จริงหรือไม่? ในอนาคตอันใกล้หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ 0 8087

ล้ำไปอีกขั้น…กับการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ ในงาน “2018 Thailand Leadership Forum: Human – Robot Partnership” ครั้งแรกในประเทศไทย

“2018 Thailand Leadership Forum: Human – Robot Partnership” จัดโดย บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรี อยุธยา กรุงศรี คอนซูเมอร์ เอไอเอส เมอร์ค ทรู คอร์ปอเรชั่น และไทยออพติคอล กรุ๊ป

พบกับ “โซเฟีย” หุ่นยนต์ที่ได้รับสัญชาติพลเมืองซาอุดิอาระเบียตัวแรกของโลก และมีความสามารถในการทำงานเสมือนมนุษย์มากกว่าหุ่นยนต์อื่นในโลกที่เคยมีมา

พร้อมรับฟังการแสดงความเห็นจากวิทยากรระดับโลก อาทิ

  • ดร. เดวิด ฮันซัน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ฮันซัน โรบอติกส์ และ
  • มร. คริส ริดเดิล อีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน ฟิวเจอร์รีสติกและการวางแผนกลยุทธ์ดิจิตอล

ที่จะมาร่วมพิสูจน์ความจริงกับเทคโนโลยีโลกที่พัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด หุ่นยนต์จะมาทำงานแทนที่มนุษย์ได้จริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยพัฒนามนุษย์กันแน่

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เรียนรู้และสัมผัสความก้าวล้ำของเทคโนโลยีด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ โดย สลิงชอท กรุ๊ป นำเยาวชนจากมูลนิธิรักษ์ไทยและโรงเรียน เมจิก เยียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าร่วมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะเด็กในวันนี้คือผู้สร้างอนาคตโลก

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/SlingshotThailand

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

หมอพืช ซินเจนทา สนับสนุนนโยบายรัฐ สานฝัน วันอาหารโลก 0 7788

ซินเจนทา ขอบคุณ เกษตรกรไทยทุกคน ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จัดการฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรผลิตอาหารได้อย่างยั่งยืน

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา กล่าวเนื่องใน วันอาหารโลก ประจำปี พ.ศ. 2561 ว่า “ซินเจนทา ในฐานะเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์พืช และส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการ และต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคนั้นมีความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบการผลิตวัตถุดิบจากแปลงเกษตรกร จนถึงอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร แต่เมื่อนำหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD มาประเมินความเสี่ยงร่วมกับการบริโภคอาหารแต่ละชนิดในแต่ละวันตลอดชั่วอายุขัยของคนไทยแล้ว พบว่าค่ามาตรฐาน MRLs หรือ ค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่สามารถมีได้ กำหนดไว้ต่ำกว่าจุดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น 100 เท่าในผู้ใหญ่ และ 1,000 เท่าในเด็ก

กรณีที่พบว่า ผลผลิตมีสารตกค้างเกินค่า MRLs ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า ค่าตัวเลขที่เกินนั้น เกินจุดที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และบริโภคผลผลิตนั้นซ้ำหรือต่อเนื่องทุกวันหรือไม่ ทั้งนี้ สามารถนำตัวเลขที่ตรวจพบมาวิเคราะห์และพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานภาครัฐที่คอยติดตาม กำกับ ดูแล เฝ้าระวัง พืชผัก อาหาร ผลไม้ และประเมินความเสี่ยงต่อการบริโภคของคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพบว่า ปัจจุบัน ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมและวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในการใช้สารฯ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เป็นวิธีการปฏิบัติที่ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับว่า จะช่วยลดปริมาณการใช้สารฯ ลดความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ รวมถึง จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้ด้วย

“ซินเจนทา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับทุกภาคส่วน เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้มแข็งต่อไป ดังคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า “We can’t have a secure future of food if we don’t support our farmers. They are our hero” เกษตรกร คือ วีรบุรษตัวจริงของวันอาหารโลก” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 8004

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย