หยุดนี้ที่ อิโปห์ (IPOH) 0 7124

“อิโปห์” เมืองรองหลากเสน่ห์ ที่เที่ยวเมืองรองของมาเลเซียที่นักท่องเที่ยวคงคุ้นหูกันมาบ้าง แต่เรามั่นใจว่าเมืองนี้ยังมีอีกหลายมุมให้นักท่องเที่ยวได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นแน่นอน อิโปห์ … วิถีสโลว์แต่คลาสสิค

จากปีนัง เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง “อิโปห์” เป็นเมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปรัค (Perak) ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และปีนัง ในอดีตอิโปห์ได้รับการพัฒนาในการทำเหมืองแร่ดีบุกและมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก จึงทำให้เราได้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านเมืองสไตล์โคโลเนียลผสมผสานกับสไตล์จีนดั้งเดิม … พร้อมแล้วก็ไปสำรวจเมืองกัน

1. Ipoh city tour

ถึงอิโปห์จะเป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางภูเขา แต่ที่นี่มีสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมาก ในสมัยที่มาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษได้วางระบบรถไฟ ระบบสาธารณูปโภคและวางผังเมืองต่างๆ ให้กับเมืองนี้ การเที่ยวในเมืองอิโปห์ เราจะได้เห็นทั้งร้านค้าแบบเก่าและคาเฟ่แบบใหม่มากมาย เหล่านี้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนหลากรุ่นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เราเริ่มด้วยสถานีรถไฟ Ipoh Rail Station จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปหลักของเมืองนี้ ต่อมาคือ Ipoh Town Hall ศาลหลักเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ถือเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายเก็บเป็นที่ระลึก ห่างออกมาหน่อย คือ Birch Memorial Clock Tower หอนาฬิกาประจำเมืองอิโปห์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดประจำเมือง Ipoh State Mosque สร้างขึ้นในปี 1909 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ J.W.W Birch ประชากรชาวอังกฤษคนแรกของรัฐเปรัค จุดนี้เหล่าฮิปสเตอร์นิยมมาถ่ายรูปและใช้เป็นจุดนัดพบกลางเมืองได้ด้วยเหมือนกัน

2. Ipoh Old Town and Street Art

ไฮไลต์ในตัวเมืองอีกส่วนคือ Ipoh Old Town and Street Art ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าแก่ มีร้านอาหารอร่อยๆ และสิ่งที่เจ๋งที่สุดเกี่ยวกับ Old Town ก็คือสตรีทอาร์ตที่แนวมากๆ ไม่แพ้ในปีนังเพราะเป็นผลงานของ Ernest Zacharevic ศิลปินคนเดียวกันกับที่สร้างงานไว้ที่ปีนังจนโด่งดังไปทั่วโลก หากใครเดินสำรวจไปมาแล้วเกิดอาการล้ากันบ้าง เราแนะนำให้พักขาและหลบร้อนตามคาเฟ่ที่อยู่รอบๆ ย่านนี้ โดยเฉพาะ Old Town White Coffee ร้านกาแฟชื่อดังของมาเลเซียที่สาขาต้นตำรับอยู่ที่อิโปห์นี่เอง แต่ถ้าใครยังไหวและนิยมเดินเล่นตามซอกซอย เราแนะนำ Concubine Lane ถนนที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 120 ปี ย่านนี้มีอาหาร ของฝาก กิ๊ฟช็อป และอีกหลายคาเฟ่ให้แวะชม-ชิม-แชะ เก็บภาพกันสนุก ซอยเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์อย่าง Concubine Lane ก็เป็นย่านที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายตะลอนทัวร์ได้ไม่ยาก

3. Kellie’s Castle

ส่วนที่เที่ยวนอกเมือง Kellie’s Castle ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาด ปราสาทที่ดูใหญ่โตนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นที่พักของนายวิลเลียม เคลลี สมิธ เจ้าของไร่ชาวสก็อตแลนด์ผู้เข้ามาจับธุรกิจเหมืองแร่จนร่ำรวย ตัวปราสาทได้มีการสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ในระหว่างที่สร้าง น่าเสียดายที่นายเคลลี่เสียชีวิตลงกระทันหันด้วยโรคปอดบวม ภรรยาและลูกๆ จึงเดินทางกลับประเทศและต้องระงับการสร้าง โดยรวมของปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมแบบสก็อตติช มัวร์ริช และอินเดีย ดาดฟ้ามีสนามเทนนิส ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ชมเป็นตัวอย่าง มีห้องทานอาหาร รวมถึงมีทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ชั้นใต้ดิน ชั้น 2 เป็นห้องนอนของสมาชิกในบ้านทั้งหมด 4 ห้อง ความเจ๋งอยู่ที่ห้องน้ำ ซึ่งทุกห้องจะมีทางลับลงไปที่ชั้น 1 เพื่อหนีออกไปนอกปราสาทได้ เสมือนเป็นทางออกฉุกเฉินเมื่อมีภัยมา ส่วนตึกที่เป็นหอคอยจะมีปล่องลิฟต์สามารถเดินวนขึ้นไปได้จนถึงดาดฟ้า ระหว่างทางจะเห็นป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายเอาเอง เพราะไม่มีราวกันตก แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี ก็ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงสิ่งลึกลับ จนบางคนเรียกกันว่าปราสาทผีสิง เชื่อกันว่าดวงวิญญาณของท่านมักจะคอยออกมาเดินตรวจตราภายในปราสาท โดยเฉพาะบริเวณทางเดินชั้น 2 เป็นจุดที่ผู้คนพบเห็นบ่อยที่สุด

4. Perak Cave Temple

เป็นวัดถ้ำที่สำคัญวัดหนึ่งของมาเลเซีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางมักแวะเข้าชม ภาพแรกที่เตะตาเมื่อมาถึงคือภูเขาหินลูกเล็กๆ ที่อยู่ริมทาง แต่ก็มีถ้ำและศาสนสถานที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอยู่ด้านหน้า ภายในถ้ำมีภาพจิตรกรรมผนังที่วาดโดยจิตรกรชาวจีนฮ่องกง เป็นภาพขนาดใหญ่มาก วัดถ้ำแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ และสำหรับใครที่ยังพอมีแรง ด้านหลังของถ้ำเป็นบันไดทางขึ้นให้ไปสำรวจยอดเขาหิน เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นวิวเมืองได้ในระยะไกล ที่นี่ถือเป็นที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดกันเลย

5. Lost World of Tamboon

สวนสนุก “Lost World of Tambun” สวนสนุกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกตั้งอยู่ที่เมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซียนี่เอง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรต้องมาถ้าได้มีโอกาสมาเที่ยวอิโปห์ ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ด้านหน้าสวนสนุกมองเข้าไปจะเห็นภูเขาเป็นแบคกราวด์ มีหมอกควันดูลึกลับดี ขอบอกว่ามาที่นี่ถ่ายรูปเพลินมาก Lost World of Tambun มีสวนน้ำในบรรยากาศป่าเขตร้อนเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถแช่ตัวในน้ำแร่ Hot Spring and Spa ได้ตามสบาย จุดเด่นของ Lost World of Tambun คือให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศการพักผ่อนที่ Lost World Hot Springs & Spa และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่ากลางคืนที่ Night Park พร้อมทั้งมี Luminous Forest แสดงแสงสีในป่าแห่งตำนานเผ่ามลายู ถ้าใครจะไปเที่ยวทั้งทีเราแนะนำให้พักค้างที่โรงแรมของสวนสนุกเลยนะ เพราะที่นี่เปิดให้บริการพร้อมกิจกรรมจัดเต็มเช้าจรดค่ำตั้งแต่ 9.00-23.00 น.

เอาล่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งดีๆ ที่เราอยากแบ่งปันสำหรับทริปอิโปห์-ปีนังที่บอกแล้วว่า…ยังไงก็เที่ยวให้ปังได้อีกเยอะ ไว้มีของเด็ด ของดีใหม่ๆ มาเมื่อไหร่ จะแวะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

“Divana Signature Café” คาเฟ่รูปแบบใหม่ในบรรยากาศสวนดอกไม้วินเทจและที่สุดของความผ่อนคลาย 0 17035

‘Divana’ แบรนด์สปาไทย เปิดตัว “Divana Signature Café” ที่แรกและที่เดียว @CentralWorld คาเฟ่รูปแบบใหม่ที่ปรนนิบัติคนเมืองด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของบรรยากาศสวนดอกไม้วินเทจและที่สุดของความผ่อนคลาย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์รูป รส กลิ่น เสียง ภายใต้บรรยากาศผ่อนคลายที่รายล้อมไปด้วยการตกแต่งอันสวยงามของดอกไม้นานาชนิดและกลิ่นหอมละมุนของชาจาก Afternoon Tea Set หนึ่งในSignature ของ Divana Signature Café คาเฟ่แสนสวยรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่แรกและที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซน เอเทรี่ยม

 

หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ Divana กันเป็นอย่างดีกับผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องหอม และสปาหรูสปาสุดหรูชั้นนำของเมืองไทย และครั้งนี้ Divana ได้นำเอาจุดเด่นในเรื่องศาสตร์แห่งความผ่อนคลายและการบำบัดที่ลึกลงไปภายใน ผ่านผัสสะทั้ง 6 คือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และจิตวิญญาณ มาประยุกต์ใช้ ทำให้ Divana Signature Café แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่หรือร้านกาแฟแบบทั่วไป แต่เป็นครั้งแรกของการผสมผสานระหว่าง คาเฟ่ สปาช้อป และร้านดอกไม้ จนกลายเป็น Divana Signature หนึ่งเดียวอันอ่อนโยน ละมุนละไม และมีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร เพื่อน้อมนำผู้มาเยือนสู่การผ่อนคลายในระดับจิตวิญญาณ

ภายในร้าน ตกแต่งในรูปแบบสวนดอกไม้สไตล์วินเทจ กลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบสมัยใหม่และย้อนยุค พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพและแหล่งที่มาเป็นอย่างดีจากความหลงใหลและการเอาใจใส่ของคุณกานต์พิชชา เกียรติขจรฤทธิ์เจ้าของร้านที่ตั้งใจมอบสิ่งที่ดีที่สุดและดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบอาหาร ภาชนะที่ใช้เสิร์ฟ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงรสชาติและทุกขั้นตอนในการทำอาหาร สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่แนะนำ อาทิ Afternoon Tea Set ที่จัดแต่งอย่างสวยงามในภาชนะสีทองหรูหรา มาพร้อมวุ้นดอกไม้ 3 มิติด้านบน Hand made ฝีมือเจ้าของร้านที่ทำออกมาเพียงไม่กี่ชิ้นต่อวันเท่านั้น Divana Scone สโคนเนื้อนุ่มชุ่มเนย หอมหวานกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมกับครีมสูตรพิเศษหอมนมและแยมราสเบอรี่เปรี้ยวอมหวาน และ Signature French Toast สไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มฉ่ำลิ้น ที่ต้องใช้เวลาแช่ขนมปังในส่วนผสมพิเศษกว่า 20 นาที จนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ แล้วจึงนำไปย่างในกระทะจนสุกหอม โรยหน้าด้วยน้ำตาลซินนามอน เสิร์ฟคู่เมเปิ้ลไซรัปและไอศครีม กัดคำแรกจะได้ความกรอบของผิวขนมปังด้านหน้า ส่วนเนื้อด้านในฉ่ำเกือบจะเป็นคัสตาร์ดแต่ยังได้ความหนึบของเนื้อขนมปัง รสชาตหวานกำลังดี ทานคู่กับชาร้อนๆตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

 

Divana Signature Café มีให้เลือกดื่มด่ำทั้งในมุมเคาน์เตอร์บาร์ และมุมของสวนดอกไม้อันรื่นรมย์ โดยรับรองแขกได้ถึง 40 ที่นั่ ง พร้อมผลิตภัณฑ์สปาชื่อดังให้เลือกมากมาย อาทิ น้ำมันหอมระเหย เจล แชมพู ครีมบำรุงผิว และอื่นๆ ที่มีกลิ่นหอมจรุง สร้างความสุขสงบ ผ่อนคลาย พบกับ Divana Signature Café ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สจล. เปิดรับเยาวชนร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่ ปีนัง มาเลเซีย วันนี้ – 11 มกราคม 2561 0 297

คณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดรับสมัครเยาวชน อายุ 9–18 ปี ผู้มีความเข้าใจและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับดี เกรดเฉลี่ยรวมไม่ต่ำกว่า 2.25 ขึ้นไป เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมโครงการ เยาวชนแลกเปลี่ยนเพื่อทักษะสะเต็มสำหรับผู้ประกอบการ รุ่นที่ 3

เข้าร่วมศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยี STEM ศึกษา ธุรกิจ การค้า และวัฒนธรรมที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ระยะเวลา 15 วัน เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ – 11 ม.ค. 2561 ณ สำนักงานบริหาร คณะศิลปศาสตร์ สจล. หรือที่ อีเมล youngstem2017@gmail.com

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวโหลดข้อมูลได้ที่ https://goo.gl/REi2Qi

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทร 0-2329-8445 เว็บไซต์ www.la.kmitl.ac.th/fla หรือติดตามกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/liberalartskmitl/