Review : พลิกโฉม Power Buy EXPO 2018 0 11554

ความหลากหลายสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ9
8.5 out of 10

พลิกโฉมงาน Power Buy EXPO 2018 ตอกย้ำกระแสดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ พร้อมจับมือ พาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ระดมนวัตกรรมเทคโนโลยีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ อัดโปรโมชั่น พ่วงแพ็กเกจพิเศษให้เลือกเพียบ พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ จัดระหว่างวันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-102 ไฮไลท์ของงาน อีเว้นท์ครั้งนี้คือการนำเสนอนวัตกรรม เทรนด์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเพาเวอร์บายได้ จับมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแบรนด์ระดับโลก อัพเดท เทรนด์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตโดยรวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ มาไว้ในงานนี้ ได้แก่

 

Innovation เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้

  • Power Buy Smart Robot หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมต้อนรับและให้ข้อมูลกับลูกค้า
  • LG เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเปิดตัวครั้งแรกที่งานนี้กับสุดยอด LG OLED TV รุ่น OLEDB8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัย
  • เปิดตัวที่งานนี้แห่งแรกกับสุดยอดสมาร์ททีวี Hisense Laser TV ขนาด 100 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี่เลเซอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูในโรงภาพยนตร์ และยังทำให้ทีวีของคุณกลายเป็นสุดยอดโฮมเธียเตอร์ พร้อมฟีเจอร์การควบคุมผ่านรีโมทสั่งงานเพียงครั้งเดียว

Excitement กิจกรรมสนุกๆ ตื่นตาตื่นใจ

  • สัมผัสประสบการณ์ AI Home Entertainment ใน Smart Space Zone เปลี่ยนห้องนั่งเล่นในบ้านให้สนุกด้วย Samsung QLED TV และชุดโฮมเธียเตอร์ จาก ONKYO และ POLK รองรับการสั่งงานด้วย Home Pod และเย็นสบายกับเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดตัวเครื่องอัตโนมัติจากแบรนด์ Haier
  • เอาใจสายนักชิมและดูแลสุขภาพด้วย Easy Food Easy Life Zone ห้องครัวอัจฉิรยะ ด้วย Interactive LED Screen ที่จะนำเสนอเมนูอาหาร รวมถึงบอกคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมให้ไอเดียการตกแต่งห้องครัวด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าฟังก์ชันครบอย่าง ตู้เย็น Multidoor จากแบรนด์ Samsung, เครื่องอบผ้าและเครื่องล้างจานจาก ELECTROLUX และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจาก BOSCH, Phillips, SHARP, Samsung และ Electrolux
  • สายเกม พลาดไม่ได้ที่ Game Zone กับการแข่งขันเกม Power Buy eSports ด้วย Sony PlayStation®4 ผ่านเกม FIFA 2018 ค้นหาผู้ชนะและรับของรางวัลมากมาย มูลค่ากว่า 70,000 บาท
  • ร่วมสนุกกับ Power Buy Snap ถ่ายภาพเก๋ๆ ในสไตล์ของคุณลงแล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย ลุ้นรับรางวัล iPad จากเพาเวอร์บาย

“นอกจากนวัตกรรมล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตในยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มด้วย โปรโมชั่นลดรวมสูงสุด 46 % กับส่วนลดสุดคุ้มคุ้ม 8 ต่อ อาทิ ช้อป 10,000 รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000, สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15%, บัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย รวมทั้งพบกับสินค้านาทีทองทุบราคาลดพิเศษ วันละ 2-3 รายการ ทุกวัน วันละ 3 เวลาที่จะนำมาให้ลูกค้าได้จองรับสิทธิ์ซื้อภายในงานนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://bit.ly/2Hq7mrd

ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เพาเวอร์บายได้นำเทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้มาไว้ที่งาน Power Buy EXPO 2018 เพื่อเป็นไอเดีย ทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล โดยในปีนี้เราได้วางเป้าหมายให้งาน Power Buy EXPO 2018 เป็นงาน Event ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที เทคโนโลยี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตอบรับกระแสที่ลูกค้าตั้งตารอคอย พร้อมคาดการณ์ว่าจะมียอดขายในงานสูงถึง 320 ล้านบาทหรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าว

“ปัจจุบันและอนาคตทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับ AI (Artificial intelligence: AI) โดยมีสมาร์ทโฟน แท็ปแล็ต หรือ แก็ดเจ็ต สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่เป็นสื่อกลางในการควบคุม สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัวคุณมากมาย ขณะเดียวกันเครื่องใช้ไฟฟ้าก็พัฒนา AI ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารกับคนได้ด้วย เช่น เทคโนโลยีนวัตกรรมตู้เย็นที่สามารถตรวจสอบการกรองอากาศและแบคทีเรียได้ หรือแอพพลิเคชั่นสั่งการเปิด-ปิดแอร์ก่อนเข้าบ้านได้ หรือ สมาร์ททีวีที่เลือกรายการโปรดหรือคลิปเด็ดๆที่คุณอยากจะรับชมเอาไว้ให้ทันทีที่เปิดเครื่อง

ด้วยเหตุนี้ เพาเวอร์บาย จึงได้นำเสนอโฉมใหม่งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 ภายใต้คอนเซปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ เพราะเราเข้าใจสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ความต้องการที่ลูกค้าอยากได้รับความสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด ได้เล่น ได้พักผ่อนในมุมโปรดของตัวเอง โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยทำให้ชีวิตสบาย มีเวลามากขึ้น”

นายธีรินทร์ กล่าวด้วยว่า “ความแตกต่างของเพาเวอร์บายที่เป็นจุดแข็งของเรานั้นอยู่ที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Omni Channel ผ่านทั้งช่องทางการช้อปออนไลน์, ช่องทางออฟไลน์ผ่านการซื้อสินค้าที่สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ และการจัดงาน Event ต่างๆ ของ Power Buy เราสร้าง Omni Channel ให้เกิดขึ้นเชื่อมการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันสะดวกสบายไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง เช่น คนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาเดินช้อปภายในงาน Power Buy EXPO 2018 ได้ เรามีแคมเปญ Power Buy EXPO online ให้ลูกค้ารับดีลดีๆ สินค้าราคาพิเศษไม่น้อยหน้างาน Event โดยเข้าไปช้อปทาง www.powerbuy.co.th ในช่วงเวลาที่งาน event ปิดทำการตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 9 โมงเช้าของทุกวัน พร้อมทั้งยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้จัดส่งที่สาขาผ่าน Power Buy Click & Collect หรือ ชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย ขณะที่ Power Buy Services มีบริการที่หลากหลายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งมาตรฐานที่ลูกค้าไว้วางใจได้ อาทิ เพาเวอร์บาย การันตีรับประกันการติดตั้งยาวนานถึง 180 วัน หรือ ลูกค้าที่เลือกช้อปภายในงาน Event อย่าง Power Buy EXPO 2018 สามารถเลือกให้จัดส่งและติดตั้งสินค้าได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีสาขาของเราตั้งอยู่อีกด้วย

ด้านคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกับคอนเซ็ปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ ของ Power Buy EXPO 2018 ในครั้งนี้ แอลจี จึงได้เตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชั่น Smart Diagnosis ที่ช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแอลจี ทั้งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

ที่สำคัญในกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์นั้น แอลจีได้นำเสนอ LG OLED TV รุ่น OLEDW8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัยที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค โดยผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Intelligent Voice Recognition เพื่อรองรับการค้นหาและสั่งงานด้วยเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงอันสมบูรณ์แบบตามคอนเซ็ปต์ Perfect Black, Perfect Color และ Perfect Viewing Angle นอกจากนี้ ยังมีลำโพงรุ่น SK10Y ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ MERIDIAN แบรนด์เครื่องเสียงสุดหรูจากประเทศอังกฤษ ที่ให้พลังเสียง 550 วัตต์ผ่านลำโพงแบบ 5.1.2 ช่องทาง มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงและดูหนังเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ ผ่านความสามารถในการรองรับการใช้งานร่วมกับ Google Assistant ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านลำโพงรุ่นดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

สำหรับลูกค้าที่มาเดินช้อปในงาน Power Buy Expo 2018 ก็สามารถพักผ่อนไปกับโซนภายในงาน The1 Lounge เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต Central The1 นั่งพักผ่อนสบายๆ หรือลูกค้าทุกคนสามารถแวะชิมอาหารอร่อยๆ กับ Food Truck อาทิ Mother Trucker, KAMU, Family Mart, Mister Donut และ Auntie Anne’s ที่นำเมนูอาหารหลากหลายมาให้ชิมกันเต็มอิ่ม ใครที่ชอบการชมภาพยนตร์ที่บ้านสมัครสมาชิก HOOQ แอพพลิเคชั่นที่งาน รับสิทธิ์ดูหนัง Stemming ฟรีนาน 1 เดือน และใครที่ไม่อยากขับรถมาก็เดินทางสะดวกสบายมาที่ไบเทค บางนาด้วย Grab รับโค้ดส่วนลด 50-100 บาท ทันที

มาร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ในงาน Power Buy EXPO 2018 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ณ ฮอลล์ 101-102 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-904-2000 หรือติดตามรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/Powerbuythailand/

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ ครั้งแรกในประเทศไทย 0 1027

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ GCNT จัดหลักสูตร “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ” สำหรับภาคธุรกิจ

โดยมีบริษัทชั้นนำ เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 20 บริษัท ซึ่งมีเนื้อหาเจาะลึกความเชื่อมโยงระหว่างการเคารพสิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิบัติการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การจัดทำนโยบาย และบูรณาการหลักการของสิทธิมุนษยชนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ (Policy and Embedment) กระบวนการประเมินความเสี่ยง และการตรวจสอบรอบด้าน พร้อมการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme – UNDP) และองค์กรธุรกิจต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสมาชิกของ GCNT ร่วมเป็นวิทยากร ทั้งนี้ หลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ภาคปฏิบัติ เป็นหนึ่งในภารกิจของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ในการติดอาวุธการดำเนินธุรกิจควบคู่หลักสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในภาคธุรกิจของไทย พร้อมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือจากผู้บริหารในทุกภาคส่วน ในการยกระดับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจของไทย

ไทยพัฒนาหัตถกรรมไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลก 0 1148

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ  และ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย  โดย ดร.สุรภีร์  โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ในการร่วมกันพัฒนาบุคลากรและพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง ให้มีความเข้มแข็งใน 3 มิติ ทั้งคุณภาพ (quality) รูปแบบที่ทันสมัย (creative) และความต้องการของตลาด (marketing) เพื่อเตรียมพร้อมก้าวไปสู่ Thailand 4.0 สอดคล้องตามในโยบายภาครัฐบาลที่ได้วางไว้

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทยที่มีความสําคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประกอบด้วยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดย่อยจํานวนมากมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร มีทําเลตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียน รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ที่พร้อม โดยสามารถสร้างมูลค่าการค้าปีละมากกว่า 200,000 ล้าน สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ตระหนักถึงความจำเป็นของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทย ที่ต้องแข่งขันในวันข้างหน้า จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน กับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย ในครั้งนี้ ด้วยทั้ง 2 องค์กร มีแนวทางการดำเนินงานบนแนวทางดียวกัน ที่มุ่งมั่นที่จะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยให้มีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก”

“ความร่วมมือกันในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อสร้างการประยุกต์องค์ความรู้ และพัฒนาบุคลากรของทั้งสองฝ่ายรวมถึงสมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่ายในเรื่องผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและแฟชั่น และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอ พื้นเมืองให้มีคุณภาพ (Quality)  มีรูปแบบที่ทันสมัย (Creative) ตอบสนองความ ต้องการของตลาด ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและยอดจำหน่ายให้มากขึ้น (Marketing) และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) สอดคล้อง กับนโยบายภาครัฐในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 ในอนาคตอันใกล้นี้”

ด้านดร.สุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “การขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยการดําเนินการแบบบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน มีการพัฒนาอย่างชัดเจนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งต้องมีการกํากับดูแลเพื่อให้การดําเนินงานมีผลสัมฤทธิ์ สมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย”

“โดยแนวทางและขอบเขตที่จะร่วมกันพัฒนานั้น ทั้งสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย และ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคลากร สมาชิกและเครือข่ายของทั้งสองฝ่าย ในหัวข้อที่เหมาะสม รวมทั้งการสนับสนุนวิทยากรหรือสถานที่ฝึกอบรมซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาข้อกำหนดฉลากคุณภาพสำหรับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง เช่น ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้งานและ ความสวยงาม เป็นต้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วยการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยในกลุ่มผ้าทอมือและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอพื้นเมือง และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์จะร่วมกันพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนรุ่นใหม่และตอบสนองความต้องการของตลาด”

เพื่อตอกย้ำให้ชัดเจนถึงศักภาพและฝีมือของคนไทย ทั้ง 2องค์กรได้จัดให้มีการแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบของกลุ่มผู้ผลิตผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “พัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงผ้าไทยว่าสามารถนำมาพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยด้วยแนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ และสมาคมฯ ยังได้นำผลิตภัณฑ์ของสมาชิกที่มีความปราณีตสวยงามมาร่วมสมทบเพื่อจัดแสดงในงานนี้ด้วย งานนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ การสร้างสรรค์ของหัตถกรรมไทยทัดเทียมนานาประเทศ พร้อมจะพัฒนาแฟชั่นไทยให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียน และเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป