Review : พลิกโฉม Power Buy EXPO 2018 0 7239

ความหลากหลายสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ9
8.5 out of 10

พลิกโฉมงาน Power Buy EXPO 2018 ตอกย้ำกระแสดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ พร้อมจับมือ พาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ระดมนวัตกรรมเทคโนโลยีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ อัดโปรโมชั่น พ่วงแพ็กเกจพิเศษให้เลือกเพียบ พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ จัดระหว่างวันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-102 ไฮไลท์ของงาน อีเว้นท์ครั้งนี้คือการนำเสนอนวัตกรรม เทรนด์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเพาเวอร์บายได้ จับมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแบรนด์ระดับโลก อัพเดท เทรนด์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตโดยรวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ มาไว้ในงานนี้ ได้แก่

 

Innovation เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้

  • Power Buy Smart Robot หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมต้อนรับและให้ข้อมูลกับลูกค้า
  • LG เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเปิดตัวครั้งแรกที่งานนี้กับสุดยอด LG OLED TV รุ่น OLEDB8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัย
  • เปิดตัวที่งานนี้แห่งแรกกับสุดยอดสมาร์ททีวี Hisense Laser TV ขนาด 100 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี่เลเซอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูในโรงภาพยนตร์ และยังทำให้ทีวีของคุณกลายเป็นสุดยอดโฮมเธียเตอร์ พร้อมฟีเจอร์การควบคุมผ่านรีโมทสั่งงานเพียงครั้งเดียว

Excitement กิจกรรมสนุกๆ ตื่นตาตื่นใจ

  • สัมผัสประสบการณ์ AI Home Entertainment ใน Smart Space Zone เปลี่ยนห้องนั่งเล่นในบ้านให้สนุกด้วย Samsung QLED TV และชุดโฮมเธียเตอร์ จาก ONKYO และ POLK รองรับการสั่งงานด้วย Home Pod และเย็นสบายกับเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดตัวเครื่องอัตโนมัติจากแบรนด์ Haier
  • เอาใจสายนักชิมและดูแลสุขภาพด้วย Easy Food Easy Life Zone ห้องครัวอัจฉิรยะ ด้วย Interactive LED Screen ที่จะนำเสนอเมนูอาหาร รวมถึงบอกคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมให้ไอเดียการตกแต่งห้องครัวด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าฟังก์ชันครบอย่าง ตู้เย็น Multidoor จากแบรนด์ Samsung, เครื่องอบผ้าและเครื่องล้างจานจาก ELECTROLUX และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจาก BOSCH, Phillips, SHARP, Samsung และ Electrolux
  • สายเกม พลาดไม่ได้ที่ Game Zone กับการแข่งขันเกม Power Buy eSports ด้วย Sony PlayStation®4 ผ่านเกม FIFA 2018 ค้นหาผู้ชนะและรับของรางวัลมากมาย มูลค่ากว่า 70,000 บาท
  • ร่วมสนุกกับ Power Buy Snap ถ่ายภาพเก๋ๆ ในสไตล์ของคุณลงแล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย ลุ้นรับรางวัล iPad จากเพาเวอร์บาย

“นอกจากนวัตกรรมล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตในยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มด้วย โปรโมชั่นลดรวมสูงสุด 46 % กับส่วนลดสุดคุ้มคุ้ม 8 ต่อ อาทิ ช้อป 10,000 รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000, สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15%, บัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย รวมทั้งพบกับสินค้านาทีทองทุบราคาลดพิเศษ วันละ 2-3 รายการ ทุกวัน วันละ 3 เวลาที่จะนำมาให้ลูกค้าได้จองรับสิทธิ์ซื้อภายในงานนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://bit.ly/2Hq7mrd

ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เพาเวอร์บายได้นำเทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้มาไว้ที่งาน Power Buy EXPO 2018 เพื่อเป็นไอเดีย ทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล โดยในปีนี้เราได้วางเป้าหมายให้งาน Power Buy EXPO 2018 เป็นงาน Event ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที เทคโนโลยี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตอบรับกระแสที่ลูกค้าตั้งตารอคอย พร้อมคาดการณ์ว่าจะมียอดขายในงานสูงถึง 320 ล้านบาทหรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าว

“ปัจจุบันและอนาคตทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับ AI (Artificial intelligence: AI) โดยมีสมาร์ทโฟน แท็ปแล็ต หรือ แก็ดเจ็ต สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่เป็นสื่อกลางในการควบคุม สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัวคุณมากมาย ขณะเดียวกันเครื่องใช้ไฟฟ้าก็พัฒนา AI ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารกับคนได้ด้วย เช่น เทคโนโลยีนวัตกรรมตู้เย็นที่สามารถตรวจสอบการกรองอากาศและแบคทีเรียได้ หรือแอพพลิเคชั่นสั่งการเปิด-ปิดแอร์ก่อนเข้าบ้านได้ หรือ สมาร์ททีวีที่เลือกรายการโปรดหรือคลิปเด็ดๆที่คุณอยากจะรับชมเอาไว้ให้ทันทีที่เปิดเครื่อง

ด้วยเหตุนี้ เพาเวอร์บาย จึงได้นำเสนอโฉมใหม่งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 ภายใต้คอนเซปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ เพราะเราเข้าใจสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ความต้องการที่ลูกค้าอยากได้รับความสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด ได้เล่น ได้พักผ่อนในมุมโปรดของตัวเอง โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยทำให้ชีวิตสบาย มีเวลามากขึ้น”

นายธีรินทร์ กล่าวด้วยว่า “ความแตกต่างของเพาเวอร์บายที่เป็นจุดแข็งของเรานั้นอยู่ที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Omni Channel ผ่านทั้งช่องทางการช้อปออนไลน์, ช่องทางออฟไลน์ผ่านการซื้อสินค้าที่สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ และการจัดงาน Event ต่างๆ ของ Power Buy เราสร้าง Omni Channel ให้เกิดขึ้นเชื่อมการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันสะดวกสบายไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง เช่น คนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาเดินช้อปภายในงาน Power Buy EXPO 2018 ได้ เรามีแคมเปญ Power Buy EXPO online ให้ลูกค้ารับดีลดีๆ สินค้าราคาพิเศษไม่น้อยหน้างาน Event โดยเข้าไปช้อปทาง www.powerbuy.co.th ในช่วงเวลาที่งาน event ปิดทำการตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 9 โมงเช้าของทุกวัน พร้อมทั้งยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้จัดส่งที่สาขาผ่าน Power Buy Click & Collect หรือ ชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย ขณะที่ Power Buy Services มีบริการที่หลากหลายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งมาตรฐานที่ลูกค้าไว้วางใจได้ อาทิ เพาเวอร์บาย การันตีรับประกันการติดตั้งยาวนานถึง 180 วัน หรือ ลูกค้าที่เลือกช้อปภายในงาน Event อย่าง Power Buy EXPO 2018 สามารถเลือกให้จัดส่งและติดตั้งสินค้าได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีสาขาของเราตั้งอยู่อีกด้วย

ด้านคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกับคอนเซ็ปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ ของ Power Buy EXPO 2018 ในครั้งนี้ แอลจี จึงได้เตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชั่น Smart Diagnosis ที่ช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแอลจี ทั้งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

ที่สำคัญในกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์นั้น แอลจีได้นำเสนอ LG OLED TV รุ่น OLEDW8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัยที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค โดยผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Intelligent Voice Recognition เพื่อรองรับการค้นหาและสั่งงานด้วยเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงอันสมบูรณ์แบบตามคอนเซ็ปต์ Perfect Black, Perfect Color และ Perfect Viewing Angle นอกจากนี้ ยังมีลำโพงรุ่น SK10Y ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ MERIDIAN แบรนด์เครื่องเสียงสุดหรูจากประเทศอังกฤษ ที่ให้พลังเสียง 550 วัตต์ผ่านลำโพงแบบ 5.1.2 ช่องทาง มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงและดูหนังเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ ผ่านความสามารถในการรองรับการใช้งานร่วมกับ Google Assistant ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านลำโพงรุ่นดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

สำหรับลูกค้าที่มาเดินช้อปในงาน Power Buy Expo 2018 ก็สามารถพักผ่อนไปกับโซนภายในงาน The1 Lounge เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต Central The1 นั่งพักผ่อนสบายๆ หรือลูกค้าทุกคนสามารถแวะชิมอาหารอร่อยๆ กับ Food Truck อาทิ Mother Trucker, KAMU, Family Mart, Mister Donut และ Auntie Anne’s ที่นำเมนูอาหารหลากหลายมาให้ชิมกันเต็มอิ่ม ใครที่ชอบการชมภาพยนตร์ที่บ้านสมัครสมาชิก HOOQ แอพพลิเคชั่นที่งาน รับสิทธิ์ดูหนัง Stemming ฟรีนาน 1 เดือน และใครที่ไม่อยากขับรถมาก็เดินทางสะดวกสบายมาที่ไบเทค บางนาด้วย Grab รับโค้ดส่วนลด 50-100 บาท ทันที

มาร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ในงาน Power Buy EXPO 2018 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ณ ฮอลล์ 101-102 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-904-2000 หรือติดตามรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/Powerbuythailand/

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

แพทย์ชี้ พาราควอต ไม่น่ากลัว 
การใช้ พาราควอต ทางกสิกรรมไม่มีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม 0 10037

ปัจจุบัน เกิดกระแสข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการใช้สารกำจัดวัชพืชของภาคเกษตรกรรม หรือ พาราควอต ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ส่งผลต่อไปยัง การปฏิเสธสินค้า และผลผลิตจากเกษตรกร ไม่เพียงแค่เกษตรกรเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่อุตสาหกรรมแปรรูป การผลิต และการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรและอาหาร ซึ่งทำรายได้เข้าประเทศ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า1.2 ล้านล้านบาท ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน รวมทั้ง ข่าวสารดังกล่าวยังสร้างความกังวลใจต่อสาธารณะ และผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นด้านสุขภาพ จนกระทั่งถึงขั้นที่เสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช หรือ แบน พาราควอต ออกไปจากระบบกสิกรรมเลยทีเดียว

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ อดีตหัวหน้าภาควิชาโรคระบบหายใจ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช ราชบัณฑิตแห่งสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า ในฐานะที่เคยเป็นแพทย์ระบบการหายใจ และปอดมีประสบการณ์กับพิษพาราควอตในผู้ป่วยจากการดื่มพาราควอตได้เคยเขียนบทความทบทวนส่งไปลงพิมพ์ในวารสารธรรมศาสตร์เวชสาร และ พุทธชินราชเวชสาร พร้อมกันนั้นก็ไปบรรยายเรื่องพาราควอตในการประชุมราชบัณฑิตสัญจร เมื่อเมษายนปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้นมีเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องหลายท่านมาร่วมประชุมด้วย เช่น ศาสตราจารย์ ดร. สุธรรม อารีกุล ศาสตราจารย์ ดร. สิริวัฒน์ วงษ์ศิริ ศาสตราจารย์ ดร. อรอณงค์ นัยวิกุล ศาสตราจารย์ ดร. สมชาย วงศ์วิเศษ ศาสตราจารย์ ดร. ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านไม่มีความเห็นขัดแย้งกับข้อมูลที่บรรยาย คือ การใช้พาราควอตทางกสิกรรมไม่มีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากศาสตราจารย์ นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อ้างผลงานของคณะผู้วิจัยของสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) พบว่าการใช้ยาฆ่าหญ้าทำให้มีสารพาราควอตตกค้างอยู่ในไร่นา ในน้ำที่ขัง ทำให้ผู้ที่ย่ำน้ำที่มีสารปนเปื้อนเหล่านั้นได้รับสัมผัสพาราควอตทางผิวหนังป่วยปีละกว่า 100 ราย และมีผู้เสียชีวิต 6 รายจากขาเน่าและติดเชื้อซ้ำซ้อนถึงต้องตัดขา โดยไม่ให้รายละเอียดเอกสารและแหล่งพิมพ์เอกสาร รวมทั้ง อ้างว่าการสัมผัสยาฆ่าหญ้า ทำให้เกิดโรคที่รักษาไม่ได้ เช่น โรคพาร์กินสันและการทำลายเซลล์สมอง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ให้ความเห็นในทางตรงกันข้าม โดยอ้างอิงจากเอกสารวิชาการของสำนักงานความปลอดภัยทางเคมี ของกรมสุขภาพ เมืองแคนเบอร์ร่า ออสเตรเลีย ว่า พาราควอต เป็นยากำจัดวัชพืช โดยวิธีการยับยั้งการสังเคราะห์ด้วยแสง ทำให้เกิดสุเปอร์ออกไซด์ไปทำอันตรายแผ่นเยื่อต่างๆของพืชโดยกระบวนการเพอร์ออกซิไดซ์ไขมัน การเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นแบบเดียวกับในพืช คือ เมื่อได้รับสารพิษเข้าทางเดินอาหารหรือทางหายใจจะเกิดภาวะพิษทางระบบการหายใจ ไตและตับ การได้รับพิษทางผิวหนังพบน้อยมาก รายงานศักยภาพพิษต่อระบบประสาทที่ทำให้เป็นโรคพาร์กินสันในคนก็พบน้อยมาก อีกทั้งยังไม่สามารถระบุสาเหตุว่าเกิดจากสาพราควอต และที่กล่าวอ้างในบางรายงานว่าเกิดขึ้นก็ไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ รายงานผลวิจัยยาฆ่าวัชพืช 2 ตัว คือ ไกลโฟเสตและพาราควอต ในประเทศไทย จากกลุ่มนักวิชาการ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พรพิมล กองทิพย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงการตรวจพบพาราควอตในซีรั่มของมารดาและสายสะดือของทารก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ได้แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าได้ศึกษาเพิ่มด้านสนเทศพันธุกรรมจากเลือดด้วยโดยวิธี Next Generation Sequencing ด้วย อาจได้ข้อมูลดีเอ็นเอของผู้ที่สัมผัสพาราควอต ไม่ว่าจะขณะทำงานพ่นสาร หรือจากสัมผัสสารที่ปนเปื้อนสิ่งต่างๆใกล้ตัว หรือจากบริโภคน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนละอองพาราควอตที่พ่นขณะทำงาน แต่ไม่น่าได้รับจากสัมผัสดิน เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่าในดินไม่มีฤทธิ์ของพาราควอตให้สัมผัส ส่วนเด็กแรกคลอดได้พาราควอตจากเลือดของแม่ เพราะเด็กอยู่ในครรภ์จนคลอด การศึกษานี้ ถ้าได้ศึกษาดีเอ็นเอด้วย ก็อาจโชคดีได้พบความผิดปรกติจำเพาะที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของสายดีเอ็นเอ ก็จะได้ตัวกำหนดชีวภาพระบุการสัมผัสสารพิษของหญิงมีครรภ์และของทารกแม้ก่อนเกิดเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคต่าง ๆ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าในรายงานไม่มีข้อมูลว่า แม่และลูกมีความผิดปรกติจากพิษพาราควอตหรือไม่อย่างไร เพราะหญิงมีครรภ์ที่นำมาศึกษาถ้าได้รับพาราควอตที่เป็นสารพิษร้ายแรง น่าจะมีอาการหรือลักษณะเวชกรรมพิษพาราควอตบ้าง ซึ่งในรายงานนี้บอกยากว่าได้รับเมื่อไร ถึงแม้ว่าพบปริมาณพาราควอตในเลือดตอนคลอดน้อยมาก จนไม่มีอาการ ถ้าได้สัมผัสปริมาณมากน่าจะมีอาการป่วยหรือเสียชีวิต

จากข้อมูลเท่าที่ผู้เขียนทราบจวบปัจจุบัน ยังไม่เคยปรากฏว่าการใช้พาราควอตฆ่าหญ้าเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ รายที่มีอาการและเสียชีวิตจากได้รับพาราควอตปริมาณมากเป็นรายที่ดื่มฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม หรือดื่มกินโดยไม่ตั้งใจเช่นในเด็กที่นึกว่าเป็นสิ่งที่ดื่มกินได้

พาราควอต เป็นสารฤทธิ์ทำอันตรายเฉพาะที่สูงมาก ถ้าดื่มก็จะทำอันตรายช่องปากและลำคอรุนแรง การเข้าทางหายใจก็เกิดยาก เพราะละอองสารเหลวจากการพ่นจะมีขนาดใหญ่ จะทำให้เปรอะเปื้อนตามร่างกายมากกว่าหายใจเข้าไปในทางหายใจ จึงไม่น่าจะมีใครสามารถหายใจพาราควอตได้ การสัมผัสทางผิวหนังก็เช่นกันจะเกิดการอักเสบรุนแรงเกิดแผลสด แต่ไม่น่าจะได้รับพาราควอตปริมาณมากจนเสียชีวิต การเดินลุยน้ำที่มีการปนเปื้อนจากการพ่นพาราควอตกำจัดวัชพืช ก็ไม่น่าจะได้สัมผัสพาราควอต เพราะพาราควอตที่ลงสู่ดิน จะถูกกำจัดหมดไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้ ได้นำข้อเท็จจริงจากรายงานวิชาการต่าง ๆ ได้แก่ การตรวจพันธุกรรมก่อนสมภพ ของพุทธชินราชเวชสาร การเก็บของเหลวเพื่อชันสูตร ของธรรมศาสตร์เวชสาร A case of paraquat poisoning with recovery ของสารศิริราช และ IARC Monograph Volume 112 evaluation of five organophosphate insecticides and herbicides ขององค์การอนามัยโลก และการประเมินพิษวิทยาสารพาราควอตจากรมสุขภาพของประเทศออสเตรเลีย เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพาราควอตชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเพื่อตอกย้ำว่า การใช้พาราควอตทางกสิกรรมไม่มีอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม จึงไม่ควรยกเลิกใช้สาร พาราควอต ในกสิกรรมของไทยในที่สุด

กลุ่มนักวิชาการและแพทย์ ชี้ข้อเท็จจริงว่า พาราควอต จำเป็นต่อการเกษตร 0 10104

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. สันทัด โรจนสุนทร ประธานกรรมการ มูลนิธิวิทยาศาสตร์การเกษตร นำกลุ่มนักวิชาการและแพทย์ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ พันเอก นายแพทย์ สุรจิต สุนทรธรรม ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ และศาสตราจารย์ ดร. รังสิต สุวรรณมรรคา จัดเสวนา “สนทนาพาราควอต” ขึ้น เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริง หวังสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสารกำจัดวัชพืช พาราควอต ซึ่งยังคงจำเป็นในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ตามยุทธศาสตร์ชาติ อาหารไทยสู่ครัวโลก

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร. สันทัด โรจนสุนทร ประธานกรรมการ มูลนิธิวิทยาศาสตร์การเกษตร เปิดเผยว่า สารเคมีกำจัดวัชพืชมีความสำคัญต่อเกษตรกรรมของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ เพราะเป็นการทดแทนแรงงานคนเพื่อจะใช้ในการกำจัดวัชพืช ดังนั้น มูลนิธิฯ ยึดถือผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เพื่อการตัดสินใจและสรุปข้อมูลทั้งผลงานที่ไม่ว่าจะออกทางด้านลบหรือด้านบวก จึงได้เชิญนักวิชาการด้านการแพทย์และเกษตรกร กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและทำความเข้าใจร่วมกัน นำไปสู่การนำเสนอแนวทางแก้ไขต่อภาครัฐและผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

ศาสตราจารย์ ดร. รังสิต สุวรรณมรรคา ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า คุณสมบัติของพาราควอต จะยึดติดกับดินอย่างเหนียวแน่น และหมดฤทธิ์ ไม่สามารถปลดปล่อยออกมา จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตอื่นที่อยู่ในดินและน้ำ อาทิ ไส้เดือน แมลง ปลา รวมทั้ง รากพืชไม่สามารถดูดซึมได้ ขณะเดียวกันการใช้งานในภาคเกษตรกรรม พาราควอต ใช้ในการกำจัดวัชพืช จะออกฤทธิ์เฉพาะส่วนสีเขียวที่ได้รับสารเท่านั้น เช่น หากฉีดโดนใบ ก็จะทำให้ใบไหม้ ส่วนลำต้นหรือส่วนอื่นๆ ที่เป็นสีน้ำตาล จะไม่ได้รับผลกระทบ ไม่เป็นพิษ สามารถเติบโตต่อไปได้

ขณะเดียวกัน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของสารพาราควอตนั้น มีข้อกล่าวอ้างที่ขาดข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะประเด็น พาราควอตทำให้เกิดโรคเนื้อเน่า บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะความจริงแล้ว พาราควอตไม่เจือปนในน้ำ เพราะจะถูกดูดยึดไว้กับอนุภาคดินและตะกอนดินในน้ำ รวมทั้งถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในที่สุด

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา อดีตแพทย์โรคระบบการหายใจ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่าแพทย์ทั่วไปจะทราบว่า โรคเนื้อเน่าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย การเดินลุยน้ำที่อาจมีสารพาราควอตปนเปื้อนจากการพ่นกำจัดวัชพืช จะได้สัมผัสกับพาราควอตที่เจือจางมากเพราะสารที่ใช้พ่นต้องเจือจางก่อนและจะถูกเจือจางอีกโดยน้ำที่ขังอยู่ และจะถูกทำให้หมดฤทธ์เมื่อสัมผัสกับน้ำโคลนดิน สารพาราควอตเองโดยปรกติไม่ถูกดูดซึมทางผิวหนังนอกจากมีบาดแผล ส่วนการรายงานผลการตรวจพบพาราควอตในเลือดของหญิงใกล้คลอดและเลือดสายสะดือทารก ก็น่าสงสัยว่าได้มาอย่างไร และในรายงานไม่ได้ระบุว่าแม่และลูกมีความผิดปรกติจากพิษพารา ควอตหรือไม่อย่างไร อนึ่งเท่าที่ทราบจวบปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานการเกิดพิษพาราควอตในผู้ใช้สารพาราควอตฆ่าหญ้าเลย นอกจากไปดื่มกิน

ศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ ราชบัณฑิตแห่งสำนักราชบัณฑิตยสภา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันว่า ในตำราแพทย์ด้านประสาทวิทยา มีการกล่าวถึงว่า สารเคมีประเภทยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าเป็นสารที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน อนึ่งข้อมูลทางระบาดวิทยาในประเทศต่าง ๆ เมื่อราว 30 ปีที่แล้วให้ผลว่า สารเคมีทั้งประเภทยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้า อาจทำให้เกิดโรคพาร์กินสันได้โดยมีความเสี่ยงราว 2-5 เท่า แต่ข้อมูลจากการศึกษาแบบสอบถามนี้มีความโน้มเอียงที่จะมีอคติสูง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยในระยะหลังๆ ต่อมาอีก 10 ปี พบว่ามีประชากรที่ได้รับสัมผัสและไม่ได้รับสัมผัสเกิดเป็นโรคพาร์กินสันในอัตราใกล้เคียงกัน ปัจจุบันจึงยังสรุปไม่ได้ ประกอบกับสารเคมีพาราควอตในเลือดจะเข้าไปสู่สมองลำบากเพราะสารนี้ไม่ผ่านตัวกรองกั้นจากเลือดเข้าสู่สมอง (Blood Brain Barrier) และการจะเกิดการทำลายเซลล์สมองต้องมีปริมาณของสารเคมีในขนาดสูง  การสรุปที่แน่ชัดในเรื่องนี้คงต้องอาศัยการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมอีกมากในอนาคต

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สมชัย บวรกิตติ ราชบัณฑิตแห่งสำนักราชบัณฑิตยสภาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ กล่าวสรุปว่า การใช้พาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช ไม่น่ากลัว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน โปรดพิจารณาข่าวสารอย่างรอบคอบ ติดตามข้อมูลงานวิจัยหรือการศึกษาต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ประเด็นถกเถียงด้านสุขภาพจากเอกสารงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ได้ระบุว่าพาราควอตเป็นสาเหตุของการเกิดโรค และอาการต่าง ๆ ดังกล่าวอ้าง เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ยังไม่มีผลการศึกษาที่ยืนยันแต่อย่างใด

พันเอก นายแพทย์สุรจิต สุนทรธรรม แพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญสาขาเวชพิษวิทยา ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลแผนกแพทยศาสตร์ แสดงความเห็นว่า หากจะยังอนุญาตให้มีการใช้ได้ ต้องมีมาตรการจำกัดการใช้เข้มงวดอย่างยิ่ง กล่าวคือ ต้องห้ามมิให้มีผลิตภัณฑ์ชนิดเข้มข้นวางจำหน่ายในท้องตลาด ห้ามมิให้มีการผสมและถ่ายเทสารพาราควอตนอกโรงงานที่ได้รับอนุญาต คงอนุญาตให้มีแต่ผลิตภัณฑ์ผสมเสร็จที่บรรจุในภาชนะปิดสนิทพร้อมใช้พ่นได้ทันทีเท่านั้น และต้องมีมาตรการแลกเปลี่ยนภาชนะบรรจุในการซื้อแต่ละครั้ง (ทำนองเดียวกันกับแก๊สหุงต้ม) จำกัดปริมาณให้ซื้อได้เฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมการใช้และมีใบอนญาตเท่านั้น เป็นต้น