เฟสป้า เอเชีย 2018 ยิ้มรับความสำเร็จ ผู้บริหารระดับสูงทั่วอาเซียนแห่ร่วมงาน 0 22017

เฟสป้า เอเชีย 2018 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในฐานะงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์สิ่งทอ และป้ายโฆษณา ต้อนรับผู้เข้าชมงาน 4,328 รายจาก 66 ประเทศทั่วโลก

ผู้เข้าชมงานจากประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย และผู้เข้าชมงานระดับภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น และจีน โดยผู้เข้าชมงานจากประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 75 เพิ่มขึ้นจากการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2017 ร้อยละ 10

มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้เข้าชมงาน เป็นเจ้าของกิจการและผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ซึ่งมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบจากการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2017 และร้อยละ 62 เหตุผลหลักของการเข้าชมงาน ต้องการรับความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในสามของผู้เข้าชมงานวางแผนที่จะซื้ออุปกรณ์เครื่องมือใหม่

 

ผู้เข้าชมงานเฟสป้า เอเชีย เป็นครั้งแรก นายมาชฮาราฟ ฮอสแซง กรรมการผู้จัดการ DCATEX กล่าวว่า “ขอบคุณ เฟสป้า เอเชีย ทำให้ได้มีโอกาสเห็นเทคโนโลยีใหม่อย่างใกล้ชิด ได้เจรจาการค้าเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และการจัดงานครั้งต่อไป จะมาเยี่ยมชมงานอีกครั้งแน่นอน”

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการสมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เปิดเผยว่า “เสียงตอบรับจากกลุ่มผู้เข้าชมงานเป็นเครื่องยืนยันว่า เฟสป้า เอเชีย ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งสามารถนำผู้ประกอบการวงการพิมพ์ทั่วทั้งภูมิภาคมาพบกันได้ ส่งผลให้การจัดงานนี้ เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ผู้จัดแสดงงาน นำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดให้แก่ผู้เข้าชมงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด”

 

เสียงจากผู้จัดแสดงงาน
ผู้จัดแสดงงาน 77 รายจาก 16 ประเทศ เข้าร่วมงานเฟสป้า เอเชีย 2018 ประทับใจการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก ช่วยผลักดันธุรกิจได้สูงสุด นายเวนย์ แชปมัน ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Sensient Imaging Technologies S.A. กล่าวว่า “เฟสป้า เอเชีย 2018 ถือเป็นงานที่ประสบความสำเร็จสูง เพราะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก กลุ่มประเทศอาเซียน เป็นตลาดที่กำลังเติบโตมาก และเฟสป้า เอเชีย ช่วยทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญช่วยสร้างยอดขายได้อย่างแท้จริง”

นายแฟรงค์ ไมชาร์ด ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค Marabu กล่าวในฐานะผู้จัดแสดงงานที่ร่วมงานกับเฟสป้ามาอย่างต่อเนื่องว่า “เฟสป้า เอเชีย เป็นเวทีที่ดีที่สุดในการสร้างเครือข่ายและเปิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดตลาด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มาร่วมงาน ได้มีโอกาสพบปะกับผู้ประกอบการระดับมืออาชีพในท้องถิ่นและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนแนวความคิด แนวทางธุรกิจ โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ให้ความสนใจในการพิมพ์สิ่งทอเพิ่มมากขึ้น”

การแข่งขันระดับโลก Wrap Masters
เฟสป้า เอเชีย 2018 เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน World Wrap Masters Asia ขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันหุ้มรถยนต์ทั้ง 18 รายได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และสาธิตการตกแต่งรถยนต์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการตลาดที่โดดเด่น สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ได้แก่ ศิลปินชาวรัสเซีย ชื่อ นายยูรี เทบาว์ ขณะที่ นายโรมัน รัสซุ ชาวรัสเซีย นายคิชิ ซาฮิโตะ ชาวญี่ปุ่น และนายทาดาชิ คาริยะ ชาวญีปุ่น ได้รับรางวัลอันดับ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ

“การแข่งขันในรอบสุดท้าย แต่ละคนต่างนำทักษะพิเศษมาแสดงได้อย่างน่าประทับใจ” นายยูริ เทบาว์ กล่าว “การแข่งขันนี้ ยังคงเป็นงานสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหุ้มรถ ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหุ้มรถจากทั่วโลก ได้มาแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิค นำมาซึ่งมิตรภาพและกลายเป็นเพื่อน เพราะแต่ละคนล้วนพูดภาษาเดียวกัน”

นางรอซ กัวโนรี กล่าวสรุปว่า “คณะผู้จัดงานรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับผลตอบรับจากการจัดงานเฟสป้า เอเชีย 2018 ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งในกลุ่มผู้เข้าชมงาน ได้เห็นถึงโอกาสการดำเนินธุรกิจการพิมพ์เฉพาะด้านอย่างชัดเจน และกลุ่มผู้จัดแสดงงาน ได้มีโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้เข้าชมงานระดับนานาชาติ และสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ พบกันอีกครั้งในการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย ในปี 2019″

เฟสป้า เอเชีย 2019 จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fespa-asia.com

เกี่ยวกับเฟสป้า
ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคมในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ เฟสป้า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เฟสป้า จึงได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยของ เฟสป้า
การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า เป็นโครงการวิจัยระดับโลก เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/census

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประกอบด้วย
* FESPA Global Print Expo, 15-18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* European Sign Expo, 15-18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* FESPA Awards, 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* FESPA Africa, 12-14 กันยายน พ.ศ. 2561, ณ กาลลาจ์เฮอร์ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
* FESPA Mexico, 19-21 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ เซ็นโตร ซิติบานาเม็ก เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
* FESPA Eurasia, 6-9 ธันวาคม พ.ศ.​2561, ณ ซีเอ็นอาร์ เอ็กซโป เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
* FESPA Brasil, 20-23 มีนาคม พ.ศ. 2562, ณ เอ็กซโป เซ็นเตอร์ นอร์ธ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 0 3117

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 สอดรับองค์การสหประชาชาติ มุ่งสร้างอาหารปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซินเจนทา ตอกย้ำจุดยืนตามแนวคิดองค์การสหประชาชาติ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยป้อนประชากรโลก ควบคู่กับการดูแลรักษาโลก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอุดมการณ์เดียวกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และเทคโนโลยีการอารักขาพืชส่งเสริมและสนับสนุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดีขึ้น อาทิ คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ที่ได้ดำเนินงานไปในปีที่ผ่านมา นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในปีนี้อีกด้วย

สำหรับแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ของซินเจนทา ประกอบด้วย 6 ด้าน ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพผลผลิต โดยการใช้พื้นที่และน้ำเท่าเดิม 2. การรักษาพื้นที่เพาะปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3. การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้มีสภาพสมบูรณ์ 4.การเพิ่มความสามารถแก่เกษตรกรรายย่อย 5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรให้ใช้สารฯ อย่างปลอดภัย 6. การดูแลสวัสดิการของแรงงานทางภาคการเกษตร

หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้สอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาให้ครบทุกมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทางซินเจนทาเอง มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรักษาโลกของเราให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเกษตรกรต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“ในปีนี้ เราได้วางแผนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตร อีกทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในการพัฒนาภาคการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาโลกต่อไป” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

ไททา จับคู่เกษตรกรสวนผลไม้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเพื่อผึ้งปลอดภัย อัดฉีดความรู้ ผลักดันสารวัตรเกษตร 0 5334

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เดินหน้าโครงการ ผึ้งปลอดภัย พร้อมร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาความรู้เกษตรกรสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง และเพิ่มความเข้มข้นร่วมมือกับสารวัตรเกษตรตรวจสอบสินค้าเกษตรปลอม ด้อยคุณภาพและผิดกฏหมาย

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยถึงพันธกิจสำคัญของ ไททา ว่า จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ โครงการผึ้งปลอดภัย โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้อง และโครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม

โครงการ ผึ้งปลอดภัย เป็นการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับเกษตรกรสวนผลไม้เป็นไปอย่างสมานสามัคคี อีกทั้งยังผลในการเพิ่มผลผลิตและผึ้งปลอดภัย ผลผลิตที่ได้ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือน้ำผึ้งจะมีคุณภาพดีขึ้น ผลผลิตสูงขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยสูง ผึ้งหรือแมลงผสมเกสรอื่นๆ มีบทบาทสำคัญสำหรับการผสมเกสรของพืช ช่วยสร้างและเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ทั้งนี้ น้ำผึ้งคุณภาพสูง ปลอดสารเคมี เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน น้ำผึ้งของไทย ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพ และปริมาณการผลิต เตรียมประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและเกษตรกรสวนผลไม้จำนวน 100 คู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และจันทบุรี สามารถทำการเกษตรของตนร่วมกันอย่างสมานสามัคคีนำผลผลิตปลอดภัยสู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

การส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรให้ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดี เช่น ปลูกพืชเหมาะสมกับสภาพดิน หรือแหล่งน้ำเพียงพอแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งจะต้องมีคุณภาพ เกษตรนำมาใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง เหมาะสมกับพืช ดังนั้น โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิต จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับ โครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม ทั้งสองโครงการ เป็นการประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร ในการอบรมความรู้และฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรให้สามารถใช้ ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพต่อเกษตรกร ผู้บริโภค ตั้งเป้าพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อไปต่อยอดอบรมเกษตรกร ในแนวคิด Train the Trainer คาดว่าจะผลิต Trainer ได้มากถึง 1,000 รายทั่วประเทศ รวมทั้ง ร่วมดำเนินการและผลักดันบทบาท สารวัตรเกษตร ให้มีความเข้มข้นและจริงจัง เพื่อตรวจสอบปัจจัยการผลิตตามร้านค้าและสถานประกอบการ และหากพบ ปุ๋ย และสารเคมีกำจัดวัชพืชที่มีการปลอมแปลง หมดอายุ หลบเลี่ยงกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ ไททา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เป็นหนึ่งในองค์กรสนับสนุนความรู้ทางวิชาการและบุคคลากรในกิจกรรมต่าง ๆ ด้านการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร และเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2562 จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีผ่านความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับประเทศตามยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป