“นิสสัน ฟิวเจอร์ส” ขีดสุดแห่งยานยนต์อนาคต 0 7897

นิสสัน จัดงาน “นิสสัน ฟิวเจอร์ส” ระดมผู้บริหารระดับสูงร่วมหารืออนาคตของการขับเคลื่อนในเอเชียและโอเชียเนีย ผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์และเจ้าหน้าที่ภาครัฐบาลร่วมเสวนาหารือวิธีการรับมือกับความท้าทายด้วยโซลูชั่นส์การขับเคลื่อนและพลังงานไฟฟ้าในรถยนต์

ผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะรวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของการขับเคลื่อนในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วภายในงานนิสสัน ฟิวเจอร์ส (Nissan Futures) ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์

งานนิสสัน ฟิวเจอร์ส ครั้งที่ 4 จะให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียและโอเชียเนียที่กำลังขยายตัว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อนาคตของการขับเคลื่อน – พลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีในอนาคต” (The future of mobility – electrification and beyond) การเสวนาจะมุ่งเน้นที่การค้นหาโซลูชั่นส์การขับเคลื่อนใหม่ที่สามารถรับมือความท้าทายต่างๆ อาทิ มลพิษ การขยายตัวของเมือง และความแออัด

นิสสันมีความพร้อมเป็นอย่างดีที่จะช่วยยกระดับการขับเคลื่อนในภูมิภาคนี้ด้วยการแนะนำระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ระบบการเชื่อมต่อ และระบบขับขี่อัตโนมัติมาสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้นด้วยแนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) วิสัยทัศน์ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงพลังขับเคลื่อน การขับขี่ และการเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของรถยนต์

“นิสสันมีความมุ่งมั่นนำเสนอโซลูชั่นส์ของการขับเคลื่อนทีชาญฉลาดกว่า ปลอดภัยกว่า และยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับอนาคต” ยูตากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสระดับภูมิภาคของนิสสันกล่าว “แต่เราไม่สามารถก้าวสู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคตได้เพียงลำพัง การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างที่เกิดขึ้นในงานนิสสัน ฟิวเจอร์ส ช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันในการปูทางสู่อนาคตและกระชับความร่วมมือระหว่างกัน”

ภายในงานนิสสัน ฟิวเจอร์ส ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน จะเปิดเผยผลการสำรวจที่ได้รับการสนับสนุนจากนิสสันเกี่ยวกับอนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นการศึกษาความคิดเห็นของผู้บริโภคในประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ต่อความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และอุปสรรคต่างๆ

นิสสันเป็นผู้นำโลกในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยจัดจำหน่ายลีฟ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์มากกว่า 300,000 คันนับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2553 ลีฟ เจนเนอเรชั่นที่สองออกจำหน่ายในญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560

นิสสัน ลีฟ ใหม่ซึ่งมาพร้อมความก้าวล้ำหน้าตามแนวทางของนิสสันในการพัฒนาพลังงานขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) การขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) จะได้รับการจัดแสดงภายในงานนิสสัน ฟิวเจอร์ส พร้อมด้วยหุ่นยนต์อีโพโร (EPORO) และนิสสัน โน้ต อี-เพาเวอร์ ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าอี-เพาเวอร์ (e-POWER) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยี Vehicle-to-Home เพื่อนำเสนอวิธีการที่เจ้าของรถนิสสัน ลีฟสามารถป้อนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของตัวรถเข้าสู่บ้านเรือนได้

ผู้เข้าร่วมงานนิสสัน ฟิวเจอร์สยังมีโอกาสทดลองขับนิสสัน ลีฟ ใหม่ที่ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการทดสอบและวิจัยรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Centre of Excellence for Testing and Research of Autonomous Vehicles หรือ CETRAN) ซึ่งเพิ่งเปิดทำการเมื่อไม่นานนี้

งานนิสสัน ฟิวเจอร์สจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ศูนย์การประชุมมารินา เบย์ แซนด์ เอ็กซ์โป แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

“คัลลิแนน (Cullinan)” รุ่นใหม่ของ โรลส์-รอยซ์ 0 4062

เมื่อ 3 ปีก่อน หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ได้ลงข่าว โรลส์-รอยซ์ประกาศผลิตรถยนต์แบบยกพื้นสูงด้วยดีไซน์ใหม่ในทุกรายละเอียด เพื่อนำเสนอนิยามใหม่แห่งการเดินทางระดับหรูตามแนวคิด “ขับสบาย…ไปทุกที่ (Effortless, Everywhere)” และนับจากนั้นเป็นต้นมา โลกก็รอคอยและได้แต่คาดเดาถึงการมาเยือนของรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีการออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียดของโรลส์-รอยซ์
วันนี้ การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อโรลส์-รอยซ์ ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารถยนต์รุ่นใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า คัลลิแนน (Cullinan)

“ชื่อคัลลิแนนถูกเก็บไว้อย่างแนบเนียนมาโดยตลอด นับตั้งแต่เราเปิดเผยเกี่ยวกับโครงการเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรลส์-รอยซ์ กล่าว “นับเป็นชื่อที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถยนต์รุ่นพิเศษรุ่นใหม่ของเรา เนื่องจากนี่คือรถยนต์ที่นำเสนอนิยามอันโดดเด่นและชัดเจน เปี่ยมด้วยคุณภาพและความล้ำค่าอันไร้ที่ติ ด้วยภาพลักษณ์ที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ในจุดประสงค์การใช้งาน นับเป็นความโดดเด่นอันนำไปสู่การขยายขอบเขตและศักยภาพแห่งความหรูหราที่แท้จริง เฉกเช่นเพชรคัลลิแนน เพชรน้ำงามบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดที่โลกเคยค้นพบ ซึ่งปรากฏโฉมเมื่อสมบูรณ์แบบและคงอยู่อย่างโดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด”

การตั้งชื่อรถยนต์รุ่นใหม่ของโรลส์-รอยซ์ว่า คัลลิแนน ยังถือเป็นเรื่องราวแห่งภารกิจการแสวงหาความสมบูรณ์แบบด้วยเช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับชื่อของเพชรที่นำมาตั้งเป็นชื่อรุ่น โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ได้ผ่านการเดินทางอันน่าหลงใหลจากทะเลทรายอันแสนทรหดในแอฟริกา ผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางไปยังเขตอาร์กติกที่ปกคลุมด้วยหิมะอันหนาวเหน็บ จากหุบเขาที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเชียวขจีบนที่ราบสูงในสกอตแลนด์ ไปสู่ผาหินอันสูงชันในอเมริกาเหนือ โดยทีมนักออกแบบ วิศวกร ช่างผู้ชำนาญการและช่างศิลป์ใน House of Rolls-Royce ได้ร่วมมือกันรังสรรค์ ทดสอบ และขัดเกลาสุดยอดยานยนต์รุ่นนี้ เพื่อให้ปราศจากจุดบกพร่องและทำให้รถยนต์รุ่นนี้ “ขับสบาย…ไปทุกที่”

“เราได้รับแรงบันดาลใจจากกระบวนการอันยิ่งใหญ่ยาวนานนับพันปีในการสร้างสรรค์เพชรคัลลิแนน ซึ่งชื่อนี้สามารถบ่งบอกถึงลักษณะพิเศษของรถยนต์รุ่นนี้ได้ในหลายแง่มุม ทั้งในด้านความคงทนและความแข็งแกร่งที่สมบูรณ์แบบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงดันอันมหาศาล บ่งบอกถึงการเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งและความล้ำค่า และยังเกี่ยวโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้บุกเบิกและการผจญภัยของ ชาร์ลส โรลส์ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ของเซอร์เฮนรี่ รอยซ์ และแน่นอน ชื่อนี้ยังสื่อถึงความหรูหราที่สมบูรณ์แบบซึ่งจะติดตามคุณไปในทุก ๆ แห่งบนโลกใบนี้” มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส กล่าวเสริม

“คัลลิแนน คือรถยนต์รุ่นที่ 2 ของเราที่ใช้โครงสร้างอลูมิเนียมแบบ Spaceframe รุ่นใหม่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) ที่บริษัทประกาศเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน มอบประกายแห่งความแตกต่างและความโดดเด่นหาใดเทียบเท่าในทุกมุมมอง”

มร. ทอร์สตัน มูเลอร์-ออทเวิส กล่าวสรุปว่า “กล่าวอย่างง่าย ๆ ว่า คัลลิแนน เป็นชื่อที่สมบูรณ์แบบและเจิดจรัสที่สุด”

ติ๊ก ต็อก โกลบอล วิดีโอ คอมมูนิตี้ แอปพลิเคชันถ่ายวิดีโอแบบสั้น ใหม่ล่าสุดในไทย 0 8027

เปิดตัว ติ๊ก ต็อก โกลบอล วิดีโอ คอมมูนิตี้ แอปพลิเคชันถ่ายวิดีโอแบบสั้น ใหม่ล่าสุดในไทย พร้อม กาก้า แดนซ์ แมทชีน เอไอเต้นอัจฉริยะ แอปพลิเคชัน สำหรับถ่ายวิดีโอแบบสั้น รายแรกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี เอไอ

ติ๊ก ต็อก โกลบอล วิดีโอ คอมมูนิตี้ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของไบท์แดนซ์ บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก แอปพลิเคชันสำหรับถ่ายวิดีโอแบบสั้นใหม่ล่าสุดในไทย ที่มาพร้อมกับโปรแกรมกาก้า แดนซ์ แมทชีน รุ่นล่าสุดที่จะปลุกความเป็นนักเต้นในตัวทุกคน

จากการได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนกลายเป็นแอปพลิเคชัน คอมมูนิตี้ วิดีโอ แบบสั้น ที่เติบโตเร็วสูงสุดในประเทศจีน วันนี้ ติ๊ก ต็อก พร้อมก้าวสู่ประเทศไทย พร้อมนำเทคโนโลยี กาก้า แดนซ์ แมทชีน โปรแกรมเอไอ อัจฉริยะล่าสุดมาเปิดประสบการณ์เอาใจชาวไทยขาแดนซ์กันอย่างเต็มที่ ซึ่ง กาก้า แดนซ์ แมทชีน คือวิดีโอเกม ที่ใช้ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้เล่น โดยผู้เล่นต้องเคลื่อนไหวให้ตรงตามท่าทางและเข้ากับจังหวะของเพลงที่เลือกภายในเวลาที่กำหนดไว้ ดูตัวอย่างวิดีโอเสต็ปแด๊นซ์กระจายเพิ่มเติมได้ที่ เก้า จิรายุ ละอองมณี , พลอยชมพู ญานนีน ไวเกล, เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์, ถังเบียร์ ภูริวัชร์ ธีระชาติ

“กาก้า แดนซ์ แมทชีน คือความบันเทิงรูปแบบใหม่ ด้วยโปรแกรมเอไออัจฉริยะของเรา ผู้เล่นจะได้รับการแนะนำในการเต้นและขยับ ทำให้คุณสามารถเต้นเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อคุณอยากเต้น เพียงแค่สัมผัส และกดปุ่ม กาก้า แดนซ์ แมทชีน จะช่วยปลดปล่อยความเป็นตัวเองของผู้เล่น” โดยมร. เอริค จั่ว หัวหน้าทีมปฏิบัติการโกลบอล ของติ๊ก ต็อก & มิวสิคคัล.ลี่ กล่าว “เรามั่นใจว่าจะมีผู้เล่นที่สามารถสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจในประเทศไทยได้ โดยใช้ฟีเจอร์ที่เรามีมาให้เพื่อสร้างวิดีโอที่มีเนื้อหาน่าประทับใจจนรู้สึกภูมิใจในการแชร์ต่อๆไป ซึ่ง กาก้า แดนซ์ แมทชีน ถือเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปจะมีฟังก์ชั่นที่ทันสมัยใหม่ๆ ออกมาอีกมากมาย” มร. เอริค กล่าวเสริม

ติ๊ก ต็อก ได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานยุคใหม่ในโลกดิจิทัลและเป็นนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ในโลกโซเชียลมีเดีย จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างวิดีโอแบบสั้นๆ ของตัวเองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย สามารถแชร์กับกลุ่มเพื่อนหรือแชร์ไปทั่วโลกได้อย่างสะดวก แอปพลิเคชัน ติ๊ก ต็อก จึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการสร้างวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะปฏิวัติการสร้างคอนเทนต์ด้วยเทคโนโลยี เอไอ อัจฉริยะ ติ๊ก ต็อก สามารถทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณกลายเป็นสตูดิโอเคลื่อนที่ โดยแอปพลิเคชัน ติ๊ก ต็อก มีการออกแบบที่สวยงาม สะดุดตา และเอฟเฟคต่างๆ ที่ง่ายต่อการใช้งานมาให้ จึงทำให้ใครๆ ก็สามารถสร้างสรรค์งานวิดีโอที่สนุกและบันเทิงได้ นอกจากนี้ ติ๊ก ต็อก ยังได้ผสมผสานเทคโนโลยี เอไอ อัจฉริยะ กับเทคโนโลยีการจับภาพ (image capturing) ไว้อย่างลงตัว ทำให้การสร้างสรรค์วิดีโอแต่ละครั้งเกิดความง่ายดายและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ติ๊ก ต็อก ยังมีเอฟเฟคเขย่าและการสั่นตามจังหวะดนตรีฮิพฮอพและ ดนตรีอิเล็คทรอนิค เอฟเฟคเปลี่ยนสีผม สติ๊กเกอร์แบบ 3 มิติ และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้งานยังสามารถอวดความสามารถของตัวเองไปอีกขั้น เพียงเข้าไปที่คลังดนตรี หรือ มิวสิค ไลฟ์บารี่ ที่มีเพลงให้เลือกใช้อีกมากมาย

สังคมผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน ติ๊ก ต็อก เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานชาวไทย ซึ่งในปัจจุบัน ติ๊ก ต็อก ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแอปพลิเคชันประเภทรูปภาพ และวิดีโอ ที่ได้รับความนิยมสูง ในประเทศไทย ติ๊ก ต็อก ได้รับความสนใจจากผู้มีอิทธิพลทางความคิดชื่อดังจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ญานนีน ไวเกล , บลู พงศ์ทิวัตถ์, เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์, อาเมน โสตถิพันธุ์ คำลือชา , คุณาธิป ปิ่นประดับ, ตูน พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์, พิกเล็ท ชาราฎา, แชป วรากร ในการเป็นผู้นำเทรนด์ด้านการถ่ายวิดีโอ

มร. เอริค กล่าวเพิ่มว่า “เราเห็นศักยภาพการเติบโตสูงมากในประเทศไทย และเราก็กำลังมองหาความร่วมมือในการพัฒนาโอกาสนี้ที่ประเทศไทย โดยติ๊ก ต็อก เป็นหุ้นส่วนอย่างเป็นทางการกับ Djakarta Warehouse Project (DWP) ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดงานเทศกาลดนตรี อิเลคทรอนิค แดนซ์ มิวสิค ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทำให้ผู้ใช้งานเกิดแรงบันดาลใจในการแสดงพรสวรรค์ของตนเอง และในขณะเดียวกันก็ได้เปิดโลกทัศน์ด้วยการรับชมความคิดสร้างสรรค์จากทั่วโลกอีกด้วย เราตั้งใจที่จะสร้างโอกาสแบบนั้นในประเทศไทย และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงาน ร่วมพัฒนาโอกาสนี้ไปกับหุ้นส่วนชาวไทย”

ติ๊ก ต็อก โมบาย แอปพลิเคชัน (เวอร์ชั่นภาษาไทย) สามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ กูเกิ้ลเพลย์ (สำหรับแอนดรอย) และแอพสโตร์ (สำหรับ ไอโอเอส)

เกี่ยวกับ ติ๊ก ต็อก

ติ๊ก ต็อก โกลบอล วิดีโอ คอมมูนิตี้ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่หนึ่งในแอปพลิเคชันซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีในแอพสโตร์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีการออกแบบสำหรับผู้สร้างไอเดียรุ่นใหม่ โดยติ๊ก ต็อก จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอสั้นๆ ที่ไม่ซ้ำกันได้อย่างรวดเร็วภายใน 15 วินาทีด้วยเพลงจากต้นฉบับ และเอฟเฟคภาพเคลื่อนไหว โดยสามารถแชร์ผลงานให้แก่เพื่อนๆได้อีกด้วย