เว็บไซต์ฟุตบอล “Dugout” ทุ่มลงทุนครั้งใหม่ 8.275 ล้านปอนด์ 0 7242

คอบอลห้ามพลาด Dugout แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อแฟนบอลตัวยง เปิดเผยรายละเอียดการลงทุนครั้งใหม่เพื่อขยายขอบข่ายการดำเนินงานในปัจจุบัน รวมถึงแผนการสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและส่งเสริมการเติบโตในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

Dugout เกิดจากการรวมตัวกันของสโมสรยักษ์ใหญ่เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันเป็นครั้งแรกของโลก โดยสโมสรที่ร่วมก่อตั้งประกอบด้วยเอซี มิลาน, อาร์เซนอล, เชลซี, บาร์เซโลนา, บาเยิร์น มิวนิก, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน, โรมา, นาโปลี, ทอตนัม ฮอตสเปอร์, อัตเลตีโก มาดริด และอีกมากมาย

All clubs and players have a dedicated Dugout profile to upload content and interact with fans, meaning users get a totally personalised experience based on the clubs and players they follow. (PRNewsfoto/Dugout)

สโมสรฟุตบอลทั้งหมด 77 สโมสร (รวมถึงนักเตะจำนวนมาก) ต่างมีหน้าโปรไฟล์บน Dugout ที่สามารถอัปโหลดคอนเทนต์และติดต่อกับแฟนบอลได้ ผู้ใช้งานจึงได้รับประสบการณ์สุดพิเศษในการติดตามสโมสรและนักเตะที่ชื่นชอบ ธุรกิจนี้เปิดตัวในปี 2559 มีผู้ใช้งานมากกว่า 67 ล้านราย และมียอดชมวิดีโอรวม 912 ล้านวิวจนถึงปัจจุบัน Dugout เคลื่อนไหวบนโลกโซเชียล 2.1 พันล้านครั้ง และมีวิดีโอที่อัปโหลดโดยสโมสร นักเตะ และแบรนด์ต่างๆ มากกว่า 12,500 วิดีโอ

ในวันนี้ Dugout ได้ประกาศทุ่มเงินลงทุนเพิ่มเติม 8.275 ล้านปอนด์ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อดังอย่างเดวิด และ แฟรงก์ แมคคอร์ต ร่วมกับนักลงทุนรายย่อยอีกหลายราย การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรด้านฟุตบอล ธุรกิจ สื่อ เทคโนโลยี และการโฆษณาแบรนด์

เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital บริษัทลงทุนด้านเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคมระดับโลก คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก นอกจากนั้นยังเป็นผู้ก่อตั้ง ALTV.com หนึ่งในบริการสตรีมมิ่งฟรีที่เติบโตเร็วที่สุดในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ในขณะที่แฟรงก์ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ McCourt LP และ McCourt Global ทั้งยังเป็นที่รู้จักในหมู่คอกีฬาในฐานะเจ้าของทีมฟุตบอล ออแล็งปิก เดอ มาร์แซย์ และอดีตเจ้าของทีมเบสบอล ลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส

เดวิด แมคคอร์ต ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Granahan McCourt Capital กล่าวว่า

“Dugout นำเสนอโอกาสในการทำเงินจากสองเทรนด์ระดับโลก หนึ่งคือความต้องการคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยม ไม่ซ้ำใคร และมีความเฉพาะตัวสูง สองคือความนิยมในกีฬาฟุตบอลที่เพิ่มขึ้นในทุกตลาด Dugout ทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการรวบรวมสโมสรฟุตบอลระดับโลกมาไว้ในที่เดียวกัน และเราจะใช้รากฐานที่แข็งแกร่งนี้เพื่อผลักดันการเติบโตของบริษัทที่มีความโดดเด่นและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่แฟนบอลและแบรนด์ต่างๆทั่วโลก”

“ความร่วมมือของเรากับ Dugout จะยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัท และช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสำคัญๆ ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่าง Dugout และ ALTV ที่จะทำให้แฟนบอลทั่วตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีโอกาสเข้าถึงคอนเทนต์สุดพิเศษ”

เอลเลียต ริชาร์ดสัน ผู้ก่อตั้งและประธาน Dugout กล่าวว่า

“เรายินดีที่ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์โดยได้รับการสนับสนุนจากคุณแฟรงก์และคุณเดวิด แมคคอร์ต ทั้งคู่มาพร้อมความสำเร็จทางการค้า ประสบการณ์ และความเป็นผู้ประกอบธุรกิจอย่างแท้จริงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี นับเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมในขณะที่เรากำลังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจในขั้นต่อไป”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แฟนบอล รวมถึงคู่ค้าและแบรนด์ต่างๆที่เราได้ร่วมงานด้วย การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยให้สิ่งต่างๆยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การสร้างความร่วมมือกับผู้คิดค้นนวัตกรรมอย่าง ALTV และ Alchemy Media ก็ช่วยยกระดับเทคโนโลยีของเราและเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่ซึ่งสโมสรในสังกัดของเราได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น”

Dugout represents the first time the world’s biggest clubs have joined forces to create a business – with founding partners including AC Milan, Arsenal FC, Chelsea FC and FC Barcelona. (PRNewsfoto/Dugout)

เมื่อไม่นานมานี้ Dugout ได้ประกาศสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับหลายฝ่าย เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจในระดับสากล อย่างเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว Dugout ได้สร้างความร่วมมือกับ Major League Soccer (MLS) เพื่อโปรโมทแบรนด์ในระดับสากลและรุกเข้าสู่ตลาดฟุตบอลในอเมริกาเหนือ ส่วนความเคลื่อนไหวในวันนี้ก็เป็นการตอกย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ นอกจากนี้ Dugout ยังมีแผนประกาศการขยายธุรกิจในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงการสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อของ Dugout ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับตลาดแต่ละแห่ง ช่วยให้พันธมิตรและแบรนด์ต่างๆ ได้รับข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ทำให้เข้าใจพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละตลาดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของแฟนๆ และปลดล็อคศักยภาพในตลาดนั้นๆ

นอกจากนี้ Dugout ยังได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง VEWD, SPOTX Rakuten/Viber และ Amazon เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานให้มากขึ้น และทำให้การลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มมีความน่าสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ในเบื้องต้น Dugout เปิดให้ใช้งานใน 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส สเปน กาตาลา โปรตุเกส และบาฮาซา โดยจะเพิ่มภาษาอารบิกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ Akira Partners ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้แก่ Dugout ในการทำธุรกรรมครั้งนี้

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ขุมทองใหม่ธุรกิจความงามในเวียดนาม Inter Beauty Vietnam 2019 0 3062

โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส เปิดทางลัด จัดงาน Inter Beauty Vietnam 2019 เชิญชวนนักธุรกิจไทย รุกตลาดความงามในเวียดนาม มอบสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ บริษัทชั้นนำระดับนานาชาติในการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการกลุ่ม CLMV เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมความงามของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ เวียดนาม เติบโตก้าวกระโดด มีอัตราเติบโตสูงถึงร้อยละ 30 โดยเฉพาะในกลุ่มมีผู้รายได้ระดับปานกลาง ซึ่งจะมีประชากรเพิ่มขึ้นถึง 33 ล้านคนในปี พ.ศ. 2565 ปัจจุบัน เวียดนาม มีประชากรสูงกว่า 95 ล้านราย ร้อยละ 30 เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ millennials มีความรู้ สนใจใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รักการดูแลรักษาสุขภาพ ให้ความสำคัญกับคุณภาพ และชอบผลิตภัณฑ์หรือบริการนำเข้าจากต่างประเทศ

ในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2560 ชาวเวียดนามซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวนำเข้าจากต่างประเทศรวม 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าปี พ.ศ. 2559 ถึง 3 เท่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญเกิดจากการเติบโตของศูนย์การค้าของต่างชาติและท้องถิ่น รวมถึงร้านค้าสาขาที่จำหน่ายเครื่องสำอาง เช่น Medicare, Guardian, and Pharmacity ที่มีการขยายสาขาเป็นจำนวนมาก

พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนามในกลุ่มธุรกิจความงาม มีความเชื่อว่าหากรูปลักษณ์ดี จะส่งผลต่ออาชีพ และรายได้ที่ดีขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากกลุ่มบล็อกเกอร์ และศิลปินดารา ทั้งนี้ กลุ่มที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ สุภาพสตรีที่มีอายุระหว่าง 15-39 ปี รักการแต่งหน้า บำรุงผิวพรรณ ซึ่งมีประชากรประมาณ 20 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 40 ของประชากรหญิงทั้งหมดของเวียดนามเลยทีเดียว

บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด จึงได้จัดงานแสดงสินค้าและบริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีความงาม หรือ Inter Beauty Vietnam ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการฮานอย หรือ Hanoi International Center for Exhibition (HICE) ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม พ.ศ. 2562

การจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการทั่วโลกสนใจเข้าร่วมชมงานกว่า7,000 ราย ร่วมแสดงงานกว่า 230 แบรนด์ สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเปิดตลาดที่เวียดนาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุรีรัตน์ ทรรพวสุ โทร. 084-559-4441

เกษตรเวียดนามโตเร็ว ชวนไทยขยายตลาดและลงทุน เปิดช่องทางพิเศษ HORTEX Vietnam 2019 0 3019

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ งานประชุมและนิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ครั้งที่ 2 หรือ ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม (HORTEX Vietnam 2019) ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกเมื่อต้นปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของเวียดนามและไทย ได้ร่วมเปิดวิสัยทัศน์ โอกาสการค้าและการลงทุนในเวียดนาม จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมงาน ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam 2019

ฮอร์เท็กซ์ เวียดนาม หรือ HORTEX Vietnam เป็นงานระดับนานาชาติเพียงหนึ่งเดียวในเวียดนามที่จัดแสดงนวัตกรรมและการประชุมด้านพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปีพ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา โดย บริษัท มินห์ วี เอ็กซิบิชั่น แอนด์ แอดเวอร์ไทซิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ประเทศเวียดนาม ร่วมกับ บริษัท โนวา เอ็กซิบิชั่นส์ จำกัด ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ ได้รับการตอบรับเข้าร่วมจัดงานเป็นอย่างดีจาก 110 บริษัทจาก 20 ประเทศทั่วโลก และมีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 4,530 ราย ส่วนใหญ่จากเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ อาทิ กัมพูชา ไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลี ออสเตรเลีย จีน สหรัฐอเมริกา และอินเดีย

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ เปิดเผยว่า “HORTEX Vietnam จัดขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออกผักและผลไม้จาก 349 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2552 เพิ่มเป็น 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2560 และในปีนี้ ครึ่งปีแรก สามารถส่งออกได้ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.70 เป็นไปตามแผนของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ซึ่งต้องการให้อุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปพืชสวน ผัก ผลไม้ และดอกไม้ เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“การจัดงาน HORTEX Vietnam เป็นการรวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเพาะปลูก โรงเรือน ระบบถนอมอาหาร ระบบคัดแยก ระบบเก็บเกี่ยว ระบบแปรรูปผักและผลไม้ บริการด้านการตลาดในเวียดนาม บริการจัดจำหน่ายและส่งออกผัก ผลไม้ และดอกไม้ ผลสำเร็จของการจัดงานครั้งแรก HORTEX Vietnam 2018 ร้อยละ 92 ของบริษัทที่ร่วมจัดแสดงงานพึงพอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากนักธุรกิจทั่วโลกเข้ามาเจรจาซื้อขาย และจะมาร่วมแสดงงานอีกครั้ง โดยเพิ่มพื้นที่จัดแสดงขึ้นสองเท่าจากเดิม เพื่อรองรับจำนวนผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก” นางลัดดา กล่าวสรุป

HORTEX Vietnam 2019 ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชนเวียดนาม ศูนย์ส่งเสริมการลงทุนและการค้า การท่องเที่ยวลามดอง สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งเวียดนาม (วิน่า ฟรุ๊ต) สมาคมดอกไม้ดาลัด และสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ประจำเวียดนาม

สำหรับการจัดงานในวันนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย คณะผู้จัดงานได้นำเสนอไฮไลท์และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการเข้าร่วมจัดงาน HORTEX Vietnam 2019 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอกาสการลงทุนภายใต้นโยบายการค้าเวียดนาม ภาพรวมตลาดอุตสาหกรรมผัก ผลไม้ และดอกไม้เวียดนาม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำธุรกิจในเวียดนาม โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กระทรวงเกษตรและพัฒนาชุมชน สมาคมพืชผักและผลไม้แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยผู้ประกอบการชั้นนำด้านพืชสวนและดอกไม้ของไทย