“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” คว้ารางวัลสุดยอดธุรกิจค้าปลีกในทวีปเอเชีย-แปซิฟิก ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน 0 7065

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” (Index Living Mall) ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เฟิร์น ที่เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์เมืองไทยตัวจริง ล่าสุด คว้า “รางวัลสุดยอดธุรกิจค้าปลีก จากการจัดอันดับ 500 บริษัทค้าปลีกของทวีปเอเชีย-แปซิฟิก” (2017 Retail Asia-Pacific Top 500 Awards) ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน หลังจากก่อนหน้า คว้า 2 รางวัลได้แก่ รางวัล No.1 Brand Thailand 2015-2016 จากนิตยสาร Marketeer และ รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2016 จากนิตยสาร Brand Age

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด  เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทประกอบธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยจากการจัดอันดับ 500 บริษัทค้าปลีกของทวีปเอเชีย-แปซิฟิก หรือ “รีเทล เอเชีย-แปซิฟิก ท็อป 500 อวอร์ด 2017” เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจัดอันดับโดย นิตยสาร รีเทล เอเชีย ร่วมกับ ยูโรมอนิเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล และ เคพีเอ็มจี โดยในปี 2017 มีบริษัทค้าปลีกของไทยติดอันดับเพียง 10 บริษัทเท่านั้น”

“รางวัลล่าสุดที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้รับนี้ ถือเป็นการสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การบริหาร ที่มุ่งมั่นพัฒนา และยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ทั้งผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เสริมความมั่นใจแก่ลูกค้าทุกท่านที่จะได้รับสินค้าและบริการอย่างดีที่สุดจากเรา”

รางวัล Thailand’s Top 10 Retailers Ranking ในฐานะธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านของไทย ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้รับครั้งนี้ มาจากการจัดอันดับ “รีเทล เอเชีย-แปซิฟิก ท็อป 500 อวอร์ด 2017” นั้น ตัดสินจากการวัดยอดขายของแต่ละบริษัทค้าปลีกทั่วทวีปเอเชีย-แปซิฟิกในปี 2016 รวม 14 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย, ไต้หวัน และเวียดนาม ซึ่งอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ได้รับรางวัล โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยยอดขายสูงสุดกว่า 6,920 ล้านบาท หรือคิดเป็น 985 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา โดยมีการประกาศผลไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมเดอะ เวสทิน กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

“ด้วยทีมงานที่เข้มแข็ง ผนวกกับการบริหารจัดการที่เป็นระบบ มุ่งเน้นการสนองความต้องการของลูกค้าด้วยนวัตกรรมหลากหลายรูปแบบ การปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและการรับผิดชอบต่อสังคมในด้านการส่งเสริมการศึกษา การเรียนรู้ รวมถึงการรณรงค์ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เติบโตและคว้ารางวัล 1 ใน 10 สุดยอดธุรกิจค้าปลีกในทวีปเอเชีย-แปซิฟิกอีกครั้ง”

นอกจากการคว้ารางวัล Thailand’s Top 10 Retailers Ranking สุดยอดบริษัทประกอบธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยจากการจัดอันดับ “รีเทล เอเชีย-แปซิฟิก ท็อป 500 อวอร์ด 2017” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ยังได้รับรางวัลต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างดียิ่ง ได้แก่ รางวัล No.1 Brand Thailand 2015-2016 ซึ่งสำรวจจากประชาชนทั่วประเทศ โดยนิตยสาร Marketeer ให้เป็นแบรนด์สินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป ที่เป็นที่นิยมและชื่นชอบสูงสุดของผู้บริโภคประจำปี 2015-2016 และ รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2016 แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ครองใจผู้บริโภคและได้รับความน่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี 2558 (Thailand’s Most Admired Brand 2015) สำรวจโดยนิตยสาร Brand Age จากผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งได้รับรางวัลต่อเนื่องกัน 2 ปีซ้อน

“กว่า 30 ปี ที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดคิดค้นพัฒนา วางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อให้แต่ละก้าวของเรา เป็นก้าวสำคัญที่พร้อมจะนำเสนอดีไซน์และฟังก์ชั่นของเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้านในรูปแบบใหม่ๆ เคียงคู่กับเวลาที่ผ่านไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง เรามุ่งมั่นในการนำเสนอสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และของใช้ภายในบ้าน ที่ได้รับการคัดสรรให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมเสนอบริการที่เป็นเลิศเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกระดับ และอนาคตเราจะก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อที่สุดแห่งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านคุณภาพสูงเหมาะกับทุกรูปแบบชีวิตสมัยใหม่”  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

IsAmAre รุกตลาดโซเชียล ชู Viral Solution Company ตอบโจทย์องค์กรอยากสร้างกระแส 0 7048

บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด เดินหน้ารุกกตลาดโซเชี่ยลเปิดตัวโปรแกรม “ Blastmetric” ตอบโจทย์การทำตลาด Viral Marketing แบบครบวงจร ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้าน Viral Solution Company ของไทยภายในปี 2562 เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตจากปีก่อนแบบก้าวกระโดดถึง 197% เป็น 100 ล้านบาท

นายจักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด (IsAmAre) เปิดเผยว่า จากคอนเซ็ปต์ Viral Solution ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนางานบริการของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของโปรแกรมที่เรียกว่า “ Blastmetric” ซึ่งเป็นสุดยอดเครื่องมือเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดไวรัล และโซเชี่ยลมีเดียครั้งแรกของไทย เพื่อสร้างแต้มต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ กลายเป็นสูตรสำเร็จทางการตลาดที่สามารถวัดผลได้จริง และรับประกันความพึงพอใจ จนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าบริษัทชั้นนำ

โดยบริษัทฯ มีความโดดเด่นในการให้บริการด้าน Viral Marketing แบบ One-stop Service ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ในการทำตลาด มีการใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อ รวมไปถึงการใช้เครื่องมือในการวางแผนการสร้างสรรค์สื่อเพื่อทำตลาดบนโซเชี่ยลมีเดียและโลกออนไลน์ และการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ หรือผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า จุดนี้ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่นๆ เพราะเราไม่ใช่แค่รับ บรีฟงานมาแล้วทำเลย แต่เราให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการทำสื่อเพื่อให้ออกมาโอเคที่สุด บวกกับสิ่งที่เราโฟกัสคือ การมีระบบ Social Media Tracking Tool ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัท IT Partner เพื่อนำระบบ Blastmetric มาช่วยวางแผนและจัดการการใช้สื่อออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับโปรแกรม “ Blastmetric ” ที่บริษัทได้ทำระบบและเก็บข้อมูลขึ้นมา พร้อมทดลองใช้มากว่า 1 ปี สามารถช่วยรับประกันงาน Viral ว่าสามารถจะ Go Viral ได้จริง เพราะช่วยทำงาน 3 ด้านหลัก คือ 1. Facebook Media Planning 2. Campaign Monitoring & Optimization Real-time 3. Reporting โดยระบบนี้สามารถวัดผลได้จริง ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า

ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำ Viral Marketing หรือกลุ่มที่ต้องการความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงไป รวมไปถึงกลุ่มเอเจนซี่ที่มีงาน TVC ,Viral VDO ,Web Film ที่ต้องการลง Social Media แต่ไม่มั่นใจกับผลที่จะได้รับ และกลุ่มลูกค้า SMEs ที่มีงบการตลาดประมาณ 3 – 15 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์การทำ

ตลาดที่เป็นจุดแข็งแตกต่างจากคู่แข่ง คือ เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่กล้าประกาศตัวเป็น Viral Guarantee Company และเราจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะกับ Influencers Companies

“บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับผลประกอบการที่ดีมาก มีการเติบโตจากปีแรก 34 ล้านบาท และในปี 2560 นี้ คาดว่าจะโตจากปีที่ผ่านมาถึง 197% หรือ 100 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าภายในปี 2562 บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำด้าน Viral Solution Company เป็นเบอร์ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน ด้วยภายใต้แนวคิด Viral Guarantee ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ ” นายจักรพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมตลาดของธุรกิจดิจิทัล เอเจนซี่ ในปัจจุบันและอีก 2-3 ปีข้างหน้า งาน Above the Line จะหดตัวลงแน่นอน สวนทางกับงาน Online จะเติบโตขึ้นอีกมาก ซึ่ง Viral Marketing จะกลายมาเป็น New Generation TVC โดย E-Commerce จะเติบโตอย่างมาก และMicro Influencers จะมีผลกับตลาดนี้มาก และเติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งจะมีการปรับตัวขนานใหญ่ของ Agency Service & Staffs

สำหรับผลงานที่ทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักและได้รับกระแสตอบรับที่ดีในโลกออนไลน์ ได้แก่ ครีมแต้มสิว Tomei ของบริษัท TC Pharma ทั้ง 2 ภาค ที่มียอดวิวการเข้าชมรวมกันมากกว่า 30 ล้านวิว , NZen Gel ที่มียอดวิวรวมกันมากกว่า 13 ล้านวิว , Kindness Cream ที่มียอดวิวรวมกันกว่า 10 ล้านวิว ตลอดจน MV ช้างศึก ของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ซึ่งได้ทำขึ้นมาเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับทีมชาติไทย และแฟนบอลชาวไทย

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า “ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3” 0 121

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับมหกรรมเรือสำราญและมารีน่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย “ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2561” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ตามด้วย “สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์” ในวันที่ 12 – 15 เมษายน 2561 ณ ONE°15 Marina ในเซ็นโตซาโคฟ สิงคโปร์

คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชั้นนำจำนวนมาก โดยภายในงานจะคับคั่งด้วยสุดยอดเรือระดับซูเปอร์ยอชท์ งานอีเว้นท์เปิดตัวเรือสุดหรูรอบเอ็กซ์คลูซีฟ และงานสังสรรค์ระดับไฮเอนด์อีกหลายรายการ

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่าทั้งสองงานถือกรรมสิทธิ์และบริหารงานโดย บริษัท เวอร์เวนเทียร์ จำกัด ในสิงคโปร์

มร. แอนดี้ เทรดเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวอร์เวนเทียร์ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เห็นบริษัทเรือยอชท์ เรือใบ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ซึ่งมีทั้งบริษัทเปิดใหม่และพันธมิตรที่เคยร่วมงานในครั้งที่ผ่านมา ตอบยืนยันเข้าร่วมงานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ กันอย่างรวดเร็ว จุดประสงค์การจัดงานของเรายังคงเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของเอเชียกับเหล่าผู้นำธุรกิจมารีน่าระดับโลกในการสร้างรูปแบบงานที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของตลาดเรือยอชท์เอเชียในภาพรวม ผ่านการยกระดับศักยภาพของธุรกิจเรือยอช์ทซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่งคั่งและรายได้อันมหาศาลในภูมิภาค”

ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3

งานจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับรัฐบาลไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมธุรกิจการเช่าเรือซูเปอร์ยอช์ทในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย นับเป็นการจัดงานที่มีความโดดเด่นซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้เช่าที่มีศักยภาพสามารถทดลองแล่นเรือยอช์ทชั้นเลิศได้ภายในงาน รวมถึงเรือใบ เรือตกปลา เรือใบเล็ก เรือลำเลียง ยานกีฬาทางน้ำ และเรือสำราญ นอกเหนือไปจากซูเปอร์ยอช์ท

ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3 จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งจังหวัดภูเก็ตจะคึกคักไปด้วยทักท่องเที่ยวจำนวนมาก การจัดงานครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจการเช่าเรือยอช์ทและกิจกรรมทางน้ำจะสามารถยกระดับไลฟ์สไตล์การล่องเรือและการท่องเที่ยวทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมหาศาล

สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์

นับเป็นงานจัดแสดงเรือที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นทุกปี โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วันของปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 14,000 คน งานเปิดตัวเรือ 20 รายการ และมีแบรนด์ที่มาร่วมจัดแสดงกว่า 150 แบรนด์ สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์ คือศูนย์รวมของธุรกิจเรือยอช์ทในภูมิภาคนี้ ซึ่งดึงดูดบรรดาผู้นำในธุรกิจเรือยอช์ทระดับโลก ทั้งเจ้าของเรือ อู่ต่อเรือ นักออกแบบเรือ ผู้แทนซื้อขาย และผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ซูเปอร์ยอช์ทชั้นนำ ให้มาร่วมพบปะและเจรจาธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าระดับแนวหน้าในเอเชีย

งานสิงคโปร์ ยอชท์ โชว์ สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ถือเป็นงานจัดแสดงเรือยอช์ทระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย ภายในงานยังประกอบด้วยงานปาร์ตี้ การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มข้น และเต็มไปด้วยหุ้นส่วนของแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ระดับหรูที่มีชื่อเสียงมากมาย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thailandyachtshow.com หรือ www.singaporeyachtshow.com