“Divana Signature Café” คาเฟ่รูปแบบใหม่ในบรรยากาศสวนดอกไม้วินเทจและที่สุดของความผ่อนคลาย 0 16986

‘Divana’ แบรนด์สปาไทย เปิดตัว “Divana Signature Café” ที่แรกและที่เดียว @CentralWorld คาเฟ่รูปแบบใหม่ที่ปรนนิบัติคนเมืองด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของบรรยากาศสวนดอกไม้วินเทจและที่สุดของความผ่อนคลาย

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์รูป รส กลิ่น เสียง ภายใต้บรรยากาศผ่อนคลายที่รายล้อมไปด้วยการตกแต่งอันสวยงามของดอกไม้นานาชนิดและกลิ่นหอมละมุนของชาจาก Afternoon Tea Set หนึ่งในSignature ของ Divana Signature Café คาเฟ่แสนสวยรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่แรกและที่เดียว ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2 โซน เอเทรี่ยม

 

หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ Divana กันเป็นอย่างดีกับผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องหอม และสปาหรูสปาสุดหรูชั้นนำของเมืองไทย และครั้งนี้ Divana ได้นำเอาจุดเด่นในเรื่องศาสตร์แห่งความผ่อนคลายและการบำบัดที่ลึกลงไปภายใน ผ่านผัสสะทั้ง 6 คือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และจิตวิญญาณ มาประยุกต์ใช้ ทำให้ Divana Signature Café แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่หรือร้านกาแฟแบบทั่วไป แต่เป็นครั้งแรกของการผสมผสานระหว่าง คาเฟ่ สปาช้อป และร้านดอกไม้ จนกลายเป็น Divana Signature หนึ่งเดียวอันอ่อนโยน ละมุนละไม และมีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร เพื่อน้อมนำผู้มาเยือนสู่การผ่อนคลายในระดับจิตวิญญาณ

ภายในร้าน ตกแต่งในรูปแบบสวนดอกไม้สไตล์วินเทจ กลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งแบบสมัยใหม่และย้อนยุค พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพและแหล่งที่มาเป็นอย่างดีจากความหลงใหลและการเอาใจใส่ของคุณกานต์พิชชา เกียรติขจรฤทธิ์เจ้าของร้านที่ตั้งใจมอบสิ่งที่ดีที่สุดและดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบอาหาร ภาชนะที่ใช้เสิร์ฟ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงรสชาติและทุกขั้นตอนในการทำอาหาร สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่แนะนำ อาทิ Afternoon Tea Set ที่จัดแต่งอย่างสวยงามในภาชนะสีทองหรูหรา มาพร้อมวุ้นดอกไม้ 3 มิติด้านบน Hand made ฝีมือเจ้าของร้านที่ทำออกมาเพียงไม่กี่ชิ้นต่อวันเท่านั้น Divana Scone สโคนเนื้อนุ่มชุ่มเนย หอมหวานกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมกับครีมสูตรพิเศษหอมนมและแยมราสเบอรี่เปรี้ยวอมหวาน และ Signature French Toast สไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มฉ่ำลิ้น ที่ต้องใช้เวลาแช่ขนมปังในส่วนผสมพิเศษกว่า 20 นาที จนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ แล้วจึงนำไปย่างในกระทะจนสุกหอม โรยหน้าด้วยน้ำตาลซินนามอน เสิร์ฟคู่เมเปิ้ลไซรัปและไอศครีม กัดคำแรกจะได้ความกรอบของผิวขนมปังด้านหน้า ส่วนเนื้อด้านในฉ่ำเกือบจะเป็นคัสตาร์ดแต่ยังได้ความหนึบของเนื้อขนมปัง รสชาตหวานกำลังดี ทานคู่กับชาร้อนๆตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

 

Divana Signature Café มีให้เลือกดื่มด่ำทั้งในมุมเคาน์เตอร์บาร์ และมุมของสวนดอกไม้อันรื่นรมย์ โดยรับรองแขกได้ถึง 40 ที่นั่ ง พร้อมผลิตภัณฑ์สปาชื่อดังให้เลือกมากมาย อาทิ น้ำมันหอมระเหย เจล แชมพู ครีมบำรุงผิว และอื่นๆ ที่มีกลิ่นหอมจรุง สร้างความสุขสงบ ผ่อนคลาย พบกับ Divana Signature Café ได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น 2 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

หยุดนี้ที่ อิโปห์ (IPOH) 0 7098

“อิโปห์” เมืองรองหลากเสน่ห์ ที่เที่ยวเมืองรองของมาเลเซียที่นักท่องเที่ยวคงคุ้นหูกันมาบ้าง แต่เรามั่นใจว่าเมืองนี้ยังมีอีกหลายมุมให้นักท่องเที่ยวได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นแน่นอน อิโปห์ … วิถีสโลว์แต่คลาสสิค

จากปีนัง เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง “อิโปห์” เป็นเมืองเล็กๆ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเปรัค (Perak) ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และปีนัง ในอดีตอิโปห์ได้รับการพัฒนาในการทำเหมืองแร่ดีบุกและมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตก จึงทำให้เราได้เห็นสถาปัตยกรรมบ้านเมืองสไตล์โคโลเนียลผสมผสานกับสไตล์จีนดั้งเดิม … พร้อมแล้วก็ไปสำรวจเมืองกัน

1. Ipoh city tour

ถึงอิโปห์จะเป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางภูเขา แต่ที่นี่มีสถาปัตยกรรม ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามมาก ในสมัยที่มาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษได้วางระบบรถไฟ ระบบสาธารณูปโภคและวางผังเมืองต่างๆ ให้กับเมืองนี้ การเที่ยวในเมืองอิโปห์ เราจะได้เห็นทั้งร้านค้าแบบเก่าและคาเฟ่แบบใหม่มากมาย เหล่านี้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนหลากรุ่นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เราเริ่มด้วยสถานีรถไฟ Ipoh Rail Station จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปหลักของเมืองนี้ ต่อมาคือ Ipoh Town Hall ศาลหลักเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ เป็นสถานที่ราชการที่ไม่ได้ใช้แล้ว แต่ก็ถือเป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายเก็บเป็นที่ระลึก ห่างออกมาหน่อย คือ Birch Memorial Clock Tower หอนาฬิกาประจำเมืองอิโปห์ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดประจำเมือง Ipoh State Mosque สร้างขึ้นในปี 1909 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ J.W.W Birch ประชากรชาวอังกฤษคนแรกของรัฐเปรัค จุดนี้เหล่าฮิปสเตอร์นิยมมาถ่ายรูปและใช้เป็นจุดนัดพบกลางเมืองได้ด้วยเหมือนกัน

2. Ipoh Old Town and Street Art

ไฮไลต์ในตัวเมืองอีกส่วนคือ Ipoh Old Town and Street Art ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าแก่ มีร้านอาหารอร่อยๆ และสิ่งที่เจ๋งที่สุดเกี่ยวกับ Old Town ก็คือสตรีทอาร์ตที่แนวมากๆ ไม่แพ้ในปีนังเพราะเป็นผลงานของ Ernest Zacharevic ศิลปินคนเดียวกันกับที่สร้างงานไว้ที่ปีนังจนโด่งดังไปทั่วโลก หากใครเดินสำรวจไปมาแล้วเกิดอาการล้ากันบ้าง เราแนะนำให้พักขาและหลบร้อนตามคาเฟ่ที่อยู่รอบๆ ย่านนี้ โดยเฉพาะ Old Town White Coffee ร้านกาแฟชื่อดังของมาเลเซียที่สาขาต้นตำรับอยู่ที่อิโปห์นี่เอง แต่ถ้าใครยังไหวและนิยมเดินเล่นตามซอกซอย เราแนะนำ Concubine Lane ถนนที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 120 ปี ย่านนี้มีอาหาร ของฝาก กิ๊ฟช็อป และอีกหลายคาเฟ่ให้แวะชม-ชิม-แชะ เก็บภาพกันสนุก ซอยเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์อย่าง Concubine Lane ก็เป็นย่านที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายตะลอนทัวร์ได้ไม่ยาก

3. Kellie’s Castle

ส่วนที่เที่ยวนอกเมือง Kellie’s Castle ถือเป็นจุดที่ห้ามพลาด ปราสาทที่ดูใหญ่โตนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นที่พักของนายวิลเลียม เคลลี สมิธ เจ้าของไร่ชาวสก็อตแลนด์ผู้เข้ามาจับธุรกิจเหมืองแร่จนร่ำรวย ตัวปราสาทได้มีการสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ในระหว่างที่สร้าง น่าเสียดายที่นายเคลลี่เสียชีวิตลงกระทันหันด้วยโรคปอดบวม ภรรยาและลูกๆ จึงเดินทางกลับประเทศและต้องระงับการสร้าง โดยรวมของปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมแบบสก็อตติช มัวร์ริช และอินเดีย ดาดฟ้ามีสนามเทนนิส ชั้นล่างเป็นห้องรับแขกมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ชมเป็นตัวอย่าง มีห้องทานอาหาร รวมถึงมีทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ชั้นใต้ดิน ชั้น 2 เป็นห้องนอนของสมาชิกในบ้านทั้งหมด 4 ห้อง ความเจ๋งอยู่ที่ห้องน้ำ ซึ่งทุกห้องจะมีทางลับลงไปที่ชั้น 1 เพื่อหนีออกไปนอกปราสาทได้ เสมือนเป็นทางออกฉุกเฉินเมื่อมีภัยมา ส่วนตึกที่เป็นหอคอยจะมีปล่องลิฟต์สามารถเดินวนขึ้นไปได้จนถึงดาดฟ้า ระหว่างทางจะเห็นป้ายเตือนให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายเอาเอง เพราะไม่มีราวกันตก แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี ก็ยังมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงสิ่งลึกลับ จนบางคนเรียกกันว่าปราสาทผีสิง เชื่อกันว่าดวงวิญญาณของท่านมักจะคอยออกมาเดินตรวจตราภายในปราสาท โดยเฉพาะบริเวณทางเดินชั้น 2 เป็นจุดที่ผู้คนพบเห็นบ่อยที่สุด

4. Perak Cave Temple

เป็นวัดถ้ำที่สำคัญวัดหนึ่งของมาเลเซีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักเดินทางมักแวะเข้าชม ภาพแรกที่เตะตาเมื่อมาถึงคือภูเขาหินลูกเล็กๆ ที่อยู่ริมทาง แต่ก็มีถ้ำและศาสนสถานที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนอยู่ด้านหน้า ภายในถ้ำมีภาพจิตรกรรมผนังที่วาดโดยจิตรกรชาวจีนฮ่องกง เป็นภาพขนาดใหญ่มาก วัดถ้ำแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีรูปปั้นพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ และสำหรับใครที่ยังพอมีแรง ด้านหลังของถ้ำเป็นบันไดทางขึ้นให้ไปสำรวจยอดเขาหิน เมื่อขึ้นไปถึงจะมองเห็นวิวเมืองได้ในระยะไกล ที่นี่ถือเป็นที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดกันเลย

5. Lost World of Tamboon

สวนสนุก “Lost World of Tambun” สวนสนุกที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกตั้งอยู่ที่เมืองอิโปห์ ประเทศมาเลเซียนี่เอง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรต้องมาถ้าได้มีโอกาสมาเที่ยวอิโปห์ ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ด้านหน้าสวนสนุกมองเข้าไปจะเห็นภูเขาเป็นแบคกราวด์ มีหมอกควันดูลึกลับดี ขอบอกว่ามาที่นี่ถ่ายรูปเพลินมาก Lost World of Tambun มีสวนน้ำในบรรยากาศป่าเขตร้อนเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถแช่ตัวในน้ำแร่ Hot Spring and Spa ได้ตามสบาย จุดเด่นของ Lost World of Tambun คือให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสทั้งบรรยากาศการพักผ่อนที่ Lost World Hot Springs & Spa และตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ป่ากลางคืนที่ Night Park พร้อมทั้งมี Luminous Forest แสดงแสงสีในป่าแห่งตำนานเผ่ามลายู ถ้าใครจะไปเที่ยวทั้งทีเราแนะนำให้พักค้างที่โรงแรมของสวนสนุกเลยนะ เพราะที่นี่เปิดให้บริการพร้อมกิจกรรมจัดเต็มเช้าจรดค่ำตั้งแต่ 9.00-23.00 น.

เอาล่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือสิ่งดีๆ ที่เราอยากแบ่งปันสำหรับทริปอิโปห์-ปีนังที่บอกแล้วว่า…ยังไงก็เที่ยวให้ปังได้อีกเยอะ ไว้มีของเด็ด ของดีใหม่ๆ มาเมื่อไหร่ จะแวะมาเล่าให้ฟังอีกนะ

Review : พลิกโฉม Power Buy EXPO 2018 0 7372

ความหลากหลายสินค้า9
ส่วนลดสินค้า8
ของแจก ของแถม8
การบริการ9
8.5 out of 10

พลิกโฉมงาน Power Buy EXPO 2018 ตอกย้ำกระแสดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ พร้อมจับมือ พาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ระดมนวัตกรรมเทคโนโลยีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ อัดโปรโมชั่น พ่วงแพ็กเกจพิเศษให้เลือกเพียบ พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์

งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ จัดระหว่างวันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ที่ไบเทค บางนา ฮอลล์ 101-102 ไฮไลท์ของงาน อีเว้นท์ครั้งนี้คือการนำเสนอนวัตกรรม เทรนด์ และเทคโนโลยีดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเพาเวอร์บายได้ จับมือกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแบรนด์ระดับโลก อัพเดท เทรนด์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตโดยรวบรวมสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีกว่า 20,000 รายการ มาไว้ในงานนี้ ได้แก่

 

Innovation เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้

  • Power Buy Smart Robot หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่พร้อมต้อนรับและให้ข้อมูลกับลูกค้า
  • LG เปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเปิดตัวครั้งแรกที่งานนี้กับสุดยอด LG OLED TV รุ่น OLEDB8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัย
  • เปิดตัวที่งานนี้แห่งแรกกับสุดยอดสมาร์ททีวี Hisense Laser TV ขนาด 100 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ เทคโนโลยี่เลเซอร์ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งดูในโรงภาพยนตร์ และยังทำให้ทีวีของคุณกลายเป็นสุดยอดโฮมเธียเตอร์ พร้อมฟีเจอร์การควบคุมผ่านรีโมทสั่งงานเพียงครั้งเดียว

Excitement กิจกรรมสนุกๆ ตื่นตาตื่นใจ

  • สัมผัสประสบการณ์ AI Home Entertainment ใน Smart Space Zone เปลี่ยนห้องนั่งเล่นในบ้านให้สนุกด้วย Samsung QLED TV และชุดโฮมเธียเตอร์ จาก ONKYO และ POLK รองรับการสั่งงานด้วย Home Pod และเย็นสบายกับเครื่องปรับอากาศ ทำความสะอาดตัวเครื่องอัตโนมัติจากแบรนด์ Haier
  • เอาใจสายนักชิมและดูแลสุขภาพด้วย Easy Food Easy Life Zone ห้องครัวอัจฉิรยะ ด้วย Interactive LED Screen ที่จะนำเสนอเมนูอาหาร รวมถึงบอกคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ ตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ พร้อมให้ไอเดียการตกแต่งห้องครัวด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าฟังก์ชันครบอย่าง ตู้เย็น Multidoor จากแบรนด์ Samsung, เครื่องอบผ้าและเครื่องล้างจานจาก ELECTROLUX และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจาก BOSCH, Phillips, SHARP, Samsung และ Electrolux
  • สายเกม พลาดไม่ได้ที่ Game Zone กับการแข่งขันเกม Power Buy eSports ด้วย Sony PlayStation®4 ผ่านเกม FIFA 2018 ค้นหาผู้ชนะและรับของรางวัลมากมาย มูลค่ากว่า 70,000 บาท
  • ร่วมสนุกกับ Power Buy Snap ถ่ายภาพเก๋ๆ ในสไตล์ของคุณลงแล้วแชร์บนโซเชียลมีเดีย ลุ้นรับรางวัล iPad จากเพาเวอร์บาย

“นอกจากนวัตกรรมล้ำๆ ตอบโจทย์ชีวิตในยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว เพาเวอร์บายยังให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าในราคาสุดคุ้มด้วย โปรโมชั่นลดรวมสูงสุด 46 % กับส่วนลดสุดคุ้มคุ้ม 8 ต่อ อาทิ ช้อป 10,000 รับคูปองช้อปต่ออีก 10,000, สมาชิกบัตร The1Card ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 15%, บัตรเครดิต Central The1 ใช้คะแนนแลกรับส่วนลดเพิ่ม 2 เท่า และเลือกผ่อนชำระ 0% กับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการมากมาย รวมทั้งพบกับสินค้านาทีทองทุบราคาลดพิเศษ วันละ 2-3 รายการ ทุกวัน วันละ 3 เวลาที่จะนำมาให้ลูกค้าได้จองรับสิทธิ์ซื้อภายในงานนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://bit.ly/2Hq7mrd

ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่เพาเวอร์บายได้นำเทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้มาไว้ที่งาน Power Buy EXPO 2018 เพื่อเป็นไอเดีย ทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล โดยในปีนี้เราได้วางเป้าหมายให้งาน Power Buy EXPO 2018 เป็นงาน Event ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที เทคโนโลยี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตอบรับกระแสที่ลูกค้าตั้งตารอคอย พร้อมคาดการณ์ว่าจะมียอดขายในงานสูงถึง 320 ล้านบาทหรือเติบโตเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”นายธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด กล่าว

“ปัจจุบันและอนาคตทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวข้องกับ AI (Artificial intelligence: AI) โดยมีสมาร์ทโฟน แท็ปแล็ต หรือ แก็ดเจ็ต สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ ที่เป็นสื่อกลางในการควบคุม สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตัวคุณมากมาย ขณะเดียวกันเครื่องใช้ไฟฟ้าก็พัฒนา AI ให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นสามารถติดต่อสื่อสารกับคนได้ด้วย เช่น เทคโนโลยีนวัตกรรมตู้เย็นที่สามารถตรวจสอบการกรองอากาศและแบคทีเรียได้ หรือแอพพลิเคชั่นสั่งการเปิด-ปิดแอร์ก่อนเข้าบ้านได้ หรือ สมาร์ททีวีที่เลือกรายการโปรดหรือคลิปเด็ดๆที่คุณอยากจะรับชมเอาไว้ให้ทันทีที่เปิดเครื่อง

ด้วยเหตุนี้ เพาเวอร์บาย จึงได้นำเสนอโฉมใหม่งานมหกรรม Power Buy EXPO 2018 ภายใต้คอนเซปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ เพราะเราเข้าใจสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ความต้องการที่ลูกค้าอยากได้รับความสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัด ได้เล่น ได้พักผ่อนในมุมโปรดของตัวเอง โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวช่วยทำให้ชีวิตสบาย มีเวลามากขึ้น”

นายธีรินทร์ กล่าวด้วยว่า “ความแตกต่างของเพาเวอร์บายที่เป็นจุดแข็งของเรานั้นอยู่ที่กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ Omni Channel ผ่านทั้งช่องทางการช้อปออนไลน์, ช่องทางออฟไลน์ผ่านการซื้อสินค้าที่สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ และการจัดงาน Event ต่างๆ ของ Power Buy เราสร้าง Omni Channel ให้เกิดขึ้นเชื่อมการช้อปทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกันสะดวกสบายไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง เช่น คนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาเดินช้อปภายในงาน Power Buy EXPO 2018 ได้ เรามีแคมเปญ Power Buy EXPO online ให้ลูกค้ารับดีลดีๆ สินค้าราคาพิเศษไม่น้อยหน้างาน Event โดยเข้าไปช้อปทาง www.powerbuy.co.th ในช่วงเวลาที่งาน event ปิดทำการตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 9 โมงเช้าของทุกวัน พร้อมทั้งยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้จัดส่งที่สาขาผ่าน Power Buy Click & Collect หรือ ชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย ขณะที่ Power Buy Services มีบริการที่หลากหลายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตอบรับทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งมาตรฐานที่ลูกค้าไว้วางใจได้ อาทิ เพาเวอร์บาย การันตีรับประกันการติดตั้งยาวนานถึง 180 วัน หรือ ลูกค้าที่เลือกช้อปภายในงาน Event อย่าง Power Buy EXPO 2018 สามารถเลือกให้จัดส่งและติดตั้งสินค้าได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีสาขาของเราตั้งอยู่อีกด้วย

ด้านคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอบรับกับคอนเซ็ปต์ The Next Big Things เทคโนโลยีที่คุณสัมผัสได้ ของ Power Buy EXPO 2018 ในครั้งนี้ แอลจี จึงได้เตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมระดับโลก ด้วยแอพพลิเคชั่น Smart ThinQ™ ที่สามารถควบคุมการทำงานได้เพียงปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟน ได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชั่น Smart Diagnosis ที่ช่วยให้วิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดของแอลจี ทั้งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย

ที่สำคัญในกลุ่มโฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์นั้น แอลจีได้นำเสนอ LG OLED TV รุ่น OLEDW8PTA ใหม่ล่าสุด ที่ชูจุดเด่นผ่านนวัตกรรม LG ThinQ®AI ระบบปฏิบัติการสมาร์ททีวีผ่านการสั่งงานด้วยเสียงอันล้ำสมัยที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค โดยผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Intelligent Voice Recognition เพื่อรองรับการค้นหาและสั่งงานด้วยเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพและเสียงอันสมบูรณ์แบบตามคอนเซ็ปต์ Perfect Black, Perfect Color และ Perfect Viewing Angle นอกจากนี้ ยังมีลำโพงรุ่น SK10Y ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ MERIDIAN แบรนด์เครื่องเสียงสุดหรูจากประเทศอังกฤษ ที่ให้พลังเสียง 550 วัตต์ผ่านลำโพงแบบ 5.1.2 ช่องทาง มอบสุนทรียภาพในการฟังเพลงและดูหนังเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น แอลจียังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคสะดวกสบายขึ้นอีกระดับ ผ่านความสามารถในการรองรับการใช้งานร่วมกับ Google Assistant ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านผ่านลำโพงรุ่นดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย

สำหรับลูกค้าที่มาเดินช้อปในงาน Power Buy Expo 2018 ก็สามารถพักผ่อนไปกับโซนภายในงาน The1 Lounge เอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต Central The1 นั่งพักผ่อนสบายๆ หรือลูกค้าทุกคนสามารถแวะชิมอาหารอร่อยๆ กับ Food Truck อาทิ Mother Trucker, KAMU, Family Mart, Mister Donut และ Auntie Anne’s ที่นำเมนูอาหารหลากหลายมาให้ชิมกันเต็มอิ่ม ใครที่ชอบการชมภาพยนตร์ที่บ้านสมัครสมาชิก HOOQ แอพพลิเคชั่นที่งาน รับสิทธิ์ดูหนัง Stemming ฟรีนาน 1 เดือน และใครที่ไม่อยากขับรถมาก็เดินทางสะดวกสบายมาที่ไบเทค บางนาด้วย Grab รับโค้ดส่วนลด 50-100 บาท ทันที

มาร่วมเปิดประสบการณ์พร้อมสัมผัสนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ในงาน Power Buy EXPO 2018 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. – 6 พ.ค. 2561 ณ ฮอลล์ 101-102 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 02-904-2000 หรือติดตามรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/Powerbuythailand/