Review : พลิกโฉม Power Buy EXPO 2018 0 7371

ความหลากหลายสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ9
8.5 out of 10

พลิกโฉมงาน Power Buy EXPO 2018 ตอกย้ำกระแสดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ พร้อมจับมือ พาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ระดมนวัตกรรมเทคโนโลยีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ อัดโปรโมชั่น พ่วงแพ็กเกจพิเศษให้เลือกเพียบ พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ จัดระหว่างวันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-102 ไฮไลท์ของงาน อีเว้นท์ครั้งนี้คือการนำเสนอนวัตกรรม เทรนด์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเพาเวอร์บายได้ จับมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแบรนด์ระดับโลก อัพเดท เทรนด์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตโดยรวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ มาไว้ในงานนี้ ได้แก่

 

Innovation เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้

  • Power Buy Smart Robot หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมต้อนรับและให้ข้อมูลกับลูกค้า
  • LG เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเปิดตัวครั้งแรกที่งานนี้กับสุดยอด LG OLED TV รุ่น OLEDB8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัย
  • เปิดตัวที่งานนี้แห่งแรกกับสุดยอดสมาร์ททีวี Hisense Laser TV ขนาด 100 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี่เลเซอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูในโรงภาพยนตร์ และยังทำให้ทีวีของคุณกลายเป็นสุดยอดโฮมเธียเตอร์ พร้อมฟีเจอร์การควบคุมผ่านรีโมทสั่งงานเพียงครั้งเดียว

Excitement กิจกรรมสนุกๆ ตื่นตาตื่นใจ

  • สัมผัสประสบการณ์ AI Home Entertainment ใน Smart Space Zone เปลี่ยนห้องนั่งเล่นในบ้านให้สนุกด้วย Samsung QLED TV และชุดโฮมเธียเตอร์ จาก ONKYO และ POLK รองรับการสั่งงานด้วย Home Pod และเย็นสบายกับเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดตัวเครื่องอัตโนมัติจากแบรนด์ Haier
  • เอาใจสายนักชิมและดูแลสุขภาพด้วย Easy Food Easy Life Zone ห้องครัวอัจฉิรยะ ด้วย Interactive LED Screen ที่จะนำเสนอเมนูอาหาร รวมถึงบอกคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมให้ไอเดียการตกแต่งห้องครัวด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าฟังก์ชันครบอย่าง ตู้เย็น Multidoor จากแบรนด์ Samsung, เครื่องอบผ้าและเครื่องล้างจานจาก ELECTROLUX และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจาก BOSCH, Phillips, SHARP, Samsung และ Electrolux
  • สายเกม พลาดไม่ได้ที่ Game Zone กับการแข่งขันเกม Power Buy eSports ด้วย Sony PlayStation®4 ผ่านเกม FIFA 2018 ค้นหาผู้ชนะและรับของรางวัลมากมาย มูลค่ากว่า 70,000 บาท
  • ร่วมสนุกกับ Power Buy Snap ถ่ายภาพเก๋ๆ ในสไตล์ของคุณลงแล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย ลุ้นรับรางวัล iPad จากเพาเวอร์บาย

“นอกจากนวัตกรรมล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตในยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มด้วย โปรโมชั่นลดรวมสูงสุด 46 % กับส่วนลดสุดคุ้มคุ้ม 8 ต่อ อาทิ ช้อป 10,000 รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000, สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15%, บัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย รวมทั้งพบกับสินค้านาทีทองทุบราคาลดพิเศษ วันละ 2-3 รายการ ทุกวัน วันละ 3 เวลาที่จะนำมาให้ลูกค้าได้จองรับสิทธิ์ซื้อภายในงานนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://bit.ly/2Hq7mrd

ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เพาเวอร์บายได้นำเทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้มาไว้ที่งาน Power Buy EXPO 2018 เพื่อเป็นไอเดีย ทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล โดยในปีนี้เราได้วางเป้าหมายให้งาน Power Buy EXPO 2018 เป็นงาน Event ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที เทคโนโลยี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตอบรับกระแสที่ลูกค้าตั้งตารอคอย พร้อมคาดการณ์ว่าจะมียอดขายในงานสูงถึง 320 ล้านบาทหรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าว

“ปัจจุบันและอนาคตทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับ AI (Artificial intelligence: AI) โดยมีสมาร์ทโฟน แท็ปแล็ต หรือ แก็ดเจ็ต สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่เป็นสื่อกลางในการควบคุม สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัวคุณมากมาย ขณะเดียวกันเครื่องใช้ไฟฟ้าก็พัฒนา AI ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารกับคนได้ด้วย เช่น เทคโนโลยีนวัตกรรมตู้เย็นที่สามารถตรวจสอบการกรองอากาศและแบคทีเรียได้ หรือแอพพลิเคชั่นสั่งการเปิด-ปิดแอร์ก่อนเข้าบ้านได้ หรือ สมาร์ททีวีที่เลือกรายการโปรดหรือคลิปเด็ดๆที่คุณอยากจะรับชมเอาไว้ให้ทันทีที่เปิดเครื่อง

ด้วยเหตุนี้ เพาเวอร์บาย จึงได้นำเสนอโฉมใหม่งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 ภายใต้คอนเซปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ เพราะเราเข้าใจสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ความต้องการที่ลูกค้าอยากได้รับความสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด ได้เล่น ได้พักผ่อนในมุมโปรดของตัวเอง โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยทำให้ชีวิตสบาย มีเวลามากขึ้น”

นายธีรินทร์ กล่าวด้วยว่า “ความแตกต่างของเพาเวอร์บายที่เป็นจุดแข็งของเรานั้นอยู่ที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Omni Channel ผ่านทั้งช่องทางการช้อปออนไลน์, ช่องทางออฟไลน์ผ่านการซื้อสินค้าที่สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ และการจัดงาน Event ต่างๆ ของ Power Buy เราสร้าง Omni Channel ให้เกิดขึ้นเชื่อมการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันสะดวกสบายไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง เช่น คนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาเดินช้อปภายในงาน Power Buy EXPO 2018 ได้ เรามีแคมเปญ Power Buy EXPO online ให้ลูกค้ารับดีลดีๆ สินค้าราคาพิเศษไม่น้อยหน้างาน Event โดยเข้าไปช้อปทาง www.powerbuy.co.th ในช่วงเวลาที่งาน event ปิดทำการตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 9 โมงเช้าของทุกวัน พร้อมทั้งยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้จัดส่งที่สาขาผ่าน Power Buy Click & Collect หรือ ชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย ขณะที่ Power Buy Services มีบริการที่หลากหลายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งมาตรฐานที่ลูกค้าไว้วางใจได้ อาทิ เพาเวอร์บาย การันตีรับประกันการติดตั้งยาวนานถึง 180 วัน หรือ ลูกค้าที่เลือกช้อปภายในงาน Event อย่าง Power Buy EXPO 2018 สามารถเลือกให้จัดส่งและติดตั้งสินค้าได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีสาขาของเราตั้งอยู่อีกด้วย

ด้านคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกับคอนเซ็ปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ ของ Power Buy EXPO 2018 ในครั้งนี้ แอลจี จึงได้เตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชั่น Smart Diagnosis ที่ช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแอลจี ทั้งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

ที่สำคัญในกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์นั้น แอลจีได้นำเสนอ LG OLED TV รุ่น OLEDW8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัยที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค โดยผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Intelligent Voice Recognition เพื่อรองรับการค้นหาและสั่งงานด้วยเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงอันสมบูรณ์แบบตามคอนเซ็ปต์ Perfect Black, Perfect Color และ Perfect Viewing Angle นอกจากนี้ ยังมีลำโพงรุ่น SK10Y ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ MERIDIAN แบรนด์เครื่องเสียงสุดหรูจากประเทศอังกฤษ ที่ให้พลังเสียง 550 วัตต์ผ่านลำโพงแบบ 5.1.2 ช่องทาง มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงและดูหนังเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ ผ่านความสามารถในการรองรับการใช้งานร่วมกับ Google Assistant ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านลำโพงรุ่นดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

สำหรับลูกค้าที่มาเดินช้อปในงาน Power Buy Expo 2018 ก็สามารถพักผ่อนไปกับโซนภายในงาน The1 Lounge เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต Central The1 นั่งพักผ่อนสบายๆ หรือลูกค้าทุกคนสามารถแวะชิมอาหารอร่อยๆ กับ Food Truck อาทิ Mother Trucker, KAMU, Family Mart, Mister Donut และ Auntie Anne’s ที่นำเมนูอาหารหลากหลายมาให้ชิมกันเต็มอิ่ม ใครที่ชอบการชมภาพยนตร์ที่บ้านสมัครสมาชิก HOOQ แอพพลิเคชั่นที่งาน รับสิทธิ์ดูหนัง Stemming ฟรีนาน 1 เดือน และใครที่ไม่อยากขับรถมาก็เดินทางสะดวกสบายมาที่ไบเทค บางนาด้วย Grab รับโค้ดส่วนลด 50-100 บาท ทันที

มาร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ในงาน Power Buy EXPO 2018 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ณ ฮอลล์ 101-102 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-904-2000 หรือติดตามรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/Powerbuythailand/

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Social Craft Network กับการสร้างเครือข่ายบนเส้นทางธุรกิจคราฟต์ ตอนที่ 1 0 3488

หลายท่านอาจมีคำถามว่า Craft Bangkok คืออะไร จัดขึ้นเพื่ออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง งาน Craft Bangkok 2018 ที่จัดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาฮอลล์ EH 103 -104 ที่ผ่านมานั้น เป็นงานที่รวบรวมศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการด้านงานหัตถศิลป์ ทั้งไทยและต่างชาติเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยน ทักษะความชำนาญองค์ความรู้ ตลอดจนไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ของบุคคลในวงการศิลปหัตถกรรม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน

งานหัตถศิลป์… เป็นงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ผู้ผลิตงานคราฟต์สร้างสรรค์ขึ้นจากความชื่นชอบและทักษะฝีมือเฉพาะตัว ผลิตเป็นผลงานหัตถกรรมที่โดดเด่น แตกต่างกันไป งานหัตถศิลป์…มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย ซึ่งงานหัตถศิลป์ในปัจจุบัน มีความทันสมัย และได้รับอิทธิพลจากการรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ในยุคที่ Social Network เข้ามามีอิทธิพลกับคนในสังคมโดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสาร วงการหัตถศิลป์ ได้มีพัฒนาการและมีการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านโลกสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทำให้ Social Network เข้ามาบทบาทสำคัญต่อคนในวงการหัตถศิลป์ในปัจจุบัน

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงาน Fair งานหนึ่งที่รวบรวมเหล่านักออกแบบทายาทครูช่าง ศิลปิน ผู้ประกอบการ และหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้อง เปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานต่างๆ ของรุ่นพี่ถ่ายทอดสู่รุ่นน้องเมื่อเกิดการแบ่งปันกัน ทำให้สามารถพัฒนาผลงานก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสามารถต่อยอดธุรกิจคราฟต์ได้เป็นอย่างดี

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“เราจะไม่เป็นนักออกแบบที่ออกแบบแล้วจบงานเพียงคนเดียวแต่เราจะได้แนวคิดและประสบการณ์ของผู้ที่ร่วมเครือข่ายกับเรามาด้วย ดังนั้นเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างซึ่งมีความเป็น Unique และอาจเป็นนวัตกรรมใหม่ได้” นี่คือการสร้างเครือข่ายทางความคิดซึ่งปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจที่เป็นผลิตภัณฑ์ เพราะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนด้านการผลิต ลดขั้นตอนการทำงานแบ่งปันประสบการณ์ แลกความรู้ซึ่งกันและกัน Social Craft Network เป็นการต่อยอดธุรกิจทำให้เรามีนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

คุณนภดล สังวาลเพ็ชร และ คุณธีรศักดิ์ ลิ้มทัตธนกุล
เจ้าของแบรนด์ CHAR CO (ชาโคล)

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 เปิดช่องทางทางการตลาด ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ และตัวสินค้าของผู้ประกอบการในแต่ละแบรนด์ รวมถึงเป็นการทำให้เราเปิดโลกทัศน์ในเรื่องของกิจกรรมต่างๆเช่น กิจกรรมWorkshop กิจกรรมเสวนา และการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมไทย มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันระหว่างผู้ประกอบการงานหัตถกรรมของแต่ละแบรนด์ แต่ละผู้ผลิต ทำให้เรามีความสนิทสนมรู้จักกันมากขึ้น ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และต่อยอดธุรกิจคราฟต์ในอนาคตได้

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

สำหรับการสร้างเครือข่ายส่งผลดีต่อธุรกิจคราฟต์คือทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตงานหัตถกรรมในแต่ละกลุ่มแต่ละแบรนด์รู้จักกันมากขึ้น “ได้แลกเปลี่ยนถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งกันและกันทั้งองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับงานของตนเอง และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายด้วย” ทำให้เราสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนาเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจรวมถึงการพัฒนาด้านการตลาดด้วย

ปราชญ์ นิยมค้า
เจ้าของแบรนด์ “Mann Craft”

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

“ได้โอกาสทางการตลาด ที่เป็นตลาดเฉพาะ สินค้าที่สอดคล้องกับผู้ซื้อ ได้ต่อยอดเรื่องงานจากการได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเครือข่ายต่างๆ ”

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“การมีเครือข่าย ที่ทำงานในแนวทางเดียวกัน ทำให้มีตัวอย่างและแนวทางในการทำงานและได้ช่วยเหลือกันและกัน ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ ปรึกษาหารือ ช่วยต่อยอดการทำงานในธุรกิจคราฟต์ได้”

คุณปิลันธน์ ไทยสรวง
เจ้าของร้าน ภูคราม จ.สกลนคร

การสร้างเครือข่าย สร้างคุณค่า สร้างโอกาส เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจคราฟต์ไทยเติบใหญ่อย่างยั่งยืน… แล้วพบกันอีกครั้งกับงาน Crafts Bangkok 2019

เปิดตัว Design Service Society เปิดสอนสร้างแบรนด์ฟรี! นำร่องในงาน ThaiFex พร้อมจัดใหม่เดือนนี้ 0 3652

ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย เข้าปรึกษา Design Service Society หวังสร้างคุณค่าแบรนด์ในงาน THAIFEX 2018 และเตรียมจัดอบรมอีกครั้งเดือนนี้

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผนึกกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการออกแบบไทย จัดโครงการ Design Service Society 2018 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาแล้วจากงาน STYLE 2018 ที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำว่าทางรอดเดียวของธุรกิจในยุคนี้ต้องมาจาก “การออกแบบ” จึงจัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง ในงานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ภายใต้แนวคิด Strategic Design Thinking in Tasty Experience ทั้งนี้สมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยได้ดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน”บรรจุภัณฑ์” มาให้คำปรึกษาด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ การออกแบบประสบการณ์ร้านค้า การออกแบบแบรนด์ เครื่องหมายทางการค้า และฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยได้เข้ารับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชี้ให้มองลึกถึงการสร้างคุณค่า (Value Creation) แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ แบรนด์ บริการ และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ ด้วยการสร้าง Design Value โดยอาศัย “กลยุทธ์คิดออกแบบ”

ทั้งนี้ งานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ที่ผ่านมา บูธของโครงการ Design Service Society 2018 ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง Strategic Design Thinking in Tasty Experience ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้มารับคำปรึกษาจำนวนมากกว่า 50 ราย อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เป็นต้น ให้ความสนใจมาขอรับคำปรึกษาการออกแบบครั้งนี้ด้วย

ผู้ที่พลาดการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ใน งาน THAIFEX 2018 ที่ผ่านมาโครงการ Design Service Society 2018 ยังมี Workshop กิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีกหนึ่งครั้ง ภายใต้แนวคิด ‘@ Master Studio’ นั่นคือให้เกิดการเรียนรู้อย่างมาสเตอร์ในสภาพแวดล้อมของสถานที่ บรรยากาศ และ/หรือ การจำลองวิธีคิด เทคนิค กระบวนการ และ/หรือ สถานการณ์จริง โดยเนื้อหาของกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด ‘Strategic Design Thinking’ การคิดเชิงการออกแบบคือกลยุทธ์ทางธุรกิจ เปิดมุมมองของกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ/นักออกแบบทั่วไป ว่าจะมีกระบวนการคิดในการสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันเพื่อการปฏิรูปธุรกิจอย่างไร โดยมีการสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้แบบ ‘@ Master Studio’

สำหรับผู้ให้บริการด้านการออกแบบ ก็เช่น COTH Design Studio, ONGA Design Studio, Prompt Design Studio, Cor Design Studio, Jacob Jansen Design Studio, TEAK Research โดยทีมประสบการณ์ จาก The Cell Unit ซึ่งจะจัดอบรมกันทั้งหมด 7 หัวข้อ เริ่มวันที่ 19 มิถุนายนนี้ไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม นักออกแบบ, ผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และ/หรือ ผู้ประกอบการ, นักธุรกิจ ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ คุณพิษณุ ไชยวงศ์ (คุณบี) โทร 063-334-9009 หรือ ติดตามสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม www.idsocietythailand.org หรือ Facebook Fanpage idsocietythai