“ทุ่งคา” คิดนอกกรอบ ปั้นธุรกิจ ปันสุขสู่สังคม 0 9852

“ทุ่งคาฮาเบอร์” ครบรอบ 111 ปี เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เติบโต และก้าวย่างอย่างมั่นคง สร้างผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้กับนักลงทุน และผู้ถือหุ้น พร้อมแบ่งปันความสำเร็จ ร่วมพัฒนาสังคม ชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อม

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ THL เปิดเผยว่า ในปี 2560 นี้ เป็นปีที่บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่มาครบ 111 ปี จากจุดเริ่มต้นการทำเหมืองแร่ดีบุกในอ่าวภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2448 โดยกัปตัน เอ็ดเวิร์ด ที ไมล์ส ชาวออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ หลายปีที่ผ่านมา THL ประสบปัญหามากมายทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ จนกระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ THL ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารชุดใหม่ มุ่งมั่นดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อที่จะผลักดันบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ที่ผ่านมา THL มีการเพิ่มทุนจำนวน 2 ครั้ง เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และขยายการลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ พลังงานทางเลือก และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น

“THL ขยายการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ผลประกอบของบริษัทฯ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2560 พลิกจากการขาดทุนสุทธิในช่วงเดียวกันปี 2559 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 211.62 ล้านบาท กลับมามีกำไรสุทธิ 42.49 ล้านบาท และเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการทั้งปีนี้ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายวิจิตร กล่าว

ผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก เกิดจากการเพิ่มกำลังการผลิตและยอดขายในธุรกิจเหมืองแร่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหมืองแร่ดีบุกที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เหมืองหินแอนดิไซด์ในประเทศไทยที่มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดโอนเพิ่มขึ้น โดยในอนาคตธุรกิจพลังงานทดแทนที่บริษัทฯ ได้เริ่มลงทุนในปีนี้ จะเริ่มสร้างรายได้ให้บริษัทฯ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

นายวิจิตร ย้ำอย่างหนักแน่นว่า “เมื่อองค์กรมีกำไร ไม่เคยลืมนึกถึง สังคมและชุมชน เป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างจริงจัง THL จะนำผลกำไรตอบแทนกลับสู่สังคม แต่ในกรอบความคิดที่แตกต่าง นั่นคือ เน้นหนักการสร้างความผูกผันระหว่างองค์กรกับชุมชน เป็นมากกว่าการมีส่วนร่วม แต่เข้าถึงชีวิต ความรู้สึก และจิตใจของชุมชน นั่นเอง”

จุดเริ่มต้นของแนวคิด ปันกำไรสู่สังคม เริ่มจากการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานภายในองค์กรให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานสากลทั้งในด้านกระบวนการผลิต และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่ามาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอากาศ น้ำ การจัดการกากอุตสาหกรรม และเสียง รวมไปถึงการดูแลและปลูกฝังความคิดแห่งคุณภาพสู่บุคลากรภายในองค์กรอย่างเข้มงวด

เมื่อองค์กรภายในดีแล้ว ก็จะสามารถนำสิ่งที่ดีไปมอบให้แก่สังคมในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักสร้างความผูกผันระหว่างองค์กรกับชุมชน เพื่อสร้างคุณภาพและปันความสุข ใน 3 องค์ประกอบหลักสำคัญของชีวิตแต่ละชุมชน ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ และด้านสวัสดิภาพของชุมชน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการทางกายภาพและจิตใจอย่างแท้จริง

การสร้างคุณภาพและปันความสุขด้านสุขภาพ เริ่มจาก “ส่งเสริม” รณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเจ็บป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ในสภาวะเสี่ยงเป็นผู้ป่วย และการดูแลอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดให้มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ รวมทั้ง ยัง “บรรเทารักษา” ด้วยการสนับสนุนเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์และยารักษาโรคต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงและเหมาะสม ตลอดจน ให้ความสำคัญด้านสุขภาพจิตใจ จรรโลงและยกระดับจิตใจของแต่ละบุคคลในชุมชนอย่างสร้างสรรค์

การสร้างคุณภาพและปันความสุขด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิต คำนึงถึงปัจจัยการดำรงชีวิตที่ดีของแต่ละบุคคลอย่างครบวงจร ตั้งแต่ การพัฒนาและส่งเสริมด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ ส่งเสริมรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน

การสร้างคุณภาพและปันความสุขด้านสวัสดิภาพของชุมชน เกิดจากความคิดที่ว่า การใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างปลอดภัยเป็นความปรารถนาหลักของชุมชน จึงดำเนินงานใน 2 ส่วน ได้แก่ ศูนย์เฝ้าระวัง เพื่อป้องกันปัญหาหรือผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชุมชน และ ศูนย์ประสานงาน เพื่อช่วยเหลือในการรับเรื่อง ร้องทุกข์ และประสานงานระหว่างชุมชนกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง

“ทั้งหมดนี้ THL ได้กำหนดแผนการดำเนินงาน สร้างคุณภาพและปันความสุข ให้แก่ชุมชนไว้อย่างชัดเจน โดยปันกำไรร้อยละ 3 ไว้เป็นทุนในการจัดกิจกรรมในแต่ละปี เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ THL จะดำเนินการอย่างรอบด้าน สร้างการเติบโตธุรกิจ ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และสามารถเติบโตไปพร้อมกับสังคม ชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” นายวิจิตร สรุป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ 0 1352

โพรแพ็ค เอเชีย ครั้งที่ 26 ยิ่งใหญ่ที่สุดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พบกับการจัดแสดงนวัตกรรมและการบริหารจัดการการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ จากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 26 กับความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมและข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ตลอดระยะเวลา 25 ปี โพรแพ็ค เอเชีย นับเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง ซึ่งมีผู้ร่วมจัดแสดงงานและผู้เข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นในทุกครั้งของการจัดงาน ทำให้ในการจัดงานครั้งนี้จำเป็นต้องมีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้นจาก 8 ฮอลล์ เป็น 9 ฮอลล์ ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รวมพื้นที่ 58,000 ตารางเมตร หรือ เพิ่มขึ้น 10 %

โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 1,600 ราย จาก 45 ประเทศ ที่พร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ล่าสุดตลอด 9 โซน อุตสาหกรรมครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป (ProcessingTechAsia), เทคโนโลยีด้านบรรจุภัณฑ์ (PackagingTechAsia), เทคโนโลยีด้านเครื่องดื่ม (DrinkTechAsia), เทคโนโลยีด้านเภสัชกรรม (PharmaTechAsia), ห้องทดลองและการทดสอบ (Lab&TestAsia), บรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป (MaterialsAsia), การใส่รหัสสินค้าการทำเครื่องหมายและฉลาก (Coding,Marking&LabellingAsia) และ ห่วงโซ่ความเย็นระบบโลจิสติกส์และคลังสินค้า (Coldchain,Logistics&WarehousingAsia) และเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ (Printech Asia) พร้อมพบกับ 18 พาวิลเลี่ยน จาก 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ สเปน ไต้หวัน อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา

โพรแพ็ค เอเชีย 2018 นำเสนอเครื่องจักรที่ทันสมัยกว่า 5,000 รายการ สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดใหญ่ กลาง SME จนถึงผู้เริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งการเข้าร่วมงานจะเป็นคำตอบและทางออกให้กับผู้ผลิตและธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงการดำเนินงานและการไปถึงเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเป็นเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรม และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกพร้อมใจกันนำนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติและความแตกต่างที่สร้างอนาคตในอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุภัณฑ์ อาทิ การเชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ทุกอย่างผ่านระบบ Network และเครือข่าย Internet หรือ IOT นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องจักรหุ่นยนต์และมนุษย์ ระบบจำลองการผลิตภายในโรงงาน

นอกจากนั้นภายในงานยังมีการจัดสัมมนาที่น่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรม อาทิ ‘Active & Intelligent Packaging Industry Association (AIPIA) Conference: Active & Intelligent Packaging Technologies for Smart Printing & Packaging for the Digital Age’, ‘Australian Institute of Packaging (AIP) Training Course: The Role of Packaging in Minimising Food Waste’, และ ‘Food Industry Asia (FIA) Conference: Sustainable Packaging: Tackling plastic waste in Southeast Asia’ ฯลฯ

นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงสิ่งที่ผู้เข้าร่วมชมงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะได้รับว่า “ผู้เข้าเยี่ยมชมงานจะได้พบกับไฮไลท์นวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสามารถเหนือชั้นและความยืดหยุ่นที่หลากหลาย โดยวันนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีงานโพรแพ็ค เอเชีย เป็นสะพานเชื่อมต่อ และช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรายินดีต้อนรับทุกท่านซึ่งพร้อมจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อร่วมสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และดียิ่งขึ้น”

นอกจากนั้นภายในงานโพรแพ็ค เอเชีย ยังมีการจัดประชุมด้านอุตสาหกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Food Innovation Asia Conference 2018, Food Innovation Contest 2018, Asia Drink Conference 2018, PharmaTech Seminar 2018, TISTR Conference 2018, The Department of Industrial Promotion Seminar 2018, The FoSTAT-Nestle Bowl Quiz, Food Focus Thailand Seminar 2018, ThaiStar – AsiaStar – WorldStar 2018 Awards Ceremony, SME focused workshops and packaging seminars ฯลฯ

งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 เป็นงานสำคัญของผู้เกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ที่สนใจเรียนรู้และสัมผัสกับนวัตกรรมของผู้นำด้านเครื่องจักรอัตโนมัติและระบบการจัดการที่ทันสมัย และยังเป็นเวทีที่จะขยายความร่วมมือร่วมกับมืออาชีพ พร้อมทั้งได้รับข้อมูลล่าสุดของอุตสาหกรรมจากกิจกรรมการประชุมสัมมนาที่น่าสนใจ งานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ฮอลล์ 98 – 106 ของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

โปรฯ เลนส์โปรเกรสซีฟ สำหรับหนุ่มสาววัยหลัก 4 0 1355

การดูแลดวงตา คือเทรนด์สุขภาพใกล้ตัวคุณที่ห้ามมองข้าม เพราะนั่นคือการมองเห็นที่ดีในทุกๆ วัน โดยเฉพาะบุคคลที่ก้าวสู่วัยหลัก 4 ซึ่งจะเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นที่ลดลงของกล้ามเนื้อเลนส์แก้วตา ทำให้การเพ่งมองนั้นไม่สมบูรณ์ 100% เช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตยุคดิจิตอลกับกิจกรรมติดจอทั้งในหน้าทีการงานและความโซเชียลระหว่างวัน ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้ามากยิ่งขึ้นไปอีก

เลนส์โปรเกรสซีฟจึงเป็นทางเลือก ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมของมนุษย์เรา ที่สามารถคิดดีไซน์ให้พลาสติกชิ้นกลมๆ สามารถรองรับค่าสายตา ให้มองเห็นชัดได้หลากหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง ไกล โดยไม่มีรอยต่อไม่สวยงามบนเลนส์ที่ฟ้องอายุผู้สวมใส่ และไม่ต้องมองลอดแว่นให้ลำบาก

นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท กรุงไทย ออพติค จำกัด กล่าวว่า “เคที ออพติค เรามีเทคโนโลยีในการวัดค่าสายตาด้วยระบบดิจิตอลทุกสาขา ในแคมเปญนี้เราได้เพิ่มทางเลือกเฉพาะบุคคลให้กับลูกค้า โดยเราใช้ชื่อแคมเปญว่า การไขรหัสลับดวงตา ซึ่งเป็นค่าเฉพาะของแต่ละบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับกรอบแว่นตาที่ลูกค้าเลือก ซึ่งจะช่วยให้ตำแหน่งการมองเห็นใกล้เคียงกับการใช้สายตาธรรมชาติของแต่ละท่านที่สุด ผู้สวมใส่เลนส์จึงมองเห็นได้ลื่นไหล และสบายตา มากกว่าการใช้ค่ามาตรฐานทั่วไปในการตัดประกอบเลนส์เข้ากับกรอบแว่นตา”

สำหรับเลนส์ที่เลือกใช้ร่วมรายการในแคมเปญนี้ KT Optic เลือกเลนส์โปรเกรสซีฟเอสซีลอร์ จากประเทศฝรั่งเศส เพราะเป็นผู้คิดค้นผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟเจ้าแรกของโลก และยังคงพัฒนานวัตกรรมเลนส์อย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีการขัดเลนส์ขั้นสูงด้วยระบบดิจิตอล จึงทำให้เลนส์มีโครงสร้างที่ดีมาก มีมุมมองกว้าง คมชัด สบายตา ผู้สวมใส่จึงปรับความคุ้นชินกับเลนส์โปรเกรสซีฟคู่ใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว

ลองเข้ามาวัดสายตากับ KT Optic ได้ทุกสาขา ซึ่งมีบริการกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มาถอดรหัสลับดวงตา ทราบค่า W-T-V ของคุณ และจะทำให้คุณได้เลนส์ที่ดีที่สุดบนกรอบแว่นสุดเก๋ที่คุณเลือก เพื่อการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟได้อย่างสบายตาสูงสุด

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่มาลองไขรหัสลับดวงตากับ KT Optic วันนี้ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท จากราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในกลุ่ม Varilux จาก Essilor หมดเขต 30 มิ.ย. นี้ เท่านั้น