Review : Photo Fest 2018 กล้องใหม่ ถ่ายมุมไหน คุณก็สวย 0 23119

ความหลากหลายของสินค้า7.5
ส่วนลดสินค้า7.5
ของแจกของแถม7
การบริการ8.5
7.6 out of 10

เพาเวอร์บาย ชวนร่วมงาน Photo Fest 2018 กล้องใหม่ ปั้นคุณให้เป็นโปร ถ่ายมุมไหนก็สวย

เริ่มแล้ว งานมหกรรมเพื่อคนรักกล้อง Photo Fest 2018 ยกขบวนสินค้ากล้องและไอเทมโดนใจคนรักการถ่ายภาพจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มากมาย อาทิ Nikon, Canon, OLYMPUS, FUJIFLIM, Sony, Panasonic, Casio, Go Pro, RICOH เป็นต้น โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-19 มี.ค. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สุดพิเศษสำหรับงานนี้ เพาเวอร์บายยังอัดโปรโมชั่นของแถมเพียบ ระดมกิจกรรมมากมายสำหรับคนรักกล้อง อาทิ

– พบกับเหล่ากูรูทอล์ค สุดยอด 15 โปรกล้อง อาทิ คุณพรรษพล รักดี คุณกวี นาคปน คุณอาทิตย์ คงอนุวัฒน์ คุณตี๋ ชัตเตอร์ บี และกูรูชื่อดังอีกมากมายที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ด้านกล้องโดยเฉพาะ

 

– การเปิดตัวกล้อง GoPro FUSION ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สามารถบันทึกได้ทั้งภาพและวิดีโอแบบ 360 องศาด้วยความละเอียดสูงถึง 5.2K30 ซึ่งความพิเศษของกล้อง GoPro Fusion นอกเหนือจากเรื่องความคมชัดแล้วยังมาพร้อมกับระบบ OverCapture ซึ่งคุณจะสามารถเลือกดึงช็อตภาพความละเอียด HD ที่ต้องการ เสมือนหนึ่งว่าคุณใช้กล้อง GoPro ถ่ายภาพพร้อมกันถึง 6 ตัวทีเดียว

– โปรโมชั่นของแถมที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ ช้อปหมื่น คืน 1,000 โปรโมชั่นบัตรเครดิต ลดสูงสุด 22% รับลิทธิ์ผ่อน 0% นานถึง 24 เดือน พิเศษสมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดสูงสุด 15% และสำหรับลูกค้าผู้ถือบัตร เซ็นทรัล เดอะวัน เครดิตการ์ด สามารถแลกคะแนนได้สูงสุด 2 เท่าของราคาสินค้าอีกด้วย

 

พบกันที่งาน Photo Fest 2018 ณ ชั้น 1 โซนเซ็นทรัล คอร์ท และลานอีเดน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันนี้ – 19 มี.ค. 61 สามารถดูรายการสินค้า โปรโมชั่น หรือ ช้อปออนไลน์ที่ www.powerbuy.co.th

 

รวมโปรโมชั่นภายในงาน คลิก! ชมภาพขยาย 

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไททา จับคู่เกษตรกรสวนผลไม้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งเพื่อผึ้งปลอดภัย อัดฉีดความรู้ ผลักดันสารวัตรเกษตร 0 5329

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เดินหน้าโครงการ ผึ้งปลอดภัย พร้อมร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาความรู้เกษตรกรสวนผลไม้และผู้เลี้ยงผึ้ง และเพิ่มความเข้มข้นร่วมมือกับสารวัตรเกษตรตรวจสอบสินค้าเกษตรปลอม ด้อยคุณภาพและผิดกฏหมาย

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยถึงพันธกิจสำคัญของ ไททา ว่า จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ โครงการผึ้งปลอดภัย โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้อง และโครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม

โครงการ ผึ้งปลอดภัย เป็นการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับเกษตรกรสวนผลไม้เป็นไปอย่างสมานสามัคคี อีกทั้งยังผลในการเพิ่มผลผลิตและผึ้งปลอดภัย ผลผลิตที่ได้ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือน้ำผึ้งจะมีคุณภาพดีขึ้น ผลผลิตสูงขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือมีความปลอดภัยสูง ผึ้งหรือแมลงผสมเกสรอื่นๆ มีบทบาทสำคัญสำหรับการผสมเกสรของพืช ช่วยสร้างและเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร ทั้งนี้ น้ำผึ้งคุณภาพสูง ปลอดสารเคมี เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน น้ำผึ้งของไทย ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพ และปริมาณการผลิต เตรียมประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อพัฒนาความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและเกษตรกรสวนผลไม้จำนวน 100 คู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และจันทบุรี สามารถทำการเกษตรของตนร่วมกันอย่างสมานสามัคคีนำผลผลิตปลอดภัยสู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

การส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรให้ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดี เช่น ปลูกพืชเหมาะสมกับสภาพดิน หรือแหล่งน้ำเพียงพอแล้ว ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดวัชพืช ซึ่งจะต้องมีคุณภาพ เกษตรนำมาใช้ในอัตราส่วนที่ถูกต้อง เหมาะสมกับพืช ดังนั้น โครงการอบรมความรู้เกษตรกรด้านการใช้ปัจจัยการผลิต จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ไปกับ โครงการตรวจเข้มปัจจัยการผลิตปลอม ทั้งสองโครงการ เป็นการประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร ในการอบรมความรู้และฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรให้สามารถใช้ ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพต่อเกษตรกร ผู้บริโภค ตั้งเป้าพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อไปต่อยอดอบรมเกษตรกร ในแนวคิด Train the Trainer คาดว่าจะผลิต Trainer ได้มากถึง 1,000 รายทั่วประเทศ รวมทั้ง ร่วมดำเนินการและผลักดันบทบาท สารวัตรเกษตร ให้มีความเข้มข้นและจริงจัง เพื่อตรวจสอบปัจจัยการผลิตตามร้านค้าและสถานประกอบการ และหากพบ ปุ๋ย และสารเคมีกำจัดวัชพืชที่มีการปลอมแปลง หมดอายุ หลบเลี่ยงกฎหมาย ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ ไททา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ให้เป็นหนึ่งในองค์กรสนับสนุนความรู้ทางวิชาการและบุคคลากรในกิจกรรมต่าง ๆ ด้านการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้สู่เกษตรกร และเชื่อมั่นว่า แผนการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2562 จะประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีผ่านความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับประเทศตามยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป

ไททา ชูนวัตเกษตร ช่วยเกษตรกร สร้างอนาคตเกษตรกรรมไทย 0 6918

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา ประกาศความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชนไทย ตั้งเป้าพัฒนาเกษตรกร เพิ่มผลผลิตร้อยละ 30 ด้วยนวัตเกษตร สร้างอนาคตใหม่เกษตรกรรมไทย

ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับสองของโลก และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะประเทศชั้นนำด้านเกษตรกรรม ดร.เซียง ฮี ตัน ผู้อำนวยการบริหาร ครอปไลฟ์ เอเชีย กล่าวในงานเปิดตัวสมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย “เกษตรกรไทย มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตอาหาร ให้สามารถเลี้ยงดูประชากรทั้งในและต่างประเทศ ส่งเป็นสินค้าออก โดยภายในปี 2020 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีประชากรสูงถึง 60 ล้านราย ครอปไลฟ์ ในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ในการผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงดูประชากร จึงพิจารณาเลือกประเทศไทยให้เป็น “ประเทศต้นแบบของการพัฒนาเกษตรกรรมสมัยใหม่” พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อนำไปสู่การผลิตอาหารได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย หรือ ไททา เปิดเผยว่า “ไททา เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรด้านนวัตกรรมการเกษตรระดับโลก หนึ่งในสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของครอปไลฟ์ อินเตอร์เนชันแนล มีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถผลิตผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเป็นอาหารให้ประชากรโลก ด้วยนวัตเกษตรที่เหมาะสม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

โครงการแรกที่ได้ดำเนินการคือ โครงการรักษ์ผึ้งชันโรง ภายใต้แนวคิด “เกษตรกรรม รักษ์โลก เพื่อคน สร้างชุมชน” อันเป็นหนึ่งในโครงการ “รักษ์แมลงผสมเกสร” ซึ่งได้เริ่มโครงการในประเทศอินเดีย ไทย และฟิลิปปินส์ สำหรับในประเทศไทย มีเกษตรกรเข้าร่วมมากกว่า 100 รายจากจังหวัดจันทบุรี สามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึงร้อยละ 23 และกำลังขยายผลไปสู่พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ แพร่ และน่าน อีกด้วย

แผนการดำเนินงานระยะสั้น 2 ปี (2019-2020) ไททา จะมุ่งเน้นพัฒนาความรู้เกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 30 ใช้ทรัพยากรน้อยลงแต่ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ใช้ต้นทุนน้อยลงแต่ได้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่สู่ภาคการเกษตร ในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งและพืชเศรษฐกิจ อาศัยความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ

“ไททา พร้อมที่จะเดินหน้าสู่อนาคตเกษตรกรรมไทยไปกับทุกภาคส่วน ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และนวัตเกษตรระดับโลกมาสนับสนุน เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับโลก “สร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร” และส่งเสริมยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ของไทยที่ว่า “เกษตรกรมั่นคง ภาคการเกษตรมั่งคั่ง ทรัพยากรการเกษตรยั่งยืน” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป