“คัลลิแนน (Cullinan)” รุ่นใหม่ของ โรลส์-รอยซ์ 0 4061

เมื่อ 3 ปีก่อน หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ได้ลงข่าว โรลส์-รอยซ์ประกาศผลิตรถยนต์แบบยกพื้นสูงด้วยดีไซน์ใหม่ในทุกรายละเอียด เพื่อนำเสนอนิยามใหม่แห่งการเดินทางระดับหรูตามแนวคิด “ขับสบาย…ไปทุกที่ (Effortless, Everywhere)” และนับจากนั้นเป็นต้นมา โลกก็รอคอยและได้แต่คาดเดาถึงการมาเยือนของรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดของโรลส์-รอยซ์
วันนี้ การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อโรลส์-รอยซ์ ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารถยนต์รุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า คัลลิแนน (Cullinan)

“ชื่อคัลลิแนนถูกเก็บไว้อย่างแนบเนียนมาโดยตลอด นับตั้งแต่เราเปิดเผยเกี่ยวกับโครงการเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรลส์-รอยซ์ กล่าว “นับเป็นชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถยนต์รุ่นพิเศษรุ่นใหม่ของเรา เนื่องจากนี่คือรถยนต์ที่นำเสนอนิยามอันโดดเด่นและชัดเจน เปี่ยมด้วยคุณภาพและความล้ำค่าอันไร้ที่ติ ด้วยภาพลักษณ์ที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ในจุดประสงค์การใช้งาน นับเป็นความโดดเด่นอันนำไปสู่การขยายขอบเขตและศักยภาพแห่งความหรูหราที่แท้จริง เฉกเช่นเพชรคัลลิแนน เพชรน้ำงามบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดที่โลกเคยค้นพบ ซึ่งปรากฏโฉมเมื่อสมบูรณ์แบบและคงอยู่อย่างโดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด”

การตั้งชื่อรถยนต์รุ่นใหม่ของโรลส์-รอยซ์ว่า คัลลิแนน ยังถือเป็นเรื่องราวแห่งภารกิจการแสวงหาความสมบูรณ์แบบด้วยเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับชื่อของเพชรที่นำมาตั้งเป็นชื่อรุ่น โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ได้ผ่านการเดินทางอันน่าหลงใหลจากทะเลทรายอันแสนทรหดในแอฟริกา ผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางไปยังเขตอาร์กติกที่ปกคลุมด้วยหิมะอันหนาวเหน็บ จากหุบเขาที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเชียวขจีบนที่ราบสูงในสกอตแลนด์ ไปสู่ผาหินอันสูงชันในอเมริกาเหนือ โดยทีมนักออกแบบ วิศวกร ช่างผู้ชำนาญการและช่างศิลป์ใน House of Rolls-Royce ได้ร่วมมือกันรังสรรค์ ทดสอบ และขัดเกลาสุดยอดยานยนต์รุ่นนี้ เพื่อให้ปราศจากจุดบกพร่องและทำให้รถยนต์รุ่นนี้ “ขับสบาย…ไปทุกที่”

“เราได้รับแรงบันดาลใจจากกระบวนการอันยิ่งใหญ่ยาวนานนับพันปีในการสร้างสรรค์เพชรคัลลิแนน ซึ่งชื่อนี้สามารถบ่งบอกถึงลักษณะพิเศษของรถยนต์รุ่นนี้ได้ในหลายแง่มุม ทั้งในด้านความคงทนและความแข็งแกร่งที่สมบูรณ์แบบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงดันอันมหาศาล บ่งบอกถึงการเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและความล้ำค่า และยังเกี่ยวโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้บุกเบิกและการผจญภัยของ ชาร์ลส โรลส์ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ของเซอร์เฮนรี่ รอยซ์ และแน่นอน ชื่อนี้ยังสื่อถึงความหรูหราที่สมบูรณ์แบบซึ่งจะติดตามคุณไปในทุก ๆ แห่งบนโลกใบนี้” มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส กล่าวเสริม

“คัลลิแนน คือรถยนต์รุ่นที่ 2 ของเราที่ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมแบบ Spaceframe รุ่นใหม่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) ที่บริษัทประกาศเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน มอบประกายแห่งความแตกต่างและความโดดเด่นหาใดเทียบเท่าในทุกมุมมอง”

มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส กล่าวสรุปว่า “กล่าวอย่างง่าย ๆ ว่า คัลลิแนน เป็นชื่อที่สมบูรณ์แบบและเจิดจรัสที่สุด”

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ผลวิจัยชี้ เงินเดือนปีหน้า แถบเอเชีย สูงสุด 0 222

คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป คาดการณ์เงินเดือนปี ค.ศ. 2018 เผยผลสำรวจของภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตของอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ (Real wage) สูงสุด แม้อัตราการขึ้นเงินเดือนของปีนี้จะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา

คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป (รหัสในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: KFY) เผยรายงานอัตราเงินเดือนทั่วโลกปี 2018 ชี้อัตราค่าจ้างในเอเชียเติบโตสูงสุดแต่ไม่แรงเท่าปีก่อน

  • อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อในแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
  • ชี้อัตราฯปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 1.5% ตามค่าเงินเฟ้อ
  • อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียงครึ่งหนึ่งของปีที่ผ่านมา
  • สหราชอาณาจักร อาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ มีอัตราฯที่ปรับตัวต่ำลง

สำหรับภูมิภาคเอเชีย คาดการณ์ว่าอัตราเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นราว 5.4% ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 6.1% จากเมื่อปีก่อน โดยคาดว่าการปรับขึ้นของอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ (Real wage) จะอยู่ที่ราว 2.8% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราสูงที่สุดในโลก แต่ยังลดลงจาก 4.3% ของปีก่อน โดยจีนมีการคาดการณ์ว่าอัตราฯจะเพิ่มขึ้นที่ 4.2% ในปี 2018 ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ในปีก่อนว่าจะเพิ่มขึ้น 4% ทั้งนี้ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียมีอัตราฯมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี อาทิ เวียดนามคาดการณ์ที่ 4.6% ลดลงจาก 7.2% ของปีก่อน สิงคโปร์ที่ 2.3% ลดจาก 4.7% ญี่ปุ่นที่ 1.6% ลดลงจาก 2.1% ของปีก่อน ส่วนประเทศไทย คาดการณ์ว่าอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น 4.5 % ซึ่งยังต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.6 % ในปีที่แล้ว

ภูมิภาคส่วนใหญของโลกมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดต่ำลง

เมื่อพิจารณาการปรับขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ คาดการณ์ว่าลูกจ้างทั่วโลกจะได้รับอัตราฯเฉลี่ยเพียง 1.5% ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ปี 2017 ที่ 2.3% และ 2.5% ของปี 2016

“เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละประเทศ เราจึงได้เห็นถึงการลดลงของอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ” บ็อบ เวสเซลเคมเปอร์ หัวหน้าฝ่ายงานระหว่างประเทศ Rewards and Benefits Solutions ของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป กล่าวว่า “อัตราฯของการเพิ่มหรือลดเงินเดือนจะแตกต่างไปตามตำแหน่งงาน อุตสาหกรรม ประเทศ และภูมิภาค แต่ประเด็นสำคัญที่เห็นชัดเจนคือ ในส่วนของพนักงานนั้น จะไม่สามารถรู้ได้ถึงการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทนที่แท้จริง เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ภูมิภาคออสตราเลเซียมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อต่ำสุด

ค่าจ้างในออสตราเลเซียคาดการณ์ว่าจะเติบโตราว 2.5% ซึ่งคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจริงเพียง 0.7% โดยในประเทศออสเตรเลียจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างสูงสุดที่ 2.5% โดยที่ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 2.1% และคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อ 0.4% ส่วนในนิวซีแลนด์ คาดว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น 2.5% ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มที่ 1.5% จึงคิดเป็นอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1%

ภูมิภาคอเมริกาเหนือให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง

ในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าค่าจ้างจะมีอัตราฯเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% เท่ากับเมื่อปีก่อน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินเฟ้อที่ 2% ในปี 2018 ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1% ลดลงจาก 1.9% ของปีก่อน ส่วนในประเทศแคนาดาอัตราการขึ้นค่าจ้างเพิ่มขึ้นราว 2.6% โดยมีค่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.7% จึงทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.9%

ภูมิภาคยุโรปตะวันออกให้อัตราฯดีกว่าฝั่งยุโรปตะวันตก

จากผลจากสำรวจของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป ในปี 2018 ลูกจ้างทางฝั่งยุโรปตะวันออกจะมีอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้น 6% อย่างไรก็ดี เมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อ จะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.4% ซึ่งลดลงจาก 2.1% ของเมื่อปีก่อน ส่วนทางฝั่งยุโรปตะวันตก ลูกงานจะมีอัตราการเพิ่มค่าจ้างที่ต่ำลง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นที่ 2.3% โดยเมื่อคำนวณกับการปรับค่าเงินเฟ้อแล้วจะได้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพียง 0.9%

เนื่องจากความผันผวนหลังการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ทำให้ค่าจ้างในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเพียง 2% เมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อที่ 2.5% ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -0.5% ซึ่งแตกต่างจากในปี 2017 ที่ค่าจ้างที่ปรับตามค่าเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 1.9% ส่วนลูกจ้างในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนี คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 0.7% และ 0.8% ตามลำดับ

ภูมิภาคตะวันออกกลางมีอัตราปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

ค่าจ้างในตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 3.8% ลดลงจาก 4.5% ของเมื่อปีก่อน โดยอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเมื่อคำนวณกับค่าเงินเฟ้อ จะเพิ่มขึ้น 0.9% ซึ่งลดลงจาก 2.5% ของปีก่อน ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีค่าเงินเฟ้อที่ 4.6% เมื่อคำนวนณกับค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นเพียง 4.1% ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -0.5%

จอร์แดนและเลบานอนจะมีภาวะตกต่ำรุนแรงที่สุดในภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าจอร์แดนจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.6% ลดลงจาก 6.3% ของปีก่อน และเลบานอนคาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 1.8% ลดลงจาก 6.1% ของปีที่ผ่านมา

ภาวะเงินเฟ้อกระตุ้นอัตราการเพิ่มเงินเดือนในเอเชีย

แม้เอเชียจะมีอัตราการเพิ่มเงินเดือนสูงสุดที่ 8.5% แต่ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.7% เพิ่มจากเมื่อปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.7% ในณะที่อียิปต์มีอัตราการเพิ่มเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 15% แต่กลับพบว่ามีอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 18.8% ทำให้ลูกจ้างมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อลดลงมาอยู่ที่ -3.8%

ละตินอเมริกามีอัตราการเพิ่มอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อสูงสุดเป็นอันดับสอง

คาดการณ์ว่า ลูกจ้างในละตินอเมริกาจะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อคำนวณกับภาวะเงินเฟ้อที่ชะลอตัวมากสุดในภูมิภาค ทำให้มีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 2.1% สูงกว่า 1.1% ของปีก่อน ส่วนในโคลัมเบีย คาดว่าจะมีอัตราเงินเฟ้อที่ 2.7% ในปี 2018 เมื่อคำนวณกับอัตราการเพิ่มเงินเดือนที่ 5.3% ทำให้โคลัมเบียมีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 2.6% และสำหรับบราซิล คาดว่าจะมีอัตราการเพิ่มเงินเดือนที่ 7.3% เงินเฟ้อ 4% ทำให้มีอัตราการขึ้นเงินเดือนหลังหักอัตราเงินเฟ้อที่ 3.3%

“การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกทำให้อัตราการเพิ่มค่าจ้างลดต่ำลง” บ็อบ เวสเซลเคมเปอร์ กล่าว “สำหรับในเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ ลูกจ้างที่มีทักษะการทำงานสูงจะถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญมากสำหรับบริษัทในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งลูกจ้างที่มีทักษะเหล่านั้นย่อมคาดหวังว่าจะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น ในขณะที่การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถในภูมิภาคย่อมส่งผลทำให้เงินเดือนในภูมิภาคนั้นเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน”

ที่ปรึกษาทางด้านการบริหารค่าจ้างค่าตอบแทนของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป แนะนำว่าให้วิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆ และคำนึงถึงองค์ประกอบโดยรวมในการพิจารณาเรื่องการปรับเงินเดือน

“แม้อัตราเงินเฟ้อจะเป็นดัชนีเปรียบเทียบและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดในเรื่องการจ่ายค่าจ้าง ทั้งนี้บริษัทต้องมีมุมมองที่กว้างขึ้นในการกำหนดและตกลงใช้มาตรการต่าง ๆ ทั้งในเรื่องปัจจัยด้านต้นทุน ด้านกลยุทธ์ธุรกิจ และเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจของแต่ละประเทศ” เบนจามิน ฟรอสต์ Global General Manager จากคอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป กล่าว “โครงสร้างเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆควรได้รับการตรวจสอบและทบทวนอยู่เสมอ เพื่อให้บริษัทมั่นใจได้ว่า การจ่ายผลตอบแทนสามารถแข่งขันได้กับตลาด โดยยังคงมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์และการพัฒนาของธุรกิจ”

เกี่ยวกับคอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป

คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป เป็นบริษัทระดับชั้นนำของโลกที่ให้คำปรึกษาในด้านการพัฒนาองค์กรและบุคลากร เราให้ความช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ องค์กร และสังคม ให้บรรลุผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจด้วยการส่งเสริมการใช้ศักยภาพของบุคลากรอย่างเต็มประสิทธิภาพ สำนักงานของ คอร์นเฟอร์รี่ เฮย์กรุ๊ป มีอยู่มากกว่า 120 ประเทศทั่วโลกและดำเนินงานด้วยทีมงานมืออาชีพมากกว่า 7,000 คน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ kornferry.com

สุดยอดโปรเจคเตอร์ ระดับ UHD 4K รุ่นล่าสุด CineHome W1700 0 171

เปิดตัวโฮมโปรเจคเตอร์ รุ่นใหม่ BenQ W1700 ปรากฏการณ์ความบันเทิงเทียบเท่าโรงภาพยนตร์ดิจิตอลให้กับสมาชิกครอบครัว พร้อมให้ความละเอียดแบบ UHD 4K หรือ 8.3 เมกะพิกเซล กับสุดยอดเทคโนโลยีภาพ CinematicColor™ ให้สีสันสมจริง พร้อม HDR ช่วยให้ภาพคมชัดสดใส พร้อมดึงแขกรับเชิญพิเศษ โรมัน- วีรเกียรติ จิรัฐการุณธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทีวีและโปรเจคเตอร์ และ บิม – รุสนันท์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดังมาร่วมพูดคุย และร่วมสัมผัสความละเอียดระดับ 4K ที่ให้ภาพคมชัดสมจริงจนต้องตะลึง ในราคาเปิดตัวเพียง 60,900 บาท

นายวัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า “สำหรับ โปรเจคเตอร์ รุ่นW1700 เครื่องนี้ ให้ความละเอียดภาพถึง 8.3 ล้านพิกเซล เพื่อประสิทธิภาพการทำงานระดับ 4K UHD อย่างแท้จริง โดยใช้เทคโนโลยี 0.47” single-DMD DLP เพื่อดีไซน์สวยงามกะทัดรัดของโปรเจคเตอร์ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมระบบออพติคอลซึ่งช่วยเสริมความละเอียดภาพแบบ 4K เพื่อให้ภาพคมชัดและสีสันสมจริง โดยไม่มีภาพแปลกปลอมมารบกวนโปรเจคเตอร์ LCD เสริมประสิทธิภาพของวีดีโอ 4K แบบเดิมด้วย High Dynamic Range (HDR10) ซึ่งให้ความสว่างมากขึ้นและช่วงความเข้มของสีกว้างกว่าเดิม พร้อมปรับภาพอัตโนมัติ ให้รายละเอียดสมจริง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ชมภาพยนตร์แบบตระการตา หน้าจอกว้างช่วยให้ภาพสวยชัดยามนั่งชมในห้องนั่งเล่น รวมทั้ง HDCP 2.2 ที่มีลิขสิทธิ์รุ่นล่าสุดให้ผู้ใช้งานสนุกกับเนื้อหา 4K ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เรื่องของความเที่ยงตรงของสี BenQ W1700 เครื่องนี้ไม่เป็นรองใคร เพราะสามารถให้ความรู้สึกที่แท้จริงด้วยการให้สีแบบโรงภาพยนตร์ โดยใช้ BenQ CinematicColor™ เทคโนโลยีเฉพาะของเบ็นคิวและวงจรสี RGB เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความเที่ยงตรงของสีระดับสูงสุดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยขอบเขตสี Rec. 709 ที่ครอบคลุมกว่า 96% พร้อมประสิทธิภาพ Delta E<3 ที่แม่นยำ W1700 จึงให้ภาพตามที่ผู้สร้างภาพยนตร์ต้องการ

นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพทางภาพและเสียงอันน่าตื่นตาของ W1700 ด้วยเทคโนโลยี CinemaMaster Video+ และ CinemaMaster Audio+ 2 เอกสิทธิ์ของเบ็นคิว ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่อันแสนธรรมดาให้เป็นโรงภาพยนตร์ระดับโลก พร้อมการปรับปรุงพิกเซลบริเวณขอบภาพที่ปรับตามการเคลื่อนไหว อัลกอริทึมสีที่ซับซ้อนล้ำสมัย การแสดงสีผิวสวยงาม รวมถึงการประมวลผลเสียงแบบภาพยนตร์เพื่อสร้างเสียงเบสนุ่มสึกและเสียงสูงบาดใจ มาพร้อมกับระบบแก้ไขภาพอัตโนมัติแบบ Keystone และซูมได้ถึง 1.2 เท่าเพื่อรองรับพื้นที่ไม่ว่าจะรูปแบบใด ติดตั้งได้ไม่ยุ่งยากเพื่อการรับชมภาพยนตร์เทคโนโลยี 4K ยามค่ำคืนได้ง่ายดายเพียงพริบตา”

“ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยผสานกับฟังก์ชั่นการทำงานไร้ที่ติ ทำให้ W1700 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามอง ด้วยน้ำหนักเบา รูปทรงเพรียวบาง และขนาดกะทัดรัด จึงสามารถเข้ากับการตกแต่งทุกรูปแบบ อีกทั้งยังสามารถต่ออุปกรณ์เชื่อม HDMI อย่าง Google Chromecast หรือ Amazon Fire TV Stick เข้ากับหน้าจอขนาดใหญ่ได้ทันที เพื่อสตรีมรายการทีวี ภาพยนตร์ กีฬา แม้กระทั่งวิดีโอเกม และการทำงานด้วย Digital Light Processing สุดยอดแห่งความทนทาน เทคโนโลยีนี้รับรางวัลชนะเลิศในงาน 2015 Academy Award of Merit Oscar® ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ระบบดิจิตอลราว 90% ทั่วโลก ให้คุณภาพของภาพทนทานพร้อมสีแม่นยำและภาพคมกริบโดยไม่เสื่อมสภาพหรือต้องบำรุงรักษาอีกด้วย” นายวัชรพงษ์ กล่าวปิดท้าย

สำหรับโปรเจคเตอร์ BenQ W1700 4K UHD Home Cinema วางขายแล้วในเดือนธันวาคม 2560 โดยราคาเปิดตัวในไทยเพียง 60,900 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BenQ (Thailand) Co., Ltd. เบอร์โทรศัพท์ 02-670-0310 ต่อ 116 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.30 น.