หยุดนี้ที่ อิโปห์ (IPOH) 0 7209

“อิโปห์” เมืองรองหลากเสน่ห์ ที่เที่ยวเมืองรองของมาเลเซียที่นักท่องเที่ยวคงคุ้นหูกันมาบ้าง แต่เรามั่นใจว่าเมืองนี้ยังมีอีกหลายมุมให้นักท่องเที่ยวได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นแน่นอน อิโปห์ … วิถีสโลว์แต่คลาสสิค

จากปีนัง เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง “อิโปห์” เป็นเมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปรัค (Perak) ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และปีนัง ในอดีตอิโปห์ได้รับการพัฒนาในการทำเหมืองแร่ดีบุกและมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก จึงทำให้เราได้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านเมืองสไตล์โคโลเนียลผสมผสานกับสไตล์จีนดั้งเดิม … พร้อมแล้วก็ไปสำรวจเมืองกัน

1. Ipoh city tour

ถึงอิโปห์จะเป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางภูเขา แต่ที่นี่มีสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมาก ในสมัยที่มาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษได้วางระบบรถไฟ ระบบสาธารณูปโภคและวางผังเมืองต่างๆ ให้กับเมืองนี้ การเที่ยวในเมืองอิโปห์ เราจะได้เห็นทั้งร้านค้าแบบเก่าและคาเฟ่แบบใหม่มากมาย เหล่านี้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนหลากรุ่นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เราเริ่มด้วยสถานีรถไฟ Ipoh Rail Station จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปหลักของเมืองนี้ ต่อมาคือ Ipoh Town Hall ศาลหลักเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ถือเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายเก็บเป็นที่ระลึก ห่างออกมาหน่อย คือ Birch Memorial Clock Tower หอนาฬิกาประจำเมืองอิโปห์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดประจำเมือง Ipoh State Mosque สร้างขึ้นในปี 1909 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ J.W.W Birch ประชากรชาวอังกฤษคนแรกของรัฐเปรัค จุดนี้เหล่าฮิปสเตอร์นิยมมาถ่ายรูปและใช้เป็นจุดนัดพบกลางเมืองได้ด้วยเหมือนกัน

2. Ipoh Old Town and Street Art

ไฮไลต์ในตัวเมืองอีกส่วนคือ Ipoh Old Town and Street Art ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าแก่ มีร้านอาหารอร่อยๆ และสิ่งที่เจ๋งที่สุดเกี่ยวกับ Old Town ก็คือสตรีทอาร์ตที่แนวมากๆ ไม่แพ้ในปีนังเพราะเป็นผลงานของ Ernest Zacharevic ศิลปินคนเดียวกันกับที่สร้างงานไว้ที่ปีนังจนโด่งดังไปทั่วโลก หากใครเดินสำรวจไปมาแล้วเกิดอาการล้ากันบ้าง เราแนะนำให้พักขาและหลบร้อนตามคาเฟ่ที่อยู่รอบๆ ย่านนี้ โดยเฉพาะ Old Town White Coffee ร้านกาแฟชื่อดังของมาเลเซียที่สาขาต้นตำรับอยู่ที่อิโปห์นี่เอง แต่ถ้าใครยังไหวและนิยมเดินเล่นตามซอกซอย เราแนะนำ Concubine Lane ถนนที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 120 ปี ย่านนี้มีอาหาร ของฝาก กิ๊ฟช็อป และอีกหลายคาเฟ่ให้แวะชม-ชิม-แชะ เก็บภาพกันสนุก ซอยเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์อย่าง Concubine Lane ก็เป็นย่านที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายตะลอนทัวร์ได้ไม่ยาก

3. Kellie’s Castle

ส่วนที่เที่ยวนอกเมือง Kellie’s Castle ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาด ปราสาทที่ดูใหญ่โตนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นที่พักของนายวิลเลียม เคลลี สมิธ เจ้าของไร่ชาวสก็อตแลนด์ผู้เข้ามาจับธุรกิจเหมืองแร่จนร่ำรวย ตัวปราสาทได้มีการสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ในระหว่างที่สร้าง น่าเสียดายที่นายเคลลี่เสียชีวิตลงกระทันหันด้วยโรคปอดบวม ภรรยาและลูกๆ จึงเดินทางกลับประเทศและต้องระงับการสร้าง โดยรวมของปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมแบบสก็อตติช มัวร์ริช และอินเดีย ดาดฟ้ามีสนามเทนนิส ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ชมเป็นตัวอย่าง มีห้องทานอาหาร รวมถึงมีทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ชั้นใต้ดิน ชั้น 2 เป็นห้องนอนของสมาชิกในบ้านทั้งหมด 4 ห้อง ความเจ๋งอยู่ที่ห้องน้ำ ซึ่งทุกห้องจะมีทางลับลงไปที่ชั้น 1 เพื่อหนีออกไปนอกปราสาทได้ เสมือนเป็นทางออกฉุกเฉินเมื่อมีภัยมา ส่วนตึกที่เป็นหอคอยจะมีปล่องลิฟต์สามารถเดินวนขึ้นไปได้จนถึงดาดฟ้า ระหว่างทางจะเห็นป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายเอาเอง เพราะไม่มีราวกันตก แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี ก็ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงสิ่งลึกลับ จนบางคนเรียกกันว่าปราสาทผีสิง เชื่อกันว่าดวงวิญญาณของท่านมักจะคอยออกมาเดินตรวจตราภายในปราสาท โดยเฉพาะบริเวณทางเดินชั้น 2 เป็นจุดที่ผู้คนพบเห็นบ่อยที่สุด

4. Perak Cave Temple

เป็นวัดถ้ำที่สำคัญวัดหนึ่งของมาเลเซีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางมักแวะเข้าชม ภาพแรกที่เตะตาเมื่อมาถึงคือภูเขาหินลูกเล็กๆ ที่อยู่ริมทาง แต่ก็มีถ้ำและศาสนสถานที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอยู่ด้านหน้า ภายในถ้ำมีภาพจิตรกรรมผนังที่วาดโดยจิตรกรชาวจีนฮ่องกง เป็นภาพขนาดใหญ่มาก วัดถ้ำแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ และสำหรับใครที่ยังพอมีแรง ด้านหลังของถ้ำเป็นบันไดทางขึ้นให้ไปสำรวจยอดเขาหิน เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นวิวเมืองได้ในระยะไกล ที่นี่ถือเป็นที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดกันเลย

5. Lost World of Tamboon

สวนสนุก “Lost World of Tambun” สวนสนุกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกตั้งอยู่ที่เมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซียนี่เอง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรต้องมาถ้าได้มีโอกาสมาเที่ยวอิโปห์ ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ด้านหน้าสวนสนุกมองเข้าไปจะเห็นภูเขาเป็นแบคกราวด์ มีหมอกควันดูลึกลับดี ขอบอกว่ามาที่นี่ถ่ายรูปเพลินมาก Lost World of Tambun มีสวนน้ำในบรรยากาศป่าเขตร้อนเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถแช่ตัวในน้ำแร่ Hot Spring and Spa ได้ตามสบาย จุดเด่นของ Lost World of Tambun คือให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศการพักผ่อนที่ Lost World Hot Springs & Spa และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่ากลางคืนที่ Night Park พร้อมทั้งมี Luminous Forest แสดงแสงสีในป่าแห่งตำนานเผ่ามลายู ถ้าใครจะไปเที่ยวทั้งทีเราแนะนำให้พักค้างที่โรงแรมของสวนสนุกเลยนะ เพราะที่นี่เปิดให้บริการพร้อมกิจกรรมจัดเต็มเช้าจรดค่ำตั้งแต่ 9.00-23.00 น.

เอาล่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งดีๆ ที่เราอยากแบ่งปันสำหรับทริปอิโปห์-ปีนังที่บอกแล้วว่า…ยังไงก็เที่ยวให้ปังได้อีกเยอะ ไว้มีของเด็ด ของดีใหม่ๆ มาเมื่อไหร่ จะแวะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นกสกู๊ตสยายปีกเปิดเส้นทางตลาดญี่ปุ่น บินตรงสู่โอซาก้า 0 5339

สายการบินนกสกู๊ต สยายปีกบุกตลาดประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเส้นทางบินที่สอง บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า หลังจากที่ได้เปิดเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เส้นทางบิน สู่โอซาก้านั้นสอดคล้องกับแผนการเดินหน้าเข้าสู่ตลาดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงตลาดการท่องเที่ยวของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนระหว่างสายการบินนกแอร์ ของคนไทย และสายการบินสกู๊ต จากประเทศสิงคโปร์ เดินหน้าเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติคันไซ เมืองโอซาก้า ถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มเที่ยวปฐมฤกษ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป

“นกสกู๊ตพร้อมแล้วที่จะเปิดเส้นทางบินไปยังโอซาก้า เมืองฮิตเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา อาหารการกินที่เลื่องชื่อ และแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากมาย”

“นอกจากสนามบินนานาชาติคันไซจะเป็นประตูไปสู่โอซาก้าแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นอย่าง เกียวโตและโกเบได้อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2555 โอซาก้าได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปถึง 9.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเกือบ 33.33% จากปีที่แล้ว” คุณยอดชาย กล่าวเสริม

“ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการบินบนเส้นทางนี้ถึง 4 สายการบินแล้วก็ตาม นกสกู๊ตเชื่อว่าเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ สู่เมืองโอซาก้ายังสามารถเติบโตเพิ่มมากขึ้น และการเปิดเที่ยวบินครั้งนี้ จะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่คุ้มกว่า บนเครื่องบินที่สบายกว่า” คุณยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินนกสกู๊ต
กล่าว

โอซาก้า เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวคนไทยนิยมไปเป็นอันดับสองรองจากเมืองโตเกียว โดยมีจำนวนการเดินทางบนเส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ – โอซาก้าประมาณ 850,000 เที่ยวบินต่อปี จากสถิติขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) พบว่าในปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มขึ้นราว 1 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นสำหรับคนไทยในปี พ.ศ. 2556 นั่นเอง

โอซาก้าเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว เป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) แลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียง และห่างออกไปเพียง40 นาที ก็จะพบกับปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ปราสาทที่สวยงามจนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกแห่งที่ต้องนึกถึงคือย่านช้อปปิ้งโดทมโบริ (Dotombori) ถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีจากป้ายไฟโฆษณาต่างๆ ที่ทุกคนต้องเช็คอินและถ่ายรูป และที่พลาดไม่ได้คือสวนสนุกยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) ปิดท้ายด้วยโอซาก้า อควาเรียม ไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีโด่งดังของเมืองโอซาก้า

ส่วนอีกเมืองหนึ่งที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นคือ “เกียวโต” อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาถึงได้จากเมืองโอซาก้าทางรถไฟ โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

นกสกู๊ต หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “บิ๊กเบิร์ด” ให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้าด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 415 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง

นกสกู๊ต พร้อมให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โอซาก้า ราคาเริ่มต้นเพียง 3,599 บาท ต่อเที่ยวบินรวมภาษีสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (Fly) ซึ่งสามารถสำรองที่นั่งโปรโมชั่นได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 19 กันยายน 2561 และสามารถเดินทางได้ตั้งตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562

สายการบินสกู๊ต หนึ่งในสองสายการบินผู้ถือหุ้นหลักของสายการบินนกสกู๊ต มีบริการเส้นทางบินสู่ โอซาก้า เป็นจำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินร่วมของทั้งสกู๊ต และนกสกู๊ต จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเดินทางที่ไร้รอยต่อให้กับผู้เดินทางด้วยตารางบินตรงสู่ โอซาก้าทุกวัน นอกจากนี้ ทั้งสองสายการบินยังมีเที่ยวบินตรง จากสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ สู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น วันละ 2 เที่ยวบิน

ตารางเที่ยวบิน

เที่ยวบิน ออก ถึง เวลาเดินทาง เวลาถึงปลายทาง วันเดินทาง
XW112 กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

โอซาก้า
ญี่ปุ่น
23:50 07:10 (+1) จันทร์, พุธ, ศุกร์, อาทิตย์
XW111 โอซาก้า ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

(ดอนเมือง)

08:30 12:45 จันทร์, อังคาร, พฤหัสบดี, เสาร์,

*เวลาเดินทางตามท้องถิ่น

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี เนรมิตรสวนดอกไม้ 3 ฤดู บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า 0 4638

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ร่วมกับ ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม จัดงาน A Sense of Flora : มหัศจรรย์สวนดอกไม้ เพื่อตอกย้ำการเป็นเซ็นเตอร์อ็อฟไลฟ์ ศูนย์การกลางใช้ชีวิตของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี และขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับสวนดอกไม้ 3 ฤดู พร้อมตลาดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และกิจกรรมอีกมากมาย

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับมหัศจรรย์สวนดอกไม้ 3 ฤดู ประกอบด้วย สวนฤดูฝน สัมผัสบรรยากาศใบไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ใบมอญ ใบหางหมาก ต้นเดฟ ต้นเฟิร์น และทุ่งดอกกระเจียวสัญลักษณ์ของดอกไม้ฤดูฝน สวนฤดูร้อน สัมผัสความร้อนแรงด้วยโทนสีที่สดใสจากดอกกล้วยไม้ตัดช่อจากเชียงใหม่ หลากหลายโทนสี อาที สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีชมพู และสวนฤดูหนาว กับดอกไม้สดนำเข้า อาทิ ดอกคาร์เนชั่นสีขาว ดอกแคสเปียร์ ผสมกับมอสจากธรรมชาติ ตกแต่งในโทนสีขาวและเทา พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ได้แก่

· การประกวดจัดดอกไม้ จากนักจัดดอกไม้ทั่วประเทศ ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท

· การแข่งขัน แสดงความสามารถ Kid’s Fancy ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,000 บาท

· ตื่นตากับ Fashion Show นำทีมโดย ดาว และเดือน นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี และเหล่านายแบบ นางแบบชื่อดังในอุบลราชธานี

· ตลาดนัดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และของตกแต่งบ้านจากร้านค้าชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี

ร่วมสัมผัสมหัศจรรย์ความงามในงาน A Sense of Flora ระหว่างวันที่ 12-17 กันยายน 2561 บริเวณ ชั้น 1 ลานอะควาเรียมและลานน้ำตกแสงจันทร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี