“สกุลฎ์ซี” มอบเรืออลูมิเนียม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว 0 1685

“สกุลฎ์ซี” มอบเรืออลูมิเนียม มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้ “ตูน บอดี้สแลม” ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลหลังสวน

“สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น” ส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม มอบเรืออลูมิเนียมให้กับ “ตูน บอดี้สแลม” มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการก้าวคนละก้าว พร้อมส่งต่อให้โรงพยาบาลหลังสวน ไปใช้งานในการช่วยเหลือผู้ป่วย ตอกย้ำความเป็นผู้นำเรืออลูมิเนียมของคนไทย

บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จํากัด หนึ่งในบริษัทย่อยแห่ง กลุ่มบริษัทโชคนำชัย หรือ CNC Group ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ตัวถังเครื่องยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้ผลิตและจำหน่ายเรืออลูมิเนียมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “สกุลฎ์ซี (SakunC)” เตรียมส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม ในการมอบเรืออลูมิเนียม ขนาด 5 เมตร ให้กับคุณอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เพื่อใช้ในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” หวังให้เรือสกุลฎ์ซีเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ ในการพาเอาน้ำใจและความช่วยเหลือ ไปสู่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ

นายนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัยและบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด เผยว่า “คุณตูนถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้ทุกคนหันกลับมาเห็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมาตลอด แน่นอนว่าสกุลฎ์ซีก็เป็นเรือของคนไทย บริษัทของคนไทย เราจึงไม่มองข้ามปัญหานั้นไปเฉยๆ เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งใน ในการส่งความหวังไปให้ชาวไทยทุกคน สกุลซีฎ์ได้บริจาคเงินช่วยเหลือในโครงการก้าวคนละก้าวเมื่อปีที่ผ่านมา จำนวน 184,000 บาท และในปีนี้เรามองเป็นปัญหาในการทำงานด้านความสะดวกในส่วนของโรงพยาบาลที่มีแม่น้ำขวางกั้น เราจึงได้มอบเรืออลูมิเนียมของสกุลฎ์ซี ให้เป็นกำลังสำคัญที่จะพาคุณตูนและทีมงานทุกคน สามารถส่งต่อการช่วยเหลือไปสู่ทุกคนได้”

“เรือที่สกุลฎ์ซีมอบให้โครงการก้าวคนละก้าวเป็นเรืออลูมิเนียมขนาด 5 เมตร โครงสร้างรอบตัวเป็นอลูมิเนียมผ่านการปั๊มขึ้นรูป เรือลำนี้มีชิ้นส่วน Body part 5 ชิ้น นอกจากนี้ยังมีการใส่โฟมเข้าใต้ท้องเรือเพื่อป้องกันการจมเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้เรือทุกลำที่เราสร้างขึ้น จะผ่านขั้นตอนการทดสอบที่เรียกว่า Sink Test หรือเทสจม โดยในการทดสอบ เราจะนำทราย ไปวางเรียงบนเรือทั้งสองฝั่ง และทำการปั๊มน้ำเข้าไปในเรือ จากนั้นจะทำการปล่อยให้เรืออยู่ในน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเรือของสกุลฎ์ซีทุกลำไม่มีการจมแม้แต่ลำเดียว ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเรือที่เรามอบให้ทีมงานก้าวคนละก้าว จะมีความคงทน แข็งแรง และปลอดภัยสูงอย่างแน่นอน”

ซึ่งเรืออลูมิเนียมของสกุลฎ์ซีของเรา สร้างขึ้นด้วยอลูมิเนียมชนิด 5083-H116 Marine Grade เป็นอลูมิเนียมชนิดที่แข็งที่สุด เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มาแทน อลูมิเนียม 5052 เดิม, เรือไฟเบอร์ และเรือไม้ ทำให้เรือยุคใหม่ของสกุลฎ์ซี มีความเบากว่า, แข็งแรงกว่า, ใช้เครื่องน้อยกว่า, ซ่อมบำรุงน้อยกว่า และอัตราการสิ้นเปลืองน้อยกว่า ชนิดที่เรือยุคเก่าเทียบไม่ติด นอกจากนี้ยังมีได้นำเอาเทคโนโลยีแม่พิมพ์มาใช้ผลิตทุกชิ้นส่วนเรือ ทดแทนการพับ ตัด ต่อ เชื่อมแบบเดิม เพื่อลดรอยต่อ เพิ่มความแข็งแรง รวมทั้งผ่านการทดสอบทางวิศวกรรม ทั้งกระบวนการ Material Test, Strength Simulation, Model Test และ Sink Test หรือการเทสจม ทำให้นอกจากจะได้เรือที่มีคุณภาพสูงแล้ว เรือจากสกุลฏ์ซียังเป็นเรืออลูมิเนียมหนึ่งเดียวในไทยที่มั่นคงปลอดภัยแม้ในยามเกิดอุบัติเหตุก็ตาม

นายนำชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น อยู่ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ตัวถังมาอย่างยาวนาน ทั้งยังผลิตตัวถังเครื่องยนต์ส่งบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Honda, Nissan และ GM และยังได้นำความชำนาญในงานโลหะชนิดพิเศษอย่าง Super Steel (High Tensile) มาผสานรวมกับความรู้ในการสร้างเรือ จนก่อให้เกิดนวัตกรรมเรืออลูมิเนียมสัญชาติไทย คุณภาพสากล ระดับ TOP5 Asia นามว่า “สกุลฎ์ซี” ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 20 ปี ในตอนนี้สกุลฎ์ซีได้ตอบแทนความไว้ใจ ด้วยการร่วมส่งต่อความหวังให้คนไทยไปกับโครงการก้าวคนละก้าว และนี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำจุดยืนว่า “สกุลฎ์ซี” จะเป็นกำลังสำคัญ คอยช่วยเหลือ ส่งต่อรอยยิ้ม คืนกำไรแก่สังคม อยู่คู่คนไทยตลอดไป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4285

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4856

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561