เปิดยิ่งใหญ่อลังการ เฟสป้า เอเชีย 2018 0 35208

เฟสป้า เอเชีย 2018 เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์นี้ ต้อนรับผู้ประกอบการชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการพิมพ์จากทั่วโลก ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สมาพันธ์แห่งการพิมพ์ยุโรป ยินดีที่ได้จัดงานขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดการเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการพิมพ์ ด้วยการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือของสมาคมในระดับนานาชาติ

ตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 160 แบรนด์ชั้นนำ ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ JK Group เตรียมนำเสนอเทคโนโลยีหมึกพิมพ์แบบย้อม (Dye Sublimation Ink) ภายใต้ชื่อแบรนด์พรีเมียม Kiian Digital และ J-Teck ด้าน Sensient® วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุดกลุ่มหมึกดิจิทัลแบบต่างๆ ที่จะมาปฏิวัติตลาดการพิมพ์บนสิ่งทอ ขณะเดียวกัน Ghost White Toner จะมาแนะนำเทคนิคการพิมพ์แบบใหม่ที่มาพร้อมกับตลับหมึกของ Ghost White Toner

 

งานเฟสป้า เอเชีย 2018 คาดว่ามีกลุ่มผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมชมงาน มากกว่า 5,000 รายจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยส่วนใหญ่ เป็นผู้ประกอบการจากประเทศไทย สิงคโปร์ อินเดีย จีน และมาเลเซีย อาทิ นักธุรกิจการพิมพ์ นักออกแบบป้าย นักออกแบบ นักการตลาด นักโฆษณา นักธุรกิจ นักลงทุน เจ้าของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ และผู้ที่สนใจทั่วไป

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า กล่าวว่า การจัดงาน FESPA ASIA 2018 เป็นงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างรายได้กลับสู่ประเทศจากการเดินทางเข้ามาร่วมชมงานจากกลุ่มผู้ชมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 60 ล้านบาท ขณะเดียวกัน เป็นเวทีสำคัญในการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีการพิมพ์ล่าสุด นำไปสู่การพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการพิมพ์ของไทยให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

ภายในงาน ยังจัดให้มีการประชุมสัมมนาในหลากหลายหัวข้อ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความรู้ให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมงาน ครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมการพิมพ์ อาทิ การพิมพ์ในระดับอุตสาหกรรม การพิมพ์บนสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ของขวัญและของที่ระลึก การพิมพ์สกรีน วัสดุนำความร้อน และอีกมากมาย โดยแต่ละหัวข้อ นำเสนอสองภาษา ได้แก่ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ตื่นตากับการแข่งขันระดับโลก World Wrap Master Asia เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยการแข่งขันรอบแรก เริ่มวันนี้ 22 กุมภาพันธ์ กับ 16 ผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลก และร่วมเชียร์ผู้แข่งขัน 8 รายจากประเทศไทย ชิงชัยรอบสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ ห้ามพลาดชมการแข่งขันและการสาธิตเทคนิคการหุ้มรถยนต์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ โดยวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการควบคุมฟิล์มหุ้ม“ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการหุ้มอย่างมืออาชีพ” และวันสุดท้าย 24 กุมภาพันธ์ พบกับ “เทคนิคการวิเคราะห์และเลือกใช้ฟิล์มหุ้มให้เหมาะสมกับงาน”

ผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่บริเวณ ฮอลล์ 98 ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม www.fespa-asia.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 8003

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย

แนะนำสองกองทุนน่ามองของธนชาต กองทุน T-SmartBeta และ T-PrimePlusAI 0 7983

บลจ.ธนชาต เปิดขาย 2 กองทุนแนวใหม่อีกครั้ง กองทุน T-SmartBeta เน้นลงทุนได้ทุกสภาวะ และกองทุน T-PrimePlusAI ที่ได้สิทธิประกันเพิ่ม ชูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่นักลงทุนในช่วงตลาดผันผวน วันนี้ -5 ตุลาคม 2561
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนค่อนข้างมาก เห็นได้จากช่วงไตรมาสแรกของปี ตลาดหุ้นไทยสามารถไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,850 จุด และปรับไปแตะจุดต่ำสุดที่เกือบ 1,580 จุด ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเห็นว่าแกว่งตัวในกรอบที่กว้างมาก ทำให้ผู้ลงทุนหลายคนเริ่มมีความกังวลว่า หุ้นจะยังน่าลงทุนในช่วงนี้หรือไม่ ประกอบกับตราสารหนี้ก็ยังคงผันผวนเช่นกัน ดังนั้น การหลีกเลี่ยงไม่ลงทุนในหุ้นน่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ประกอบกับสัญญานการเลือกตั้งที่ชัดเจนน่าจะทำให้หุ้นไทยทำผลงานได้ดี

จากสถานการณ์ดังกล่าว บลจ.ธนชาต จึงขอแนะนำกองทุน T-SmartBeta ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีค่า Beta ไม่เกิน 1.4 โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Smart Beta เป็นการผสมผสานระหว่างหุ้น Low Beta (ค่า Beta ไม่เกิน 1) และ Mid Beta (ค่า Beta 1-1.4) ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และการคัดสรรหุ้นแบบ Mid Beta ยังช่วยให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนจำนวนมาก มีผู้สนใจลงทุนกว่า 4,855 ล้านบาท (ณ วันที่ 28 ก.ย.61, บลจ.ธนชาต)

นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกัน บลจ.ธนชาต ยังเปิดขายกองทุน T-PrimePlusAI ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง ผลประกอบการดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ส่วนมากเป็นบริษัทขนาดใหญ่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่เกิน 40 บริษัท ซึ่งหุ้นประเภทนี้มีแนวโน้มได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิต 10,000 บาท และความคุ้มครองประกันสุขภาพ จากบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชั้นนำของเมืองไทย หากลงทุนตามเงื่อนไข

สำหรับกองทุน T-SmartBeta ผู้ลงทุนสามารถลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท ผู้ลงทุนสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี และกองทุน T-PrimePlusAI ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท โดยทั้ง 2 กองทุน มีรอบการเปิดขาย วันนี้ -5 ตุลาคม 2561

โดยกองทุน T-PrimePlusAI มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ที่ผ่านมากองทุนมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 0.5 บาท/หน่วยครั้งที่ 1 (20 ก.พ. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย และครั้งที่ 2 (6 มิ.ย. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย โดยกองทุน T-PrimePlusAI ทำผลงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (27 ก.ย. 60) ได้ 3.36% เทียบกับ SET50 Index ที่ทำผลงานได้ 11.16% (ณ วันที่ 27 ก.ย. 61, บลจ.ธนชาต)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทรศัพท์ 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร. 1770 หรือผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com