เฟสป้า เอเชีย 2018 พร้อมแล้ว 
งานสำคัญแห่งภูมิภาคอาเซียนของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ 0 36475

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า นำทัพผู้ประกอบการทั่วทั้งอาเซียนในวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนสิ่งทอ และป้ายโฆษณา ร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ตลอดระยะเวลาจัดงาน เต็มอิ่มกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของผลิตภัณฑ์และบริการจากกลุ่มผู้ให้บริการอุตสาหกรรมการพิมพ์และผู้ผลิตป้ายโฆษณา สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าที่ www.fespa-asia.com ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

160 แบรนด์ชั้นนำตอบรับเข้าร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 สุดพิเศษสำหรับปีนี้ มีแบรนด์ระดับนานาชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก อย่างเช่น Stahls, Inkcups, Chemica, INktech และ Monti Antonio ขณะเดียวกัน ก็เป็นเวทีสำคัญขององค์กรชั้นนำจากประเทศไทยที่จะได้แสดงศักยภาพต่อผู้เข้าชมงานจากทั่วโลก อาทิ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอปสัน ประเทศไทย จำกัด บริษัท ที.เอ.โอ.บางกอกคอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยเทคโนเพลท จำกัด และอีกหลายราย

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เปิดเผยถึงไฮไลท์การจัดงานประชุมสัมมนาตลอดระยะเวลาการจัดงานว่า “หัวข้อการประชุมสัมมนา ครอบคลุมทุกด้านสำหรับการดำเนินธุรกิจการพิมพ์ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ซึ่งพร้อมจะเผยข้อมูลเชิงลึก แนวโน้ม และผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการพิมพ์และที่เกี่ยวข้อง”

การประชุมและสัมมนาภายในงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ประกอบด้วย 23 หัวข้อ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. ระหว่างวัน พฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เท่านั้น

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ได้แก่

• ยุคที่ 3 ของการปฎิวัติธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมสิ่ง
ทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ผลกระทบและการปรับตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมแฟชั่น บรรยายโดย Amit Dayagi ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ Kornit Digital

• เทคนิคการถ่ายเทความร้อนสำหรับกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ แนวทางการผลิตสิ่งทอแบบใหม่ สาธิตเทคนิคและวิธีถ่ายเทความร้อนด้วยวัสดุพิเศษ บรรยายโดย Marco De Rossi กรรมการผู้จัดการ Siser ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

• การพิมพ์ระบบไฮบริดเพื่อการออกแบบตกแต่งภายใน
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ การสร้างสรรค์งานออกแบบและตกแต่งภายในโดยใช้เทคนิคการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อสร้างจุดแข็งทางธุรกิจและสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง บรรยายโดย คุณชลกานต์ วิสุทธิ์พิทักษ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และการตลาด บริษัท โพธิ์ ทรี เดคคอร์ จำกัด

• แผนยุทธศาสตร์ธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอ

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ โอกาส แนวโน้มธุรกิจ และแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอในตลาดภูมิภาคอาเซียน บรรยายโดย Stewart Johnston ผู้อำนวยการที่ปรึกษา ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย Smithers Group

• แนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์และบริการส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย 

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ภาพรวมตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทย ความต้องการของผู้บริโภค และแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย บรรยายโดย คุณสุภานี สว่างเนตร ผู้จัดการฝ่ายชาย บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ในเอสซีจี แพคเกจจิ้ง

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอีกมายหมาย สามารถติดตามได้ที่ www.fespa-asia.com

กลับมาอีกครั้งใน เฟสป้า เอเชีย การแข่งขันระดับโลก World Wrap Masters เวทีประลองฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของนักหุ้มรถ ในการแข่งขันหุ้มรถยนต์ ตกแต่งให้รถยนต์นั้น มีความโดดเด่นสะดุดตา

การแข่งขันในปีนี้ พบกับผู้เข้าแข่งขัน 16 ราย ครึ่งหนึ่งเป็นผู้แข่งขันจากประเทศไทย และที่เหลือจากประเทศญี่ปุ่น และรัสเซีย แบ่งเป็น 4 รอบ ในการแข่งขันแต่ละรายจะได้รับโจทย์ให้ห่อหุ้มรถยนต์และสิ่งของอื่น ๆ โดยใช้วัสดุไวนิล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Hexis ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ จะได้เข้าแข่งขันต่อในระดับโลก ในงาน FESPA Global Print Expo ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงาน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสาธิตและเวิร์กช็อปการหุ้มรถได้ทุกวัน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักหุ้มรถมืออาชีพอีกด้วย

เฟสป้า ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ เฟสป้า เอเชีย 2018 ได้ที่ www.fespa-asia.com และสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

เกี่ยวกับ เฟสป้า

ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคมในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า

ผู้ถือหุ้น เฟสป้า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เฟสป้า ได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า

เป็นโครงการวิจัยระดับโลก เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/completemycensus

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่จะจัดขึ้นในปี 2561 ประกอบด้วย
• FESPA Asia, 22-24 กุมภาพันธ์ 2018, ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย
• FESPA Global Print Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• European Sign Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Award, 16 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Africa, 12-14 กันยายน 2018, ณ กาลลาจ์เฮอร์ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
• FESPA Mexico, 19-21 กันยายน 2018, ณ เซ็นโทร ซิติบานาเม็กซ์ เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
• FESPA Eurasia, 6-9 ธันวาคม 2018, ณ ซีเอ็นอาร์ เอ็กซโป เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี
• FESPA Brasil, 20-23 มีนาคม 2019, ณ เอ็กซโป เซ็นเตอร์ นอร์ต เซาเปาลู ประเทศบราซิล

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา โชว์ผลงาน พร้อมสนับสนุนงานประชุม International Conference on Biodiversity 2019 0 2416

งานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  (International Conference on Biodiversity) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562  ณ เซนทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอผลงานและเทคโนโลยีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ นำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย ซินเจนทา เปิดเผยว่า “วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิศาสตร์เขตร้อน กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก เนื่องด้วยเป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ปัจจุบันเกิดการสูญเสีย จากปัจจัยต่างๆมากขึ้น เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของชุมชน การใช้ปัจจัยทางการเกษตร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง เพราะระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร สูญเสียสมดุล”

การเข้าร่วมจัดงานครั้งนี้ ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะ ผึ้งและแมลงผสมเกสร ที่มีบทบาทหลักในระบบการผลิตอาหารและการเกษตร ร้อยละ 90 ของพืชอาหารทั่วโลก อาศัยการผสมเกสรของแมลงขนาดต่าง ๆ หากการผสมเกสรของพืชไม่เพียงพอ จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง คิดเป็นมูลค่า 17.3 ล้านล้านบาท หรือ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ซินเจนทา จึงได้วิจัยและพัฒนาโครงการรักษาสมดุล สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ มากถึง 301 โครงการใน 39 ประเทศทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากกว่า 31,250 ไร่ และอบรมเกษตรกรไปแล้วกว่า 2,500 รายในปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย ซินเจนทา ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ และศูนย์ผึ้งจันทบุรี เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี จัดทำ โครงการรักษ์ผึ้ง (Bee love project)  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความรู้ระหว่างเกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง ขยายผลไปยังกระบวนการผลิตทางการเกษตรด้วยการผสมเกสรของผึ้ง การใช้สารเคมีเกษตรได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา ลดผลกระทบต่อสุขภาพผึ้ง ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน เกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้งต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน มีผลผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้น และน้ำผึ้งมีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และในเร็วๆ นี้ ซินเจนทา วางแผนจะก่อตั้งศูนย์เรียนรู้รักษ์ผึ้ง และร่วมกับชุมชนสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของผึ้งและแมลงผสมเกสรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและนครสวรรค์

“การแก้ไขปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซินเจนทา  พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร มาใช้พัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร ควบคู่ไปกับการปกป้องรักษาโลกให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

องค์กรเกษตรทั่วโลก ประกาศจุดยืน เน้นนวัตกรรมและสร้างเครือข่าย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ประชาคมโลก 0 5413

องค์กรเกษตรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกาศจุดยืนนำนวัตกรรมการและเทคโนโลยีตลอดกระบวนการผลิตอาหารและการเกษตรในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 หรือ The 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF)

องค์กรเกษตรร่วมพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจ Uberfarm ให้บริการด้านการเพาะปลูก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาปรับปรุงผลผลิตและการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในอนาคต

นายมัลคอล์ม เพรสตัน ศาสตราจารย์อาวุโส วิทยาลัยการจัดการเคลล็อก และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวในพิธีปิดงานว่า “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ และเชื่อมั่นในการประสานความร่วมมือระหว่างกันของพันธมิตร”

นางกันธวี คาธิเรสาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความจำเป็นของนวัตกรรม อันเป็นความท้าทายในกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนว่า “ทุกหน่วยงาน ต้องนำนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภค”

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ได้แบ่งปันแนวคิดและแนวทางในการจัดการปัญหาหลากหลายด้าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ การตรวจสอบและติดตาม นวัตกรรมการบริหารเงิน การบริหารความสูญเสียของอาหาร สิทธิมนุษยชน เสริมพลังสตรี และความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการสนทนาพิเศษใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์นม ประมง ผักและผลไม้

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินงานผ่านโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาคอาเซียน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com