เฟสป้า เอเชีย 2018 พร้อมแล้ว 
งานสำคัญแห่งภูมิภาคอาเซียนของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ 0 37058

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า นำทัพผู้ประกอบการทั่วทั้งอาเซียนในวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนสิ่งทอ และป้ายโฆษณา ร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ตลอดระยะเวลาจัดงาน เต็มอิ่มกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของผลิตภัณฑ์และบริการจากกลุ่มผู้ให้บริการอุตสาหกรรมการพิมพ์และผู้ผลิตป้ายโฆษณา สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าที่ www.fespa-asia.com ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

160 แบรนด์ชั้นนำตอบรับเข้าร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 สุดพิเศษสำหรับปีนี้ มีแบรนด์ระดับนานาชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก อย่างเช่น Stahls, Inkcups, Chemica, INktech และ Monti Antonio ขณะเดียวกัน ก็เป็นเวทีสำคัญขององค์กรชั้นนำจากประเทศไทยที่จะได้แสดงศักยภาพต่อผู้เข้าชมงานจากทั่วโลก อาทิ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอปสัน ประเทศไทย จำกัด บริษัท ที.เอ.โอ.บางกอกคอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยเทคโนเพลท จำกัด และอีกหลายราย

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เปิดเผยถึงไฮไลท์การจัดงานประชุมสัมมนาตลอดระยะเวลาการจัดงานว่า “หัวข้อการประชุมสัมมนา ครอบคลุมทุกด้านสำหรับการดำเนินธุรกิจการพิมพ์ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ซึ่งพร้อมจะเผยข้อมูลเชิงลึก แนวโน้ม และผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการพิมพ์และที่เกี่ยวข้อง”

การประชุมและสัมมนาภายในงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ประกอบด้วย 23 หัวข้อ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. ระหว่างวัน พฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เท่านั้น

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ได้แก่

• ยุคที่ 3 ของการปฎิวัติธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมสิ่ง
ทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ผลกระทบและการปรับตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมแฟชั่น บรรยายโดย Amit Dayagi ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ Kornit Digital

• เทคนิคการถ่ายเทความร้อนสำหรับกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ แนวทางการผลิตสิ่งทอแบบใหม่ สาธิตเทคนิคและวิธีถ่ายเทความร้อนด้วยวัสดุพิเศษ บรรยายโดย Marco De Rossi กรรมการผู้จัดการ Siser ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

• การพิมพ์ระบบไฮบริดเพื่อการออกแบบตกแต่งภายใน
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ การสร้างสรรค์งานออกแบบและตกแต่งภายในโดยใช้เทคนิคการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อสร้างจุดแข็งทางธุรกิจและสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง บรรยายโดย คุณชลกานต์ วิสุทธิ์พิทักษ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และการตลาด บริษัท โพธิ์ ทรี เดคคอร์ จำกัด

• แผนยุทธศาสตร์ธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอ

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ โอกาส แนวโน้มธุรกิจ และแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอในตลาดภูมิภาคอาเซียน บรรยายโดย Stewart Johnston ผู้อำนวยการที่ปรึกษา ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย Smithers Group

• แนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์และบริการส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย 

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ภาพรวมตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทย ความต้องการของผู้บริโภค และแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย บรรยายโดย คุณสุภานี สว่างเนตร ผู้จัดการฝ่ายชาย บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ในเอสซีจี แพคเกจจิ้ง

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอีกมายหมาย สามารถติดตามได้ที่ www.fespa-asia.com

กลับมาอีกครั้งใน เฟสป้า เอเชีย การแข่งขันระดับโลก World Wrap Masters เวทีประลองฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของนักหุ้มรถ ในการแข่งขันหุ้มรถยนต์ ตกแต่งให้รถยนต์นั้น มีความโดดเด่นสะดุดตา

การแข่งขันในปีนี้ พบกับผู้เข้าแข่งขัน 16 ราย ครึ่งหนึ่งเป็นผู้แข่งขันจากประเทศไทย และที่เหลือจากประเทศญี่ปุ่น และรัสเซีย แบ่งเป็น 4 รอบ ในการแข่งขันแต่ละรายจะได้รับโจทย์ให้ห่อหุ้มรถยนต์และสิ่งของอื่น ๆ โดยใช้วัสดุไวนิล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Hexis ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ จะได้เข้าแข่งขันต่อในระดับโลก ในงาน FESPA Global Print Expo ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงาน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสาธิตและเวิร์กช็อปการหุ้มรถได้ทุกวัน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักหุ้มรถมืออาชีพอีกด้วย

เฟสป้า ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ เฟสป้า เอเชีย 2018 ได้ที่ www.fespa-asia.com และสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

เกี่ยวกับ เฟสป้า

ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคมในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า

ผู้ถือหุ้น เฟสป้า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เฟสป้า ได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า

เป็นโครงการวิจัยระดับโลก เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/completemycensus

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่จะจัดขึ้นในปี 2561 ประกอบด้วย
• FESPA Asia, 22-24 กุมภาพันธ์ 2018, ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย
• FESPA Global Print Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• European Sign Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Award, 16 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Africa, 12-14 กันยายน 2018, ณ กาลลาจ์เฮอร์ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
• FESPA Mexico, 19-21 กันยายน 2018, ณ เซ็นโทร ซิติบานาเม็กซ์ เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
• FESPA Eurasia, 6-9 ธันวาคม 2018, ณ ซีเอ็นอาร์ เอ็กซโป เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี
• FESPA Brasil, 20-23 มีนาคม 2019, ณ เอ็กซโป เซ็นเตอร์ นอร์ต เซาเปาลู ประเทศบราซิล

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กลุ่มเกษตรกร ยื่นข้อเสนอ นโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ยึดเกษตรกรเป็นหลัก ลดเอื้อกลุ่มทุน พยุงราคาสินค้า ลดต้นทุนการผลิต 0 6726

ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การเกษตร จันทบุรี แนะนโยบายรัฐชุดใหม่ ยึดเกษตรกรเป็นหลัก ลดเอื้อกลุ่มทุน พยุงราคาสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันปาล์ม ปัจจุบัน โรงงานรับซื้อ อยู่ที่กิโลกรัมละ 2.20 บาท แต่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 3.38 บาท เห็นได้ชัดว่า เกษตรกรอยู่ในภาวะขาดทุน ในไทย เกษตรกรไม่สามารถตั้งราคาผลผลิตเองได้ แต่พ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนด อยากให้กระทรวงพาณิชย์ สร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าราคาเกษตร ไม่ใช่เปลี่ยนกลไกตลาดเพื่อกลุ่มทุน รวมทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต การหาเทคโนโลยี วิธีการต่างๆ มาช่วยเกษตรกร ตัวอย่างที่ผ่านมาความไม่แน่นอนจากนโยบายการใช้สารเคมีเกษตร เช่น พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส หารลดปริมาณนำเข้าโดยไม่มองความเป็นจริง ทำให้ราคาสารเคมี 3 ตัวแพงขึ้นทันที  ทั้งๆ ที่กระทรวงฯ ควรดูแลเกษตรกร ต้องมองเห็นความจำเป็นสำหรับเกษตรกร ไม่เชื่อข้อมูลที่บิดเบือน ทั้งๆ ที่ไม่มีผลต่อสุขภาพในเกษตรกรกลุ่มปาล์ม เพราะใช้มานานกว่า 40 ปี ควรเน้นการให้ความรู้ เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง เพราะยังไม่มีสารทดแทน รวมทั้ง สารเคมี กลูโฟซิเนต ที่แนะนำให้ใช้แทนนั้น จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีผลกระทบในระยะยา และราคาแพงกว่า 5 เท่า นับเป็นการทำร้ายเกษตรกรและผู้บริโภคยิ่งกว่าเดิม

ด้านสหกรณ์การเกษตรจังหวัดจันทบุรี นายอนุวัฒน์ อิ่มสมบูรณ์ เลขานุการ และเป็นผู้ปลูกทุเรียนส่งออก กล่าวเสริมว่า นโยบายเกษตรของรัฐบาลชุดใหม่ อยากให้เน้นเรื่องมาตรการส่งออก ภาษี และแรงงาน เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลสามารถดำเนินการเรื่องราคาสินค้าเกษตรในส่วนของผู้ผลิตทุเรียนได้ดีแล้ว แต่ความไม่ชัดเจนเรื่องนโยบายการใช้สารเคมีเกษตรกร กลับส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการผลิต ที่ขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว เนื่องจากกระแสข่าวการใช้สารเคมีเกษตร ทำให้เกิดการกักตุน ราคาสูงขึ้น สารเคมีผิดกฎหมายถูกนำเข้ามามากขึ้น แนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ควรเป็นการให้คำแนะนำเรื่องการใช้ มากกว่าการยกเลิกหรือลดการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย จึงอยากให้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำความเข้าใจกับกระบวนการผลิตของเกษตรในแต่ละพืชปลูกให้ดี ก่อนออกมาตรการดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งเรียกว่า “เกาไม่ถูกที่คัน”

นายทนงศักดิ์ ไทยจงรักษ์ กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวสรุปว่า สถานการณ์ปัญหาของกลุ่ม คือ การกีดกันทางภาษี และการค้าในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากปัญหาศัตรูพืชและภัยแล้งธรรมชาติ ดังนั้น การจัดการเรื่องมาตรการส่งออกสินค้าเกษตร ควบคู่ไปกับการวางแผนระบบชลประทานเพื่อภาคการเกษตร จะช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถปลูกในพื้นที่ระบบชลประทานเข้าถึงได้ เพราะที่ดินมีราคาสูง จึงต้องเพาะปลูกในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้ง ศัตรูพืชที่มีอยู่ตลอดช่วงการเพาะปลูก ทำให้จำเป็นต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดยเกษตรกรข้าวโพดหวานส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบมาตรฐานเกษตร GAP แล้ว ผลผลิตจึงอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ต้องกังวล ดังนั้น นโยบายที่ออกมาจำกัดการใช้สารกำจัดวัชพืช จึงเป็นต้นเหตุและมีปัญหาต่อต้นทุนการผลิต เกษตรกรเห็นด้วยกับภาครัฐที่ส่งเสริมให้ความรู้ด้านการใช้อย่างถูกต้อง แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกร ต้องให้เวลาจัดการแบบค่อยค่อยไป ทำให้เกษตรกรยอมรับที่จะปรับตัว จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุด

ซินเจนทา สนองมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร 0 6817

ซินเจนทา คิกออฟลงพื้นที่อบรมเกษตรกร พร้อมผนึกหน่วยงานต่างๆ วางแผนอบรมเกษตรกรร่วมกัน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากกรมวิชาการเกษตรได้จัดอบรมวิทยากร (ครู ข) หลักสูตร “การใช้วัตถุอันตราย 3 สาร ให้ถูกต้องและปลอดภัย” เพื่อให้ครู ข ลงพื้นที่อบรมเกษตรกรทั่วประเทศ 1.5 ล้านคนในการได้รับสิทธิ์ซื้อสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยบริษัท ซินเจนทา ครอปโปรเทคชั่น จำกัด บริษัทชั้นนำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร ได้ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด จึงได้นำพนักงานเกือบ 100 คน เข้ารับการอบรมการเป็นวิทยากรครู ข กระทั่งผ่านการอบรมเป็นวิทยากรได้สำเร็จ

วิทยากรของซินเจนทา ได้ลงพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ อบรมเกษตรกรตามาตรการจำกัดการใช้ สำหรับผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด ไม้ผล ตลอดเดือนที่ผ่านมา มีเกษตรกรให้ความสนใจเข้ารวมแล้วกว่า 5,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับทราบข่าวสารมาบ้างแล้วว่าต่อไปจะต้องมีการขึ้นทะเบียน เข้ารับการอบรม และทดสอบ เพื่อได้รับสิทธิ์ในการซื้อสารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ระยะแรกนี้จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบ และปฏิบัติได้ถูกต้อง โดยบริษัทฯ จะเร่งสร้างความเข้าใจและอบรมการใช้สารฯ ให้กับเกษตรกรในพืชอื่น ๆ เช่น อ้อย ยางพารา และปาล์มน้ำมันในลำดับต่อไป

นอกจากการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมาตรการจำกัดการใช้ฯ กับกลุ่มเกษตรกรแล้ว เนื่องจากปัจจุบันได้มีการระบาดของหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพด (Fall army worm) ในข้าวโพดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย บริษัทจึงได้มีมาตรการเร่งด่วนลงให้ความรู้เรื่องการจัดการหนอนกระทู้ลายจุดข้าวโพด (Fall army worm) ให้กับเกษตรกร และร้านค้าผู้แทนจำหน่าย ในพื้นที่ ลพบุรี สุพรรณบุรี สระแก้ว นครราชสีมา เพื่อให้ร้านค้า และเกษตรกรมีความรู้ในการควบคุมโดยใช้วิธีการหลากหลายวิธี และถ้าหากต้องใช้สารเคมี ต้องมีการใช้อย่างถูกต้องไม่เกิดปัญหาความต้านทาน  

นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากที่เกษตรกรได้รับการอบรมในครั้งนี้ไปแล้ว เชื่อว่าเกษตรกรจะนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารฯ ไปเข้ารับการสอบ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการซื้อและสามารถใช้สารฯ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้วางแผนลงพื้นที่อบรมเกษตรกรในหลายพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยกระทรวงเกษตรฯ อบรมเกษตรกร จำนวน 150,000 คน โดยซินเจนทาจะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กลุ่มโรงงานน้ำตาล สมาพันธ์ชาวสวนปาล์ม สมาคมชาวสวนยาง กลุ่มผู้รวบรวมข้าวโพดหวาน กลุ่มผู้รับซื้อพืชอาหารสัตว์ เพื่อหารือและวางกรอบแนวทางร่วมกันในการอบรมเกษตรกร และเร็วๆนี้ ซินเจนทาจะได้นำเทคโนโลยีแบบดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อให้สามารถขยายขีดความสามารถในการอบรมเกษตรกรได้คราวละจำนวนมาก ซินเจนทาตระหนักถึงหน้าที่และจรรยาบรรณในการดูแลผลิตภัณฑ์ หรือ Product stewardship ด้วยความรับผิดชอบมาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี ตามที่เราได้ให้คำมั่นสัญญาต่อองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ

สำหรับเกษตรกรที่มีความประสงค์เข้ารับการสอบ สามารถสมัครเข้าสอบด้วยตนเองได้ที่ http:// chem.doae.go.th  หรือผ่านแอปพลิเคชัน FARMBOOK ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเลือกวันและวิธีการอบรมได้เองตามความสมัครใจ รวมทั้ง สามารถสแกน QR Code หรือไปที่ http://bit.ly/farmersafe เพื่อศึกษาการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

เกี่ยวกับซินเจนทา

บริษัทซินเจนทาหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีพนักงานซินเจนทากว่า 28,000 คนในประเทศต่าง ๆ ครอบคลุมกว่า 90 ประเทศทั่วโลก โดยมีพันธกิจ “นำศักยภาพของพืชสู่ชีวิต” (Bringing Plant Potential to Life) ภายใต้การคิดค้นวิจัยชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าให้สามารถเพิ่มผลผลิต ปกป้องสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.co.th