว่า “สกุลฎ์ซี” ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 20 ปี ในตอนนี้สกุลฎ์ซีได้ตอบแทนความไว้ใจ ด้วยการร่วมส่งต่อความหวังให้คนไทยไปกับโครงการก้าวคนละก้าว และนี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำจุดยืนว่า “สกุลฎ์ซี” จะเป็นกำลังสำคัญ คอยช่วยเหลือ ส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม อยู่คู่คนไทยตลอดไป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ 0 1353

โพรแพ็ค เอเชีย ครั้งที่ 26 ยิ่งใหญ่ที่สุดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและการบริหารจัดการการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ จากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 26 กับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ตลอดระยะเวลา 25 ปี โพรแพ็ค เอเชีย นับเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง ซึ่งมีผู้ร่วมจัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นในทุกครั้งของการจัดงาน ทำให้ในการจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นจาก 8 ฮอลล์ เป็น 9 ฮอลล์ ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมพื้นที่ 58,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้น 10 %

โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 1,600 ราย จาก 45 ประเทศ ที่พร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ล่าสุดตลอด 9 โซน อุตสาหกรรมครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป (ProcessingTechAsia), เทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ (PackagingTechAsia), เทคโนโลยีด้านเครื่องดื่ม (DrinkTechAsia), เทคโนโลยีด้านเภสัชกรรม (PharmaTechAsia), ห้องทดลองและการทดสอบ (Lab&TestAsia), บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป (MaterialsAsia), การใส่รหัสสินค้าการทำเครื่องหมายและฉลาก (Coding,Marking&LabellingAsia) และ ห่วงโซ่ความเย็นระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Coldchain,Logistics&WarehousingAsia) และเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ (Printech Asia) พร้อมพบกับ 18 พาวิลเลี่ยน จาก 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ สเปน ไต้หวัน อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 นำเสนอเครื่องจักรที่ทันสมัยกว่า 5,000 รายการ สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่ กลาง SME จนถึงผู้เริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นคำตอบและทางออกให้กับผู้ผลิตและธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงการดำเนินงานและการไปถึงเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกพร้อมใจกันนำนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติและความแตกต่างที่สร้างอนาคตในอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ อาทิ การเชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกอย่างผ่านระบบ Network และเครือข่าย Internet หรือ IOT นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรหุ่นยนต์และมนุษย์ ระบบจำลองการผลิตภายในโรงงาน

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดสัมมนาที่น่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรม อาทิ ‘Active & Intelligent Packaging Industry Association (AIPIA) Conference: Active & Intelligent Packaging Technologies for Smart Printing & Packaging for the Digital Age’, ‘Australian Institute of Packaging (AIP) Training Course: The Role of Packaging in Minimising Food Waste’, และ ‘Food Industry Asia (FIA) Conference: Sustainable Packaging: Tackling plastic waste in Southeast Asia’ ฯลฯ

นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เข้าร่วมชมงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะได้รับว่า “ผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะได้พบกับไฮไลท์นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสามารถเหนือชั้นและความยืดหยุ่นที่หลากหลาย โดยวันนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีงานโพรแพ็ค เอเชีย เป็นสะพานเชื่อมต่อ และช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรายินดีต้อนรับทุกท่านซึ่งพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อร่วมสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และดียิ่งขึ้น”

นอกจากนั้นภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย ยังมีการจัดประชุมด้านอุตสาหกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Food Innovation Asia Conference 2018, Food Innovation Contest 2018, Asia Drink Conference 2018, PharmaTech Seminar 2018, TISTR Conference 2018, The Department of Industrial Promotion Seminar 2018, The FoSTAT-Nestle Bowl Quiz, Food Focus Thailand Seminar 2018, ThaiStar – AsiaStar – WorldStar 2018 Awards Ceremony, SME focused workshops and packaging seminars ฯลฯ

งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 เป็นงานสำคัญของผู้เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่สนใจเรียนรู้และสัมผัสกับนวัตกรรมของผู้นำด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและระบบการจัดการที่ทันสมัย และยังเป็นเวทีที่จะขยายความร่วมมือร่วมกับมืออาชีพ พร้อมทั้งได้รับข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมจากกิจกรรมการประชุมสัมมนาที่น่าสนใจ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

โปรฯ เลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับหนุ่มสาววัยหลัก 4 0 1356

การดูแลดวงตา คือเทรนด์สุขภาพใกล้ตัวคุณที่ห้ามมองข้าม เพราะนั่นคือการมองเห็นที่ดีในทุกๆ วัน โดยเฉพาะบุคคลที่ก้าวสู่วัยหลัก 4 ซึ่งจะเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นที่ลดลงของกล้ามเนื้อเลนส์แก้วตา ทำให้การเพ่งมองนั้นไม่สมบูรณ์ 100% เช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตยุคดิจิตอลกับกิจกรรมติดจอทั้งในหน้าทีการงานและความโซเชียลระหว่างวัน ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นทางเลือก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของมนุษย์เรา ที่สามารถคิดดีไซน์ให้พลาสติกชิ้นกลมๆ สามารถรองรับค่าสายตา ให้มองเห็นชัดได้หลากหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง ไกล โดยไม่มีรอยต่อไม่สวยงามบนเลนส์ที่ฟ้องอายุผู้สวมใส่ และไม่ต้องมองลอดแว่นให้ลำบาก

นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงไทย ออพติค จำกัด กล่าวว่า “เคที ออพติค เรามีเทคโนโลยีในการวัดค่าสายตาด้วยระบบดิจิตอลทุกสาขา ในแคมเปญนี้เราได้เพิ่มทางเลือกเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า โดยเราใช้ชื่อแคมเปญว่า การไขรหัสลับดวงตา ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับกรอบแว่นตาที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะช่วยให้ตำแหน่งการมองเห็นใกล้เคียงกับการใช้สายตาธรรมชาติของแต่ละท่านที่สุด ผู้สวมใส่เลนส์จึงมองเห็นได้ลื่นไหล และสบายตา มากกว่าการใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปในการตัดประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นตา”

สำหรับเลนส์ที่เลือกใช้ร่วมรายการในแคมเปญนี้ KT Optic เลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเอสซีลอร์ จากประเทศฝรั่งเศส เพราะเป็นผู้คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟเจ้าแรกของโลก และยังคงพัฒนานวัตกรรมเลนส์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีการขัดเลนส์ขั้นสูงด้วยระบบดิจิตอล จึงทำให้เลนส์มีโครงสร้างที่ดีมาก มีมุมมองกว้าง คมชัด สบายตา ผู้สวมใส่จึงปรับความคุ้นชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟคู่ใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว

ลองเข้ามาวัดสายตากับ KT Optic ได้ทุกสาขา ซึ่งมีบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มาถอดรหัสลับดวงตา ทราบค่า W-T-V ของคุณ และจะทำให้คุณได้เลนส์ที่ดีที่สุดบนกรอบแว่นสุดเก๋ที่คุณเลือก เพื่อการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสบายตาสูงสุด

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลองไขรหัสลับดวงตากับ KT Optic วันนี้ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท จากราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในกลุ่ม Varilux จาก Essilor หมดเขต 30 มิ.ย. นี้ เท่านั้น