อำลา ช่อง 9 ทีวีระบบแอนะล็อก เดินหน้า ช่อง 9 ทีวีดิจิทัลเต็มร้อย 0 22389

อสมท มั่นใจระบบทีวีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ ประกาศยุติการออกอากาศแอนะล็อก ไม่กระทบผู้ชม แบ่ง 2 เฟส สิ้นสุด 16 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากระบบโครงข่ายดิจิตอลครอบคลุมทั่วประเทศถึง 95% แล้ว

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หลังจากประเทศไทยเริ่มออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ในปี 2557 ฟรีทีวีในระบบแอนะล็อกยังคงออกอากาศคู่ขนานกับระบบดิจิทัล ซึ่งขณะนี้โครงข่ายสัญญาณได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 95% แล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากแอนะล็อกไปสู่ดิจิทัลจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการรับชมโทรทัศน์ของผู้ชม ซึ่งที่ผ่านมา อสมท ได้ส่งสัญญาณออกอากาศในระบบดิจิทัลความคมชัดสูงมาระยะหนึ่งแล้ว จึงพร้อมดำเนินการตามแผนยุติโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ของ กสทช. และแพร่ภาพผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว ในขณะที่บางสถานีโทรทัศน์ได้เริ่มทยอยยุติการออกอากาศระบบแอนะล็อกแล้ว”

โดย อสมท มีแผนยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก ด้วยการจะยุติการส่งสัญญาณผ่านสถานีเครือข่าย 36 สถานีทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 73 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 เฟส

เฟสที่ 1 จำนวน 13 สถานี ภายใน เดือนเมษายน 2561 ที่สถานีจังหวัดสระแก้ว,สกลนคร, เพชรบูรณ์,น่าน, มุกดาหาร, ตาก, ชุมพร, เลย ระนอง, สตูล แม่ฮ่องสอน, อ. แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

เฟสที่ 2 จำนวน 23 สถานี ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ที่สถานีจังหวัดกรุงเทพฯ,นครราชสีมา,สงขลา,เชียงใหม่,อุบลราชธานี, ระยอง, สิงห์บุรี, สุราษฎร์ธานี, ยะลา สุโขทัย,นครสวรรค์, ตรัง, ขอนแก่น,ตราด ภูเก็ต อุดรธานี, ลำปาง, แพร่, เชียงราย,ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช โดยถือเป็นการยุติเพื่ออนาคต และมุ่งให้ประชาชนรับชมทีวีที่มีความคมชัดสูงและเนื้อหาหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ชมมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาการรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หากผู้ชมประสบปัญหาด้านสัญญาณการรับชม

สามารถสอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาและวิธีที่ถูกต้องในการรับชมทีวีดิจิทัล ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ได้ที่ Call Center หมายเลข 0 2251 7256 ตลอด24 ชม ทั้งนี้ ผลพลอยได้ที่ตามมาจากการยุติการออกอากาศในระบบแอนะล็อก คือจะช่วยลดค่ากระแสไฟฟ้าของสถานีเป็นเงินประมาณ 24 ล้านบาท/ปี ขณะเดียวกัน อสมท ยังมีอุปกรณ์การออกอากาศต่างๆที่ยังคงต้องดูแลรักษา ส่วนบุคลากรด้านการออกอากาศก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิมแต่จะมีการฝึกอบรมเพื่อต่อยอดการให้บริการด้านวิศวกรรมต่อในอนาคต”

นอกจากนี้ นายเขมทัตต์ ได้กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะทำหนังสือถึงบริษัท บีอีซี เวิลด์จำกัด (มหาชน) คู่สัญญาสัมปทานกับ อสมท เพื่อขอความร่วมมือยุติการออกอากาศทีวีแอนะล็อกภายในเดือน กรกฎาคม 61 ก่อนสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในเดือน มีนาคม 63 ว่า

“อสมท ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและคู่สัญญาสัมปทานกับช่อง 3 จะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทาง ในเรื่องดังกล่าว อย่างไร ก็ตาม อสมท ยังไม่ได้รับแจ้งจาก กสทช ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ. อสมท เพื่อพิจารณา หลังจากนั้น อสมท จะรายงานให้ กสทช. ทราบต่อไป ”

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชวนชมการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 0 4933

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญร่วมชื่นชมความสามารถ และเป็นกำลังใจให้เด็กและเยาวชนไทย ในการประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี 2562 ในวันที่ 17-20 มกราคม 2562 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ร่วมสร้างพลัง และแรงบันดาลใจให้เด็กไทยก้าวไกลสู่สากล

 

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 0 5108

ซินเจนทา ประกาศแผนความยั่งยืนธุรกิจปี 62 สอดรับองค์การสหประชาชาติ มุ่งสร้างอาหารปลอดภัยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซินเจนทา ตอกย้ำจุดยืนตามแนวคิดองค์การสหประชาชาติ เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรผลิตอาหารปลอดภัยป้อนประชากรโลก ควบคู่กับการดูแลรักษาโลก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างอุดมการณ์เดียวกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร และเทคโนโลยีการอารักขาพืชส่งเสริมและสนับสนุนให้กับภาคการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดีขึ้น อาทิ คุณภาพดินและน้ำ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ที่ได้ดำเนินงานไปในปีที่ผ่านมา นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในปีนี้อีกด้วย

สำหรับแผนการเติบโตเชิงบวก ( The Good Growth Plan) ของซินเจนทา ประกอบด้วย 6 ด้าน ดังนี้ 1. การเพิ่มศักยภาพผลผลิต โดยการใช้พื้นที่และน้ำเท่าเดิม 2. การรักษาพื้นที่เพาะปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ 3. การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้มีสภาพสมบูรณ์ 4.การเพิ่มความสามารถแก่เกษตรกรรายย่อย 5. การให้ความรู้แก่เกษตรกรให้ใช้สารฯ อย่างปลอดภัย 6. การดูแลสวัสดิการของแรงงานทางภาคการเกษตร

หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวต่อว่า จากแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีนี้ ยังได้สอดรับกับเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาให้ครบทุกมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทางซินเจนทาเอง มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารปลอดภัยให้เพียงพอกับความต้องการของประชากรโลกได้เท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องรักษาโลกของเราให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี และเกษตรกรต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“ในปีนี้ เราได้วางแผนที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคเกษตรกร ผู้ประกอบการอาหาร ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร องค์กรไม่แสวงผลกำไร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างอุดมการณ์ร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตร อีกทั้งยังพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ในการพัฒนาภาคการเกษตรให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาโลกต่อไป” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป