เฟสป้า เอเชีย 2018 พร้อมแล้ว 
งานสำคัญแห่งภูมิภาคอาเซียนของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ - PR Matter

เฟสป้า เอเชีย 2018 พร้อมแล้ว 
งานสำคัญแห่งภูมิภาคอาเซียนของกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ 0 38897

สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า นำทัพผู้ประกอบการทั่วทั้งอาเซียนในวงการอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล การพิมพ์บนสิ่งทอ และป้ายโฆษณา ร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ตลอดระยะเวลาจัดงาน เต็มอิ่มกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของผลิตภัณฑ์และบริการจากกลุ่มผู้ให้บริการอุตสาหกรรมการพิมพ์และผู้ผลิตป้ายโฆษณา สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าที่ www.fespa-asia.com ไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

160 แบรนด์ชั้นนำตอบรับเข้าร่วมจัดงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 สุดพิเศษสำหรับปีนี้ มีแบรนด์ระดับนานาชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก อย่างเช่น Stahls, Inkcups, Chemica, INktech และ Monti Antonio ขณะเดียวกัน ก็เป็นเวทีสำคัญขององค์กรชั้นนำจากประเทศไทยที่จะได้แสดงศักยภาพต่อผู้เข้าชมงานจากทั่วโลก อาทิ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอปสัน ประเทศไทย จำกัด บริษัท ที.เอ.โอ.บางกอกคอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยเทคโนเพลท จำกัด และอีกหลายราย

นางรอซ กัวโนรี ผู้อำนวยการ สมาพันธ์การพิมพ์แห่งยุโรป หรือ เฟสป้า เปิดเผยถึงไฮไลท์การจัดงานประชุมสัมมนาตลอดระยะเวลาการจัดงานว่า “หัวข้อการประชุมสัมมนา ครอบคลุมทุกด้านสำหรับการดำเนินธุรกิจการพิมพ์ โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ซึ่งพร้อมจะเผยข้อมูลเชิงลึก แนวโน้ม และผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการพิมพ์และที่เกี่ยวข้อง”

การประชุมและสัมมนาภายในงาน เฟสป้า เอเชีย 2018 ประกอบด้วย 23 หัวข้อ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00-14.30 น. ระหว่างวัน พฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึงวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เท่านั้น

หัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ ได้แก่

• ยุคที่ 3 ของการปฎิวัติธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมสิ่ง
ทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ผลกระทบและการปรับตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมแฟชั่น บรรยายโดย Amit Dayagi ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ Kornit Digital

• เทคนิคการถ่ายเทความร้อนสำหรับกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอ
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ แนวทางการผลิตสิ่งทอแบบใหม่ สาธิตเทคนิคและวิธีถ่ายเทความร้อนด้วยวัสดุพิเศษ บรรยายโดย Marco De Rossi กรรมการผู้จัดการ Siser ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

• การพิมพ์ระบบไฮบริดเพื่อการออกแบบตกแต่งภายใน
ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ การสร้างสรรค์งานออกแบบและตกแต่งภายในโดยใช้เทคนิคการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อสร้างจุดแข็งทางธุรกิจและสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง บรรยายโดย คุณชลกานต์ วิสุทธิ์พิทักษ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และการตลาด บริษัท โพธิ์ ทรี เดคคอร์ จำกัด

• แผนยุทธศาสตร์ธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอ

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ โอกาส แนวโน้มธุรกิจ และแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจการพิมพ์บนสิ่งทอในตลาดภูมิภาคอาเซียน บรรยายโดย Stewart Johnston ผู้อำนวยการที่ปรึกษา ประจำยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย Smithers Group

• แนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์และบริการส่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย 

ประเด็นน่าสนใจ ได้แก่ ภาพรวมตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทย ความต้องการของผู้บริโภค และแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย บรรยายโดย คุณสุภานี สว่างเนตร ผู้จัดการฝ่ายชาย บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ในเอสซีจี แพคเกจจิ้ง

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่น่าสนใจอีกมายหมาย สามารถติดตามได้ที่ www.fespa-asia.com

กลับมาอีกครั้งใน เฟสป้า เอเชีย การแข่งขันระดับโลก World Wrap Masters เวทีประลองฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของนักหุ้มรถ ในการแข่งขันหุ้มรถยนต์ ตกแต่งให้รถยนต์นั้น มีความโดดเด่นสะดุดตา

การแข่งขันในปีนี้ พบกับผู้เข้าแข่งขัน 16 ราย ครึ่งหนึ่งเป็นผู้แข่งขันจากประเทศไทย และที่เหลือจากประเทศญี่ปุ่น และรัสเซีย แบ่งเป็น 4 รอบ ในการแข่งขันแต่ละรายจะได้รับโจทย์ให้ห่อหุ้มรถยนต์และสิ่งของอื่น ๆ โดยใช้วัสดุไวนิล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Hexis ผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันที่กรุงเทพฯ จะได้เข้าแข่งขันต่อในระดับโลก ในงาน FESPA Global Print Expo ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงาน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสาธิตและเวิร์กช็อปการหุ้มรถได้ทุกวัน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักหุ้มรถมืออาชีพอีกด้วย

เฟสป้า ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ เฟสป้า เอเชีย 2018 ได้ที่ www.fespa-asia.com และสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใช้รหัส ASAM804

เกี่ยวกับ เฟสป้า

ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 เฟสป้า เป็นสมาพันธ์ระดับโลกที่มีสมาชิกระดับสมาคมในกลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีน การพิมพ์ดิจิทัล และการพิมพ์บนวัสดุสิ่งทอ เฟสป้า มีเป้าหมายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการพิมพ์สกรีนและการพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมทั้ง แบ่งปันความรู้ให้แก่สมาชิกทั่วโลกเกี่ยวกับการพิมพ์สกรีนและดิจิทัล เพื่อช่วยเหลือองค์กรสมาชิกให้สามารถสร้างธุรกิจจนเติบโต และเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


เป้าหมายการดำเนินงานของ เฟสป้า

ผู้ถือหุ้น เฟสป้า คือ กลุ่มอุตสาหกรรม เฟสป้า ได้ลงทุนกว่าล้านเหรียญยูโรในอุตสาหกรรมการพิมพ์โลกมานานกว่า 7 ปี เพื่อส่งเสริมการเติบโตของตลาด ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.fespa.com

การวิจัยอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ เฟสป้า

เป็นโครงการวิจัยระดับโลก เพื่อสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมการพิมพ์หน้ากว้าง การพิมพ์สกรีน และการพิมพ์ระบบดิจิทัล เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และครบวงจรที่สุด การวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เป็นหลายภาษาและสามารถติดตามรายละเอียดออนไลน์ได้ที่ www.fespa.com/completemycensus

งานแสดงสินค้าของ เฟสป้า ที่จะจัดขึ้นในปี 2561 ประกอบด้วย
• FESPA Asia, 22-24 กุมภาพันธ์ 2018, ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ประเทศไทย
• FESPA Global Print Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• European Sign Expo, 15-18 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Award, 16 พฤษภาคม 2018, ณ เมสเซ่ เบอร์ลิน เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี
• FESPA Africa, 12-14 กันยายน 2018, ณ กาลลาจ์เฮอร์ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้
• FESPA Mexico, 19-21 กันยายน 2018, ณ เซ็นโทร ซิติบานาเม็กซ์ เมืองเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก
• FESPA Eurasia, 6-9 ธันวาคม 2018, ณ ซีเอ็นอาร์ เอ็กซโป เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี
• FESPA Brasil, 20-23 มีนาคม 2019, ณ เอ็กซโป เซ็นเตอร์ นอร์ต เซาเปาลู ประเทศบราซิล

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กรมพลศึกษาเชิญชวนร่วมประกวด ‘ต้นแบบบริหารกายหน้าเสาธง’ ชิงเงินแสน 0 499

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอเชิญร่วมประกวด “ต้นแบบบริหารกายหน้าเสาธง” ชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท

กติกาง่าย ๆ เพียง

สมัครในระบบการรับสมัครของกรมพลศึกษา พร้อมส่งคลิปวิดีโอ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564

ตัดสินรอบคัดเลือกวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2564 จำนวน 30 ทีม เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

ประกาศผลทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกในวันที่ 19 กรกฎาคม 2564

ตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 2-3 สิงหาคม 2564 โดยสามารถรับชมการตัดสินผ่าน Facebook Live ได้ทางเพจ : สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา

รางวัล

รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวน 1 รางวัล

รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวน 1 รางวัล

รางวัลอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวน 1 รางวัล

รางวัลอันดับ 4 เงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวน 2 รางวัล

รางวัลขวัญใจมหาชน เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัล จำนวน 1 รางวัล

ทีมที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา โทร. 086-904-9806, 02-965-0990

มหิดล และซินเจนทา ขยายเครือข่าย “รักษ์ผึ้ง” สร้างความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน 0 583

สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” โดยปีนี้ มีแนวคิดสำคัญคือ “เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการขจัดปัญหาอย่างยั่งยืน” (We’re part of the solution.) สอดคล้องกับแผนการเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ นำไปสู่การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืน

นางสาววัชรีภรณ์ พันธ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน ซินเจนทา เปิดเผยว่า หนึ่งในแผนงานสำคัญตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติ ซินเจนทาได้ร่วมกับโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการ “รักษ์ผึ้ง” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ และพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ผ่านงานวิจัยและการอบรมส่งเสริมให้แก่กลุ่มเกษตรกร โรงเรียน และชุมชนรอบพื้นที่เกษตรกรรมภาคกลางและภาคตะวันออก เพื่อเผยแพร่ความรู้ และสร้างความตระหนัก ในการรักษาระบบนิเวศ ดูแลแมลงผสมเกสร ตลอดจนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

ดร. สิทธิพงษ์ วงศ์วิลาศ นักวิชาการศึกษา โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ “รักษ์ผึ้ง” กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ของมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ ได้จัดเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องผึ้งและความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ BEE LAND เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนและการสอน เรื่องการเลี้ยง การเพิ่มผลผลิต และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง รวมทั้งได้ประสานกับโรงเรียนระดับมัธยม เพื่อสร้างโรงเรียนเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” ในเบื้องต้นมี 10 แห่งในจังหวัดนครสวรรค์ และ 5 แห่งในจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบ นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรกร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนลำไยและผู้เลี้ยงผึ้งได้ประสานความร่วมมือ เพื่อรักษาระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพโดยได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลทั้งชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง

นายอานพ วนามี เจ้าของฟาร์มผึ้งสอยดาว เป็นประธานศูนย์ประสานงานโครงการ “รักษ์ผึ้ง” อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กล่าวเสริมว่า หัวใจสำคัญของโครงการ คือ ซินเจนทาและมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้ามาสร้างความเข้าใจและตอบสนองความต้องการระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งกับผู้ปลูกผลไม้ให้ได้ผลผลิตอย่างปลอดภัยตามระบบ GAP เพราะการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ โดยเฉพาะกลุ่มลำไย ซึ่งต้องการให้ผึ้งมาช่วยในการผสมเกสรดอก ยิ่งได้รับการผสมเกสรมากเท่าใด ผลก็ยิ่งติดลูกมากเท่านั้น การใช้ผึ้งช่วยผสมเกสรสามารถเพิ่มอัตราการติดดอกได้เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 30 ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง ต้องการนำรังผึ้งไปวางในสวนต่าง ๆ เพื่อนำน้ำหวานจากเกสรดอกลำไยมาผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งน้ำผึ้งจากดอกลำไยเป็นที่นิยมในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เพราะมีกลิ่นหอมและหวาน ดังนั้น หากเจ้าของสวนและผู้เลี้ยงผึ้งมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยกับผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งประมาณ และชาวสวนลำไยเกือบ 100 ราย โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

นางสาวกมลชนก บุญฤทธิ์ ครูผู้สอนวิชาชีววิทยา โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ หนึ่งในโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า การดำเนินงานในโรงเรียนต้นแบบเครือข่ายการเรียนรู้ “รักษ์ผึ้ง” จะนำองค์ความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยาการเลี้ยงผึ้ง เข้าไปอยู่ในวิชาหมวดการงานอาชีพของนักศึกษาระดับมัธยมปลายในโรงเรียนเป้าหมาย โดยนักวิชาการจากซินเจนทาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลจะไปร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงทฤษฎีและเปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติจริงในหลายด้าน อาทิ การศึกษาสภาพแวดล้อม ชีววิทยาและพฤติกรรมของผึ้งต่าง ๆ การบริหารจัดการรังผึ้งและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเกิดความเข้าใจจากการปฏิบัติจริง แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้มีการปรับรูปแบบเป็นการเรียนออนไลน์แทน

เช่นเดียวกับ โรงเรียนมะขามสรรเสริญ นายสุพร พงศ์วิฑูรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนและที่ปรึกษาโครงการโรงเรียนต้นแบบในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี กล่าวสนับสนุนว่า โครงการ “รักษ์ผึ้ง” สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาที่ว่า “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เป็นการเสริมความรู้และทักษะการประกอบสัมมนาอาชีพที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยโครงการดังกล่าว ให้ทั้งความรู้และแนวทางการปฏิบัติ อีกยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ปัจจุบันมีโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดวังจะอ้าย โรงเรียนวัดหนองสลุด โรงเรียนวัดมะทาย โรงเรียนบ้านมะขาม และโรงเรียนมะขามสรรเสริญ รวมทั้งมีแผนจะขยายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วตะวันออกในอนาคต

“ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ โรงเรียนต้นแบบเครือข่าย และศูนย์เครือข่ายทั้งหมดนี้ เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของซินเจนทา ในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาช่วยเหลือเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทย โดย โครงการรักษ์ผึ้ง เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการผสมผสานวิถีแห่งธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมการเลี้ยงผึ้งและการบริหารการเพาะปลูกผลไม้ได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ ทำให้สามารถดูแลและรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกรและชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย” นางสาววัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

สำหรับเกษตรกร โรงเรียน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “รักษ์ผึ้ง” ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 088-445-6406 หรือ https://na.mahidol.ac.th/academic/

เกี่ยวกับซินเจนทา
ซินเจนทาเป็นบริษัทชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วย หน่วยธุรกิจซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชากรโลกให้มีอาหารปลอดภัยพร้อมไปกับการดูแลโลก ด้วยการนำนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ระดับสากล มาแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรม เทคโนโลยีของซินเจนทา จะช่วยให้เกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางการเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้ดีขึ้น ซินเจนทาอารักขาพืช และซินเจนทาเมล็ดพันธุ์ เป็นส่วนหนึ่งของซินเจนทากรุ๊ป มีพนักงานกว่า 49,000 คน ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ที่กำลังร่วมมือกันทำงานช่วยเหลือเกษตรกร ภายใต้แผนการเจริญเติบโตเชิงบวก (Good Growth Plan) โดยซินเจนทาจะเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อเกษตรกรและธรรมชาติ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมให้ทุกคนปลอดภัย และมีสุขภาพดี รวมถึงให้ความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีความยั่งยืน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syngenta.com และ www.goodgrowthplan.com