เฟสป้า เอเชีย 2018 ยิ้มรับความสำเร็จ ผู้บริหารระดับสูงทั่วอาเซียนแห่ร่วมงาน 0 21772

เฟสป้า เอเชีย 2018 ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในฐานะงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์สิ่งทอ และป้ายโฆษณา ต้อนรับผู้เข้าชมงาน 4,328 รายจาก 66 ประเทศทั่วโลก

ผู้เข้าชมงานจากประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย และผู้เข้าชมงานระดับภูมิภาคเอเชีย เช่น อินเดีย ศรีลังกา ญี่ปุ่น และจีน โดยผู้เข้าชมงานจากประเทศไทย คิดเป็นร้อยละ 75 เพิ่มขึ้นจากการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2017 ร้อยละ 10

มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้เข้าชมงาน เป็นเจ้าของกิจการและผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ซึ่งมีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบจากการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2017 และร้อยละ 62 เหตุผลหลักของการเข้าชมงาน ต้องการรับความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในสามของผู้เข้าชมงานวางแผนที่จะซื้ออุปกรณ์เครื่องมือใหม่

 

ผู้เข้าชมงานเฟสป้า เอเชีย เป็นครั้งแรก นายมาชฮาราฟ ฮอสแซง กรรมการผู้จัดการ DCATEX กล่าวว่า “ขอบคุณ เฟสป้า เอเชีย ทำให้ได้มีโอกาสเห็นเทคโนโลยีใหม่อย่างใกล้ชิด ได้เจรจาการค้าเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และการจัดงานครั้งต่อไป จะมาเยี่ยมชมงานอีกครั้งแน่นอน”

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการสมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เปิดเผยว่า “เสียงตอบรับจากกลุ่มผู้เข้าชมงานเป็นเครื่องยืนยันว่า เฟสป้า เอเชีย ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าที่มีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งสามารถนำผู้ประกอบการวงการพิมพ์ทั่วทั้งภูมิภาคมาพบกันได้ ส่งผลให้การจัดงานนี้ เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ผู้จัดแสดงงาน นำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดให้แก่ผู้เข้าชมงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด”

 

เสียงจากผู้จัดแสดงงาน
ผู้จัดแสดงงาน 77 รายจาก 16 ประเทศ เข้าร่วมงานเฟสป้า เอเชีย 2018 ประทับใจการจัดงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก ช่วยผลักดันธุรกิจได้สูงสุด นายเวนย์ แชปมัน ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Sensient Imaging Technologies S.A. กล่าวว่า “เฟสป้า เอเชีย 2018 ถือเป็นงานที่ประสบความสำเร็จสูง เพราะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามาก กลุ่มประเทศอาเซียน เป็นตลาดที่กำลังเติบโตมาก และเฟสป้า เอเชีย ช่วยทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญช่วยสร้างยอดขายได้อย่างแท้จริง”

นายแฟรงค์ ไมชาร์ด ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค Marabu กล่าวในฐานะผู้จัดแสดงงานที่ร่วมงานกับเฟสป้ามาอย่างต่อเนื่องว่า “เฟสป้า เอเชีย เป็นเวทีที่ดีที่สุดในการสร้างเครือข่ายและเปิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดตลาด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มาร่วมงาน ได้มีโอกาสพบปะกับผู้ประกอบการระดับมืออาชีพในท้องถิ่นและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนแนวความคิด แนวทางธุรกิจ โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ให้ความสนใจในการพิมพ์สิ่งทอเพิ่มมากขึ้น”

การแข่งขันระดับโลก Wrap Masters
เฟสป้า เอเชีย 2018 เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน World Wrap Masters Asia ขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันหุ้มรถยนต์ทั้ง 18 รายได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ และสาธิตการตกแต่งรถยนต์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการตลาดที่โดดเด่น สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ได้แก่ ศิลปินชาวรัสเซีย ชื่อ นายยูรี เทบาว์ ขณะที่ นายโรมัน รัสซุ ชาวรัสเซีย นายคิชิ ซาฮิโตะ ชาวญี่ปุ่น และนายทาดาชิ คาริยะ ชาวญีปุ่น ได้รับรางวัลอันดับ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ

“การแข่งขันในรอบสุดท้าย แต่ละคนต่างนำทักษะพิเศษมาแสดงได้อย่างน่าประทับใจ” นายยูริ เทบาว์ กล่าว “การแข่งขันนี้ ยังคงเป็นงานสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหุ้มรถ ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหุ้มรถจากทั่วโลก ได้มาแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิค นำมาซึ่งมิตรภาพและกลายเป็นเพื่อน เพราะแต่ละคนล้วนพูดภาษาเดียวกัน”

นางรอซ กัวโนรี กล่าวสรุปว่า “คณะผู้จัดงานรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับผลตอบรับจากการจัดงานเฟสป้า เอเชีย 2018 ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งในกลุ่มผู้เข้าชมงาน ได้เห็นถึงโอกาสการดำเนินธุรกิจการพิมพ์เฉพาะด้านอย่างชัดเจน และกลุ่มผู้จัดแสดงงาน ได้มีโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ผู้เข้าชมงานระดับนานาชาติ และสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ พบกันอีกครั้งในการจัดงาน เฟสป้า เอเชีย ในปี 2019″

เฟสป้า เอเชีย 2019 จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fespa-asia.com

เกี่ยวกับเฟสป้า
ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคมในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ เฟสป้า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เฟสป้า จึงได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยของ เฟสป้า
การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า เป็นโครงการวิจัยระดับโลก เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/census

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่กำลังจะเกิดขึ้น ประกอบด้วย
* FESPA Global Print Expo, 15-18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* European Sign Expo, 15-18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* FESPA Awards, 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
* FESPA Africa, 12-14 กันยายน พ.ศ. 2561, ณ กาลลาจ์เฮอร์ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
* FESPA Mexico, 19-21 กันยายน พ.ศ. 2561 ณ เซ็นโตร ซิติบานาเม็ก เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
* FESPA Eurasia, 6-9 ธันวาคม พ.ศ.​2561, ณ ซีเอ็นอาร์ เอ็กซโป เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี
* FESPA Brasil, 20-23 มีนาคม พ.ศ. 2562, ณ เอ็กซโป เซ็นเตอร์ นอร์ธ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดตัว Design Service Society เปิดสอนสร้างแบรนด์ฟรี! นำร่องในงาน ThaiFex พร้อมจัดใหม่เดือนนี้ 0 3653

ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย เข้าปรึกษา Design Service Society หวังสร้างคุณค่าแบรนด์ในงาน THAIFEX 2018 และเตรียมจัดอบรมอีกครั้งเดือนนี้

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผนึกกำลังส่งเสริมอุตสาหกรรมการบริการออกแบบไทย จัดโครงการ Design Service Society 2018 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีมาแล้วจากงาน STYLE 2018 ที่ผ่านมา และเพื่อตอกย้ำว่าทางรอดเดียวของธุรกิจในยุคนี้ต้องมาจาก “การออกแบบ” จึงจัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการไทยอีกครั้ง ในงานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ภายใต้แนวคิด Strategic Design Thinking in Tasty Experience ทั้งนี้สมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยได้ดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน”บรรจุภัณฑ์” มาให้คำปรึกษาด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะ การออกแบบประสบการณ์ร้านค้า การออกแบบแบรนด์ เครื่องหมายทางการค้า และฟู้ดสไตลิสต์ (Food Stylist) ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านอาหารของไทยได้เข้ารับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชี้ให้มองลึกถึงการสร้างคุณค่า (Value Creation) แล้วนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจ แบรนด์ บริการ และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ ด้วยการสร้าง Design Value โดยอาศัย “กลยุทธ์คิดออกแบบ”

ทั้งนี้ งานแสดงสินค้า THAIFEX – WORLD OF FOOD ASIA 2018 ที่ผ่านมา บูธของโครงการ Design Service Society 2018 ได้นำเสนอแนวคิดเรื่อง Strategic Design Thinking in Tasty Experience ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้มารับคำปรึกษาจำนวนมากกว่า 50 ราย อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เป็นต้น ให้ความสนใจมาขอรับคำปรึกษาการออกแบบครั้งนี้ด้วย

ผู้ที่พลาดการเข้ารับคำปรึกษาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ใน งาน THAIFEX 2018 ที่ผ่านมาโครงการ Design Service Society 2018 ยังมี Workshop กิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีกหนึ่งครั้ง ภายใต้แนวคิด ‘@ Master Studio’ นั่นคือให้เกิดการเรียนรู้อย่างมาสเตอร์ในสภาพแวดล้อมของสถานที่ บรรยากาศ และ/หรือ การจำลองวิธีคิด เทคนิค กระบวนการ และ/หรือ สถานการณ์จริง โดยเนื้อหาของกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด ‘Strategic Design Thinking’ การคิดเชิงการออกแบบคือกลยุทธ์ทางธุรกิจ เปิดมุมมองของกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ/นักออกแบบทั่วไป ว่าจะมีกระบวนการคิดในการสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจร่วมกันเพื่อการปฏิรูปธุรกิจอย่างไร โดยมีการสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้แบบ ‘@ Master Studio’

สำหรับผู้ให้บริการด้านการออกแบบ ก็เช่น COTH Design Studio, ONGA Design Studio, Prompt Design Studio, Cor Design Studio, Jacob Jansen Design Studio, TEAK Research โดยทีมประสบการณ์ จาก The Cell Unit ซึ่งจะจัดอบรมกันทั้งหมด 7 หัวข้อ เริ่มวันที่ 19 มิถุนายนนี้ไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม นักออกแบบ, ผู้ให้บริการด้านการออกแบบ และ/หรือ ผู้ประกอบการ, นักธุรกิจ ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ คุณพิษณุ ไชยวงศ์ (คุณบี) โทร 063-334-9009 หรือ ติดตามสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม www.idsocietythailand.org หรือ Facebook Fanpage idsocietythai

ทีเส็บเผยผลวิจัย ไมซ์ไทยติดอันดับหนึ่ง “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” 0 4627

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากนักธุรกิจไมซ์กว่า 20 ประเทศทั่วโลก พบประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่นักเดินทางอยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ แซงหน้าญี่ปุ่นและสิงคโปร์ด้วยปัจจัยโดดเด่น การบริการต้อนรับ ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารและกิจกรรมไมซ์ ตอกย้ำศักยภาพด้วยสองสมาคมยักษ์ด้านไมซ์ UFI และ SITE มั่นใจเลือกไทยเป็นที่จัดงานใหญ่ปลายปีนี้

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จัก และเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำระดับโลก ทีเส็บจึงได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาและโปรโมทประเทศไทยสู่สายตาคนทั่วโลกในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางไมซ์และยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่อยู่ในตำแหน่ง Top of Mind destination for MICE และเพื่อให้สามารถนำจุดขายที่สำคัญ มาส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยให้ได้รับเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานไมซ์ในใจนักธุรกิจทั่วโลก ทีเส็บจึงศึกษาปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกจุดหมายปลายไมซ์ ประเมินภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางไมซ์ที่ตลาดต้องการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับไมซ์ในประเทศอื่นๆ

ทั้งนี้ ทีเส็บมอบหมายให้ บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นสมาชิกของ Global Market Research Association ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 39 ประเทศทั่วโลก ทำการสำรวจภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ ดำเนินการศึกษาสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้เป็นภาพที่สะท้อนจากมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ถูกสำรวจเชิงคุณภาพผ่านรูปแบบ ออนไลน์บุลาตินบอร์ด (Online Bulletin Board) จำนวน 40 ราย และแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 649 ราย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ (MICE Players) อันประกอบด้วยธุรกิจงานประชุม อินเซนทิฟ การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้านานาชาติ 2. กลุ่มนักธุรกิจ (Business Travelers) 3. กลุ่มนักเดินทางไมซ์ (MICE Visitors)และ 4. กลุ่มสมาคมหรือองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวกับไมซ์ (Associations/Organizations)

“จากการสำรวจทัศนคติที่มีต่อจุดหมายปลายทางไมซ์ในภาพรวม พบว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ได้รับความนิยม และนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นอันดับสองและสามตามลำดับ โดยปัจจัยที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษของประเทศไทย คือ ความเป็นมิตรการต้อนรับของผู้คน ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารนานาชาติ และกิจกรรมไมซ์ ส่งผลให้นักเดินทางไมซ์ที่เคยเดินทางมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย กว่าร้อยละ 85 ยินดีที่จะกลับมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ

จัดอันดับ 10 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำ

1. ไทย

2. ญี่ปุ่น

3. สิงคโปร์

4. ฮ่องกง

5. ออสเตรเลีย

6. สหรัฐอเมริกา

7. เยอรมนี

8. สวิสเซอร์แลนด์

9. อังกฤษ

10. จีน

นอกจากนี้ยังปรากฏว่าประเทศไทยเป็นตัวเลือกอันดับแรก (1st rank) ที่กลุ่มตัวอย่างให้ความนิยม โดยมีภาพลักษณ์โดดเด่นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. ความต้องการพื้นฐาน ได้แก่ ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักได้มาตรฐานระดับสากล สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม 2. ความประทับใจ ได้แก่ การบริการต้อนรับของผู้คน และอาหาร 3. ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ ประเพณีและวัฒนธรรม และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจ และเป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์ นายจิรุตถ์ กล่าว

จุดแข็งของประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์

ความต้องการพื้นฐาน

ความประทับใจ

ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักมีมาตรฐานระดับนานาชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม การบริการต้อนรับ อาหาร ประเพณีและวัฒนธรรม

ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

  • เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ประเทศไทยมีการเลิกใช้บริการในอัตราที่ต่ำที่สุด
  • เนื่องด้วยข้อเสนอที่สมบูรณ์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์ รวมไปถึงเรื่องของคุณค่าและคุณภาพ

นายสุกิจ ตันสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่าปัจจัยพื้นฐานที่จุดหมายปลายทางไมซ์จำเป็นต้องมี คือ ความคุ้มค่าเงิน มีที่พักที่ได้มาตรฐานสากล การเดินทางไป-กลับจากประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์มีความสะดวกทั้งโดยเครื่องบินและรถไฟ ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการกำกับดูแลที่ดีสอดคล้องตามหลักนโยบายการดำเนินธุรกิจ / หลักบรรษัทภิบาล

และเมื่อวิเคราะห์โดยจำแนกปัจจัยเด่นตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง พบว่า ผู้ประกอบการไมซ์จะคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางในประเทศ นักเดินทางไมซ์คำนึงถึงการต้อนรับและความคุ้มค่า นักธุรกิจจะคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจุดหมายปลายทางที่ดี ส่วนสมาคมและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ จะคำนึงถึงการควบคุมในเรื่องต้นทุนด้านที่พัก ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ และจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง

เมื่อเจาะด้านกิจกรรมที่สร้างความประทับใจสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ คือ การประชุมเจรจาธุรกิจที่ทำนัดไว้ล่วงหน้าในระหว่างเข้าร่วมงาน งานเลี้ยงอาหารค่ำที่งานประชุม และงานแสดงวัฒนธรรม / โชว์การแสดงซึ่งจัดขึ้นภายในงานประชุมนานาชาติหรืองานแสดงสินค้านานาชาติ ตามลำดับ ดังนั้นผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศไทย จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ประกอบกับทีเส็บเองจะต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับประเทศไทยให้มากขึ้นในเรื่องของการเดินทางภายในประเทศที่ง่ายและสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี มีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก อาหารในระดับเวิลด์คลาส และการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อให้ตรงกับภาพลักษณ์ของประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์ในอุดมคติ

“จากข้อมูลพบว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยในปัจจุบันจึงควรมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งที่มีอยู่ปัจจุบัน คือการอำนวยความสะดวกทุกด้าน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน และความเป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านบริการและการต้อนรับ ประเพณีวัฒนธรรม และอาหารของประเทศไทย” นายสุกิจ กล่าว

นอกจากนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ถึงศักยภาพของประเทศไทยในความพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก คือ การที่สมาคมธุรกิจไมซ์ระดับโลกต่างวางใจและเชื่อมั่นประเทศไทย ที่จะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งใหญ่ประจำปีของแต่ละสมาคมได้ โดยระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2562 ณ ไอคอนสยาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะเกิดการจัดงาน 86th UFI Global Congress 2019 การประชุมของกลุ่มธุรกิจงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) รายการใหญ่ที่สุด คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 450 คน และระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2562 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม SITE Global Conference 2019 ซึ่งสมาคม SITE เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินงานด้านสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล มีจำนวนสมาชิกกว่า 2,100 สมาชิก จาก 84 ประเทศ และมีเครือข่ายสาขาของสมาชิกในภูมิภาคเดียวกันจำนวน 29 กลุ่มจากทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งสำคัญนี้สำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 400 คน ซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา

“การมอบความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมระดับนานาชาติทั้งสองครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้นำธุรกิจอีเว้นท์และอินเซนทีฟจากทั่วโลก ทำให้ผู้จัดงานไมซ์จากหลายแห่งได้พิจารณาหรือแนะนำประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานสำหรับลูกค้ามากขึ้นเมื่อมาเห็นผลิตภัณฑ์และความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป