“โคลฮาน” (COLE HAAN) เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งล่าสุดในไทย 0 20996

“โคลฮาน” (COLE HAAN) เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งล่าสุดในไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

บริษัท สตาร์ 360 (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการค้าปลีกเกี่ยวกับรองเท้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงาน “Extraordinary Passes it on” เปิดตัวแฟลกชิพสโตร์แห่งล่าสุดของแบรนด์โคลฮาน (Cole Haan)อย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แหล่งช็อปปิ้งสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ โดยมี มร.เกร๊ก ดิงกิส รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร โคลฮานอินเตอร์เนชั่นแนล (Mr. Greg Dinges, Executive Vice President and General Manager, International at Cole Haan) ให้การต้อนรับ พร้อมการพูดคุยกับแขกรับเชิญพิเศษ ที่เป็นตัวแทนของ Extraordinary Women อย่าง บี – น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ และสื่อมวลชนร่วมงาน และเยี่ยมชมแฟลกชิพสโตร์อย่างคับคั่ง

โคลฮาน (Cole Haan) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1928 ซึ่งถือเป็นแบรนด์รองเท้า เครื่องหนัง และแอคเซสซอรี่สัญชาติอเมริกันที่มีชื่อเสียงและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในเรื่องของนวัตกรรมที่ใช้การออกแบบ โดยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการรุกตลาดกว่า 40 แห่ง ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก อเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง

สำหรับการออกแบบและการตกแต่งภายในแฟลกชิพสโตร์แห่งล่าสุดในประเทศไทยแห่งล่าสุดนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบของที่อยู่อาศัยจริง เพื่อโชว์ผลงานผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมของแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้ และยังสามารถทำให้พื้นที่สำหรับวางรองเท้าและแอคเซสซอรี่ต่างๆ ที่จัดแสดง มีขนาดกว้างขึ้นและจัดแสดงได้อย่างอย่างหรูหราอีกด้วย

เยี่ยมชมสินค้าได้ที่เคาน์เตอร์แบรนด์โคลฮานในประเทศไทยได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม ห้างสรรพสินค้าเซน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/colehaan.th

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4289

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

นนทบุรี เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่รับปีใหม่ “แอ่งเล็ก” เชื่อม “แอ่งใหญ่” 0 4947

พช. เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 6 อำเภอ จ. นนทบุรี ปั้นแหล่งท่องเที่ยว “แอ่งเล็ก” เชื่อม “แอ่งใหญ่”

กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี หนึ่งในโครงการสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่รวบรวมของดี วิถีเด่น จากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้แผนพัฒนาประเทศ “ไทยนิยม ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งสร้างรายได้ ความเจริญ และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน

นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “จังหวัดนนทบุรี ประกอบไปด้วยชุมชนเป้าหมาย จำนวน 30 หมู่บ้าน จาก 19 ตำบล ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ. บางกรวย อ. บางใหญ่ อ. บางบัวทอง อ. ปากเกร็ด และ อ.ไทรน้อย และทั้งหมดได้ผ่านการสำรวจข้อมูลชุมชนและคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาแล้วว่า มีเอกลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว และวิถีถิ่นที่น่าสนใจ สมควรแก่การส่งเสริมและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองหลัก เมืองรอง แอ่งใหญ่ และแอ่งเล็ก พัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญต่อไป สำหรับกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้ง 6 อำเภอ เปรียบเสมือนการเปิดประตูเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ ให้รู้จักกับหมู่บ้านชุมชนเป้าหมายของจ. นนทบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ที่นำเอาอัตลักษณ์ และวิถีถิ่น นำเสนอผ่านแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์อาหาร การแสดงท้องถิ่น การสาธิตการทำสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มาเยี่ยมเยือน สืบทอดวิถีถิ่นให้เข้มแข็ง นำมาซึ่งรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืนอีกด้วย”

จังหวัดนนทบุรี ขอเชิญชวน “เที่ยวแอ่งเล็กเช็คอินนนทบุรี” ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนนทบุรี มาร่วมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี ที่คุณอาจยังไม่รู้อีกมากมาย สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี โทร. 02-580-0704