ไป่ตู้ ชี้ช่องสื่อออนไลน์มัดใจนักท่องเที่ยวจีนแบบ FIT 0 17458

ไป่ตู้ แอคเซส ชี้สื่อออนไลน์ดึงนักท่องเที่ยว FIT จีนมาไทยเพิ่มขึ้นปี 2018 โดยเฉพาะข้อมูลการสื่อสารผ่านช่องทางกลุ่มสังคมออนไลน์ อาทิ Youku (YouTube), RenRen (Facebook), Weibo (Twitter), Wechat (Line) หรือเซิร์ชเอนจิ้นที่ชาวจีนนิยมคือ Baidu (Google), Mafengwo Qyer (Tripadvisor), Ctrip (Expedia) ช่วยในการค้นหาเพื่อเปรียบเทียบ ขณะเดียวกัน ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเวปไซต์ แอพลิเคชั่น หรือช่องทางการสื่อสารผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือได้มาก
ไป่ตู้ แอคเซส มั่นใจกลุ่ม FIT ( นักท่องเที่ยวอิสระจีน) ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ในปีที่ผ่านมา ภาครัฐและภาคเอกชนยังให้ความสนใจ เตรียมกลยุทธ์การตลาดตั้งแต่ต้นปี คาดสิ้นปีจะสามารถเพิ่มรายได้ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการณ์ที่ปรับตัวเร็ว เข้าหาลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย

นางสาว พัชรพร สิริทรัพย์วงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ไป่ตู้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ประเทศมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในปี 2560 ภาคการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ประเทศได้ราว 20% ของรายได้มวลรวมประเทศ ซึ่งในระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าเป็นอีกลุ่มที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเรียกได้ว่าเป็นเหตุปัจจัยให้มีการเพิ่มขึ้นของรายได้ประเทศด้านการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งส่วนงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมมือร่วมใจกันกระตุ้นการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ ต่างพึงพอใจอย่างมาก จากการรายงานสรุปว่าในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยราว 9 ล้านคน ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 400 ล้านบาท อีกทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเองก็พัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวแบบ FIT หรือ Free and Independent Traveler (นักท่องเที่ยวแบบอิสระ) ที่กินส่วนแบ่งของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกไปต่างประเทศทั้งหมดถึงร้อยละ 42% ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป สามารถค้นหาข้อมูลและวางแผนการเดินทางด้วยตนเองผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ“

โดยจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT คือ เน้นต้องการการท่องเที่ยวแบบอิสระ ต้องการเข้าถึงวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง ติดโซเชียล และต้องการบอกต่อเรื่องราวการท่องเที่ยวเหล่านั้นต่อกลุ่มสังคมออนไลน์ ดังนั้นช่องทางการสื่อสารที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ FIT คือ การสื่อสารและส่งมอบข้อมูลการท่องเที่ยวผ่านทางออนไลน์ เนื่องจากการที่เทคโนโลยีมีการปรับตัวมากขึ้น มีจำนวนคนจีนที่สามารถเข้าถึงการสื่อสารทางอินเตอร์เนตมากขึ้น โดยปัจจุบันมีชาวจีนที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตราว 731 ล้านคน จากประชากรทั้งสิ้นราว 1,389 ล้านคน อีกทั้งช่องทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นเวปไซต์ แอพลิเคชั่น หรือช่องทางการสื่อสารผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดความมั่นใจ และความน่าเชื่อถือได้มาก นำไปสู่การเข้ามาท่องเที่ยวแบบ FIT ที่ต้องการทั้งข้อมูลการค้นหาเพื่อเปรียบเทียบ และข้อมูลการสื่อสารผ่านช่องทางกลุ่มสังคมออนไลน์ อาทิ Youku (YouTube), RenRen (Facebook), Weibo (Twitter), Wechat (Line) หรือเซิร์ชเอนจิ้นที่ชาวจีนนิยมคือ Baidu (Google), Mafengwo Qyer (Tripadvisor), Ctrip (Expedia) ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของไทยควรที่จะได้ศึกษาข้อมูลในเรื่องการใช้ช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจก็จะถือเป็นข้อได้เปรียบมากขึ้น พร้อมทั้งกระตือรือร้นในการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับปี 2561 นี้ ไป่ตู้ แอคเซส คาดการณ์สถานการณ์การท่องเที่ยวแบบ FIT ว่า จะมีการเติบโตขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เลือกจะเก็บประสบการณ์และค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างและเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยเรื่องน่ายินดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือ ประเทศไทยยังคงติด 1 ใน 3 อันดับแรกที่เป็นจุดหมายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีน ด้วยจุดหมายที่อยู่ในอันดับความสนใจระดับต้นๆ บวกกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เปลี่ยนไป ทำให้สื่อออนไลน์หรือการค้นหาข้อมูลต่างๆ มีความสำคัญอย่างมากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้นและการสร้างปริมาณหรือความต้องการในการท่องเที่ยวในจำนวนที่สูงขึ้นเป็นลำดับต่อมา “ พัชรพร กล่าวสรุป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กลยุทธ์ Social Media สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ 0 1710

ช่วงเทศกาลวันหยุดเป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัว และฝูงมิตรต่างรอคอย รวมทั้งพวกเราชาวพีอาร์ด้วย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะพลาดไม่ได้เช่นกันในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น การกำหนดกลยุทธ์ในช่วงนี้ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายและองค์กรเกิดความรู้สึกร่วมกัน และมีทัศนคติที่ดีมากยิ่งขึ้น

วันนี้ เลยขอนำเทคนิคเล็กๆ มาจุดประกายไอเดียกันดังนี้

เลือกสื่อหรือช่องทางการสื่อสารให้เหมาะสม

หลายคนมักจะหลงไปกับแสงสีแห่งเทศกาล เลยหมกหมุ่นไปกับการใช้สื่อหรือช่องทางที่หลากหลาย มากมาย หวังครอบคลุมทุกกลุ่ม จริงๆ แล้ว อยากให้องค์กรลองพุ่งเป้าไปยังสื่อหลักๆ ที่องค์กรใช้เป็นประจำและเหมาะกับองค์กรจะดีกว่า โดยการตอบคำถามง่ายๆ ให้ได้ว่า 1. ช่องทางสื่อสารไหนที่เราใช้บ่อยที่สุด และ 2. กลุ่มเป้าหมายของเรานั้นอยู่ที่ไหน

อย่ามัวแต่ยัดเยียดข้อมูลข่าวสารไปเสียทุกช่องทาง เพราะนอกจากจะเสียเงิน เสียงบประมาณ เสียเวลาไปใช่เหตุแล้ว อาจจะไม่เข้าถึงเป้าหมายเสียด้วยซ้ำ จำไว้เสมอว่า ช่วงเวลาที่อันน้อยนิดในแต่ละช่วงเทศกาล จะเป็นการดีกว่าที่โหมโรมรันในสื่อที่เหมาะ เจาะให้โดนกลุ่ม จะเป็นการดีที่สุด

ชัดเจนในถ้อยความที่ต้องการสื่อสาร

หลายองค์กรมักจะหลงทางไปกับสื่อสารในช่วงนี้ จดจำไว้เสมอว่า ลองคิดนอกกรอบแต่นอกกรอบนั้นจะต้องสะท้อนบุคลิกภาพ ภาพลักษณ์ และข้อความหลักขององค์กรให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ข้อความที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่การหลงทาง ยากต่อการจดจำ เพราะทุกองค์กรในช่วงนี้ ต่างต้องการสื่อสารเรื่องที่ใกล้เคียงกันไม่ว่าจะเป็น ความสนุก ความสุข ความรื่นเริง ดังนั้น การตอกย้ำจุดหลักใจความสำคัญขององค์กร จะช่วยทำให้เรื่องราวนั้นๆ แตกต่าง โดดเด้งจากองค์กรอื่นๆ ได้

ตามติดสื่อออนไลน์ เพราะกลุ่มเป้าหมายองค์กรก็ออนไลน์ด้วยเช่นกัน

จำไว้เสมอ ช่วงวันหยุดยาวทีไร กลุ่มเป้าหมายต่างออนไลน์มากขึ้นเท่านั้น เพื่อแสวงหาข้อมูล ข่าวสาร ลองอ่านดูบทความเรื่อง คนวัยไหนใช้เวลาอย่างไรในวันหยุด ดังนั้น เป็นหน้าที่ของนักสื่อสารจะต้องสอดส่อง ตรวจสอบดูพฤติกรรม ทำความเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายใช้สื่อออนไลน์อย่างไรในช่วงดังกล่าว และนำองค์กรเราเข้าไปสู่ใจของกลุ่มเป้าหมายให้ได้อย่างเนียนที่สุด s.

วิธีการที่ดีที่สุดในการศึกษากลุ่มเป้าหมายของคุณ ลองเข้าดูสิว่า เขาเขียนถึงอะไร ตอบคอมเมนต์อย่างไร หรือใช้ชีวิตอย่างไรทุกๆ สองวัน ไม่ต้องนั่งทำทุก 5 นาทีหรอกนะ วิธีนี้ละ จะทำให้คุณเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ใส่เงินและงบประมาณไปยังที่ๆ ข้อความหรือเนื้อหาที่คุณต้องการสื่อสาร จะเผยแพร่

Social media กำลังจะกลายเป็นสื่อที่จะต้องจ่ายเพื่อเล่นมากขึ้นเรื่อย โพสต์ข้อความบน Facebook จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระแส และหลายองค์กรจะต้องจ่ายเงินเพื่อโปรโมตแคมเปญและโพสต์มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ Facebook กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังที่หลายคนทราบแล้วว่า การโพสต์ของเพจจะปรากฎน้อยลงเรื่อย และต้องใช้งบประมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องอายนะ หากองค์กรจำเป็นต้องโปรโมตโพสต์บ้าง เพราะงบประมาณนั้นก็ยังน้อยอยู่ดีเมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ รวมทั้งใครๆ เขาก็ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม การโปรโมตให้สำเร็จและได้ผลดีนั้น จะต้องพิจารณาเลือกลกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมด้วย เพื่อผลสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุด

เนียนเข้าไว้ เกี่ยวข้องไว้ก่อน

มีประเด็นต่างๆมากมายให้เล่นในช่วงวันหยุดที่จะถึงนี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดสคือ การสื่อสารให้สอดคล้องกับพันธกิจและแบรนด์ขององค์กร บางครั้งการจะสร้างสรรค์ประเด็นใดๆ ก็ตาม หากนึกไม่ออก ลองฟังเสียงจากกลุ่มเป้าหมายดูสิว่า เขาอยากได้อะไร

วิเคราะห์และประเมินผล

การพิจารณาข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น เพศ วัย การศึกษา ความสนใจ จะเป็นข้อมูลที่ดีที่สุดที่เราจะใช้ในการวางแผนในอนาคต ทั้งนี้ สื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LinkedIn, Twitter and YouTube ต่างมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงแต่เราลองเปิดและอ่านวิเคราะห์ดูบ้างเท่านั้นเองว่า โพสต์แบบไหน ที่เขาชื่นชอบ ช่วงเวลาไหนที่เขา Hot Hit

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันหยุด ระหว่างที่ทุกคนกำลังรื่นเริง บันเทิงใจ กับครอบครัวและเพื่อนฝูง ในฐานะนักพีอาร์และนักสื่อสารอย่าลืมโอกาสทองนี้ ที่จะนำองค์กรของเราสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายด้วยละ

อิทธิพลแห่ง Social Media ต่อการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการช่วงเทศกาลวันหยุด 0 1483

CrowdTap Social Media Agency แห่งอังกฤษ ได้จัดทำการสำรวจบทบาทของ Social Media ต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง จำนวน 3,000+ ตัวอย่างทั้งเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของ การสร้างแรงบันดาลใจ การค้นหาโปรโมชั่นพิเศษ การแบ่งปันเรื่องราว และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

จากผลการสำรวจพบว่า

  • กลุ่มตัวอย่างใช้ Social Media ในการค้นหาของขวัญหรือซื้อสินค้า/บริการ 76%  เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา
  • กลุ่มเพื่อนและครอบครัวมีอิทธิพลในการซื้อสินค้า/บริการบน Social Media มากถึง 68%

  • การใช้ Social Media กลุ่มตัวอย่างใช้ pinterest ในการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อด้วยตะลุยอ่าน blog ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ก่อนจะหาโปรโมชั่นเด็ดๆ จาก facebook และเมื่อซื้อแล้วก็จะเผยแพร่ผ่าน instagram
  • กลุ่มตัวอย่างบอกว่า facebook มีอิทธิพลต่อการช้อปปิ้งมากสุด 59%
  • ที่สำคัญปีนี้ กลุ่มตัวอย่างช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเป็น 67% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24% โดยสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างทำบน Social Media ในโทรศัพท์ได้แก่ เปรียบเทียบราคา เก็บภาพสินค้าหรือบริการ  แบ่งปันดีลพิเศษผ่าน Social Media และ text สอบถามเพื่อนก่อนตัดสินใจซื้อ