เปิดยิ่งใหญ่อลังการ เฟสป้า เอเชีย 2018 0 37169

เฟสป้า เอเชีย 2018 เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นี้ ต้อนรับผู้ประกอบการชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์จากทั่วโลก ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สมาพันธ์แห่งการพิมพ์ยุโรป ยินดีที่ได้จัดงานขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดการเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการพิมพ์ ด้วยการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือของสมาคมในระดับนานาชาติ

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 160 แบรนด์ชั้นนำ ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ JK Group เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีหมึกพิมพ์แบบย้อม (Dye Sublimation Ink) ภายใต้ชื่อแบรนด์พรีเมียม Kiian Digital และ J-Teck ด้าน Sensient® วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดกลุ่มหมึกดิจิทัลแบบต่างๆ ที่จะมาปฏิวัติตลาดการพิมพ์บนสิ่งทอ ขณะเดียวกัน Ghost White Toner จะมาแนะนำเทคนิคการพิมพ์แบบใหม่ที่มาพร้อมกับตลับหมึกของ Ghost White Toner

 

งานเฟสป้า เอเชีย 2018 คาดว่ามีกลุ่มผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมชมงาน มากกว่า 5,000 รายจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการจากประเทศไทย สิงคโปร์ อินเดีย จีน และมาเลเซีย อาทิ นักธุรกิจการพิมพ์ นักออกแบบป้าย นักออกแบบ นักการตลาด นักโฆษณา นักธุรกิจ นักลงทุน เจ้าของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ และผู้ที่สนใจทั่วไป

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า กล่าวว่า การจัดงาน FESPA ASIA 2018 เป็นงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างรายได้กลับสู่ประเทศจากการเดินทางเข้ามาร่วมชมงานจากกลุ่มผู้ชมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 60 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เป็นเวทีสำคัญในการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพิมพ์ล่าสุด นำไปสู่การพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการพิมพ์ของไทยให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

ภายในงาน ยังจัดให้มีการประชุมสัมมนาในหลากหลายหัวข้อ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความรู้ให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมงาน ครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมการพิมพ์ อาทิ การพิมพ์ในระดับอุตสาหกรรม การพิมพ์บนสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ของขวัญและของที่ระลึก การพิมพ์สกรีน วัสดุนำความร้อน และอีกมากมาย โดยแต่ละหัวข้อ นำเสนอสองภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ตื่นตากับการแข่งขันระดับโลก World Wrap Master Asia เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยการแข่งขันรอบแรก เริ่มวันนี้ 22 กุมภาพันธ์ กับ 16 ผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก และร่วมเชียร์ผู้แข่งขัน 8 รายจากประเทศไทย ชิงชัยรอบสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ห้ามพลาดชมการแข่งขันและการสาธิตเทคนิคการหุ้มรถยนต์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการควบคุมฟิล์มหุ้ม“ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการหุ้มอย่างมืออาชีพ” และวันสุดท้าย 24 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการวิเคราะห์และเลือกใช้ฟิล์มหุ้มให้เหมาะสมกับงาน”

ผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่บริเวณ ฮอลล์ 98 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.fespa-asia.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก หนุนรัฐ มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ช่วยโรงพยาบาลสู้โควิด ผ่านไปด้วยกัน 0 2170

กลุ่มบริษัท ซินเจนทา ประจำประเทศไทย ผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เกษตร และอาหารของโลก ทั้งธุรกิจอารักขาพืช เมล็ดพันธุ์  สถานีวิจัย และโรงงานผลิต ร่วมผ่านวิกฤตโควิดพ้นโควิดไปด้วยกัน มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้กับ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลทหาร สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อใช้ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา พนักงาน และคู่ค้าของบริษัท ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยทางการแพทย์ (PPE : Personal Protective Equipment) ที่จำเป็นในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย ชุดคลุมทั้งตัวคัดกรองโรค หน้ากากกันเชื้อโรค N95 หน้ากากสำหรับแพทย์ผ่าตัด  (Surgical Mask) ถุงมือแพทย์ หมวกคลุมผม แว่นตานิรภัย ชุดกันเปื้อน และหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield)  ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 32 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก จำนวน 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 37 โรงพยาบาล รวมถึงบุคคลกรของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)  มากกว่า 20,000 ชุด มูลค่ากว่าหนึ่งล้านบาท

เนื่องจากในเวลานี้มีความยากลำบากในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE ให้เพียงพอสำหรับบุคคลากรทางการแพทย์ ประกอบกับบริษัทได้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเอง PPE เพื่อใช้ในการอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องและปลอดภัย หรือ safe use training อยู่แล้ว เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ เสื้อป้องกันสารเคมี แว่นตา และหน้ากากป้องกันใบหน้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้เช่นกัน การสนับสนุนจากซินเจนทาในครั้งนี้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้สถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซินเจนทา ขอขอบคุณในความเสียสละ ความทุ่มเท ทั้งแรงกายและใจของบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนที่กำลังปฏิบัติตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ โดย ซินเจนทา พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ และขอต่อสู้ เพื่อให้ผ่านพ้นไปด้วยกัน” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน กล่าวสรุป

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ ซินเจนทา ลงนามความร่วมมือสร้างอาณาจักรความหลากหลายทางชีวภาพ 0 1521

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา ร่วมมือพัฒนาโครงการ “รักษ์ผึ้ง” (Bee love project) บนพื้นที่เกือบ 20 ไร่ เน้นการศึกษา วิจัยและพัฒนา เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร หวังเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของชุมชน และขยายเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงนิเวศในอนาคต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี และ รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับ นายธนัษ อภินิเวศ ผู้อำนวยการ และนางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ณ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของผึ้ง และแมลงผสมเกสร ส่งเสริมนักศึกษา และชุมชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร โดยมีระยะเวลาดำเนินการร่วมกัน 3 ปี

แพทย์หญิง มนทกานติ์ โอประเสริฐสวัสดิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดสำคัญของรูปแบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยเฉพาะในหลักสูตรเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer นั่นคือ “ผลิตได้ ขายเป็น ปลอดภัย และยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ที่ต้องการสร้างความเป็นเลิศทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อมและฐานทรัพยากร สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเรียนรู้ พัฒนา และปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผึ้ง และแมลงผสมเกสร มีผลผลิตที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ผลการวิจัยใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการวิจัย ไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายและสาธารณะได้ต่อไป

“องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้ชี้แจงว่าร้อยละ 75 ของพืชผลบนโลกที่มนุษย์นำมาบริโภคนั้น เกิดจาการผสมเกสรของผึ้ง จึงเป็นหน้าที่ของประชาคมโลกที่จะต้องหันมาสนใจปกป้องและอนุรักษ์ผึ้ง” รศ. ดร. จรูญโรจน์ โชติวิวัฒนกุล กล่าวเสริมว่า “หนึ่งในปัญหาสำคัญของการทำการเกษตรในปัจจุบัน คือ สภาวะโลกร้อน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีผลต่อความหลากหลายทางชีวิภาพ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้องและเกินความจำเป็น การเกิดโรคไวรัสในผึ้ง ปัจจัยเหล่าทำให้เกิดผลกระทบกับผึ้งและแมลงผสมเกสร โครงการรักษ์ผึ้ง จึงเป็นการดำเนินงานที่บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้าน เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยภาคเกษตรกรรม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

อาจารย์สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ กล่าวสรุปแผนการดำเนินงานของสองกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ อย่างแรก คือ การพัฒนาพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ บูรณาการองค์ความรู้อย่างรอบด้านเข้าไปในหลักสูตรการเรียนและการสอน ทั้งในด้านการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต การแปรรูปจากผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมอบรมและค่ายความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่กลุ่มชุมชนและนักเรียนที่สนใจได้เข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาโครงการ พัฒนาองค์ความรู้เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในอนาคตจะสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดนครสวรรค์ และอย่างที่สอง คือ มุ่งเน้นให้ความรู้ แนวทางการปฏิบัติ สร้างเครือข่ายเกษตรกรกับผู้เลี้ยงผึ้ง ปลุกจิตสำนึกในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อลดอัตราการสูญเสียของผึ้ง และ แมลงผสมเกสร เพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่ม มีมูลค่าจากการเลี้ยงผึ้งเพิ่มมากขึ้น”

“โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของซินเจนทา ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยจะนำนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มาร่วมวิจัย เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง เกษตรกรชาวสวนผลไม้ อุตสาหกรรมจากผึ้ง และคนในชุมชนดำเนินงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เกิดการพึ่งพาและเอื้อประโยชน์ต่อกัน รวมทั้งเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยอาศัยผึ้ง ชันโรง และแมลงผสมเกสร นับเป็นการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืนอีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา กล่าวเสริม

สำหรับเกษตรกร นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการรักษ์ผึ้ง ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th