ก.อุตฯ เปิด “Genius Academy ซีซั่น 2” เล็งปั้นดินสู่ดาวสานฝัน OTOP / SMEs สู่ความเป็นอัจฉริยะทางธุรกิจ 0 20391

กลับมาอีกครั้งกับหลักสูตร Genius Academy รุ่นที่ 2 เพื่อยกระดับคุณภาพผู้ประกอบการไทยสู่ความเป็นอัจฉริยะ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งผลักดันผู้ประกอบการ 150 ราย ที่มีประสบการณ์และผ่านการดำเนินธุรกิจแล้วระดับหนึ่งเข้ารับการฝึกอบรมกับวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เติมเต็มความฝันผู้ประกอบการไทยก้าวไกลสู่ตลาดสากลภายใต้แนวคิด “150 Days to Dream : 150 วัน ปั้นฝัน สู่ผู้ประกอบการอัจฉริยะ”

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “โครงการพัฒนายกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่สากล”หรือ โครงการ Genius Academy ปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยมุ่งหวังให้วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพได้รับองค์ความรู้จนเกิดแนวคิดในการพัฒนาตนเอง และมีความพร้อมในการต่อยอดผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ สู่ตลาดสากล ซึ่งจากสถิติของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่ามูลค่า GDP ของ SMEs ไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 ขยายตัวได้ 5.3% นับเป็นการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 8 ไตรมาส (ตั้งแต่ 2559-2560) ซึ่งสอดคล้องกับ GDP ของประเทศในไตรมาส 3 (2560) ที่สามารถขยายตัวได้ถึง 4.3% โดยมีสัดส่วน GDP ของ SMEs ต่อ GDP ของประเทศ 42.6% เป็นมูลค่ากว่า 1.62 ล้านล้านบาท จึงเป็นสัดส่วนใหญ่ที่จะนำพาประเทศพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตและเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับที่ผ่านมาโครงการ Genius Academy ในซีซั่นแรกถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสามารถพัฒนาศักยภาพและธุรกิจของผู้ประกอบการมากกว่า 100 ราย สร้างมูลค่าเพิ่มโดยการขยายตลาดให้แก่ผู้ประกอบการมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ส่วนในปีนี้กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดทำโครงการขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มีผู้สนใจให้การตอบรับเป็นอย่างดีและสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการที่สมัครจากจำนวนทั้งสิ้น 549 ราย ให้เหลือเพียง 150 ราย โดยหลักสูตรได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างอัจฉริยะทางธุรกิจ มีการให้คำปรึกษาแนะนำและการอบรม นำทีมการสอนโดยอัจฉริยะโค้ชของไทยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายด้าน เช่น การตลาด การค้นหา DNA สินค้า และผู้ประกอบการ การออกแบบสินค้า การวางกลยุทธ์ด้านธุรกิจ เป็นต้น มาร่วมกันถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และทำเวิร์คช็อป ซึ่งมีกลุ่มพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนและความร่วมมือในการปั้นอัจฉริยะทางธุรกิจให้เป็นจริงได้ ภายใต้แนวคิด “150 Days to Dream : 150 วัน ปั้นฝัน สู่ผู้ประกอบการอัจฉริยะ”โดยโครงการนี้ใช้วิธีการให้คำปรึกษาแนะนำและการอบรมทั้งภายใน และภายนอกห้องเรียน รวมจำนวนวันเรียนในห้องเรียนทั้งสิ้น 20 วัน มีเนื้อหาที่เข้มข้นและเฉพาะทางเพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดการพัฒนาตนเองอย่างชาญฉลาด และสามารถรับมือได้ในทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกธุรกิจ” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการ คณะกรรมการฯจะพิจารณาจากคะแนนในการทำข้อสอบรูปแบบผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยคาดหวังว่าเมื่อจบโครงการฯ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติม 5 ประการ คือ (1) Dream มีความฝัน (2) Believe in yourself มีความเชื่อในตัวเอง (3) Inspiration มีแรงบันดาลใจ (4) Passion มีความรักและกระตือรือร้นในสิ่งที่ทำ และ (5) Action พร้อมที่จะลงมือทำ ทั้งนี้ หลักการ 150 วัน ปั้นฝันสู่

ผู้ประกอบการอัจฉริยะเกิดจากความคิดที่ว่าหลายครั้ง ที่ผู้ประกอบการมักเข้าอบรมในหลายหลักสูตร แต่นำกลับไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเองค่อนข้างลำบาก เพราะไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยพี่เลี้ยง หรือโค้ชช่วยกันดูแลจนถึงปลายทางความสำเร็จ ซึ่งโครงการนี้มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาวิสัยทัศน์ และการเรียนในเชิงลึกระดับจิตวิญญาณ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ในระยะสั้น เพื่อย่นระยะเวลาในการทดลองและลองผิดลองถูกในการทำธุรกิจ เพื่อให้สำเร็จและสามารถสร้างธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการฯเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2561

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4290

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4860

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561