ชวนบริจาคมือถือเก่า เปลี่ยนเป็น เครื่องมือทางการแพทย์ 0 14701

ประเทศไทยมีมือถือเก่าที่อยู่ในครัวเรือนประมาณ 200 ล้านเครื่อง!!!! ใครมีมือถือเก่าไม่ใช้แล้ว เอามาบริจาคกันค่ะ เมื่อเอามาบริจาคเราจะเอาไปขายให้โรงงานที่รับซื้อขยะอิเล็คทรอนิกส์ แล้วนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับโรงพยาบาล 30 แห่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน ส่งมือถือเก่ามาได้ด้วยตัวเอง ที่เจมาร์ท หรือไปรษณีย์ทั่วประเทศได้ค่ะ

เริ่มแล้ว “โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2” เปิดรับบริจาคโทรศัพท์มือถือเก่า เป้าหมาย 5 ล้านเครื่อง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล 30 แห่งทั่วประเทศ

โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2 เริ่มแล้ว ภายใต้แนวคิด “มือถือเก่าไป เครื่องมือแพทย์ใหม่มา” มุ่งหวังประชาชนคนไทยเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมลดมลภาวะจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนและสร้างบุญเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส โดยมีเป้าหมายรับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนอีก 5 ล้านเครื่อง ซึ่งรายได้จากโครงการเฟสที่ 2 นี้ ส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 30 แห่งทั่วประเทศและในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดเตรียม อาสาสมัครในหน่วยงานทั่วประเทศ รวมประมาณ 1.12 ล้านคน เข้ามาช่วยจัดเก็บมือถือเก่าร่วมกับจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมเพื่อ ให้สามารถรับบริจาคมือถือเก่าได้ตามเป้าหมาย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถบริจาคมือถือเก่าได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 61 ที่จิตอาสาประจำโครงการ 2 หมื่นคนทั่วประเทศและที่โรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยทั่วประเทศ , ศูนย์ ทสม.ประจำตำบลทั่วประเทศ , ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศ , ร้านเจมาร์ท ทุกสาขา โดยสามารถติดตามรายละเอียด และกิจกรรมต่างๆของโครงการฯได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/recycleandreduce/ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา หรือ ส่งไปรษณีย์มาที่ ศูนย์ประสานงานจิตอาสาโครงการมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เลขที่ 333 ถ.สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

ทั้งนี้โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 1 ได้รับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนทั่วประเทศจำนวนถึง 1.7 ล้านเครื่อง และนำรายได้ที่เกิดจากการรีไซเคิลในครั้งนี้ไปมอบให้กับ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อร่วมสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาและมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อร่วมสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 8004

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย

แนะนำสองกองทุนน่ามองของธนชาต กองทุน T-SmartBeta และ T-PrimePlusAI 0 7984

บลจ.ธนชาต เปิดขาย 2 กองทุนแนวใหม่อีกครั้ง กองทุน T-SmartBeta เน้นลงทุนได้ทุกสภาวะ และกองทุน T-PrimePlusAI ที่ได้สิทธิประกันเพิ่ม ชูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่นักลงทุนในช่วงตลาดผันผวน วันนี้ -5 ตุลาคม 2561
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนค่อนข้างมาก เห็นได้จากช่วงไตรมาสแรกของปี ตลาดหุ้นไทยสามารถไปแตะระดับสูงสุดที่ 1,850 จุด และปรับไปแตะจุดต่ำสุดที่เกือบ 1,580 จุด ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเห็นว่าแกว่งตัวในกรอบที่กว้างมาก ทำให้ผู้ลงทุนหลายคนเริ่มมีความกังวลว่า หุ้นจะยังน่าลงทุนในช่วงนี้หรือไม่ ประกอบกับตราสารหนี้ก็ยังคงผันผวนเช่นกัน ดังนั้น การหลีกเลี่ยงไม่ลงทุนในหุ้นน่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ประกอบกับสัญญานการเลือกตั้งที่ชัดเจนน่าจะทำให้หุ้นไทยทำผลงานได้ดี

จากสถานการณ์ดังกล่าว บลจ.ธนชาต จึงขอแนะนำกองทุน T-SmartBeta ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีค่า Beta ไม่เกิน 1.4 โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Smart Beta เป็นการผสมผสานระหว่างหุ้น Low Beta (ค่า Beta ไม่เกิน 1) และ Mid Beta (ค่า Beta 1-1.4) ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วง และการคัดสรรหุ้นแบบ Mid Beta ยังช่วยให้กองทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนจำนวนมาก มีผู้สนใจลงทุนกว่า 4,855 ล้านบาท (ณ วันที่ 28 ก.ย.61, บลจ.ธนชาต)

นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกัน บลจ.ธนชาต ยังเปิดขายกองทุน T-PrimePlusAI ซึ่งเป็นกองทุนหุ้น เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง ผลประกอบการดี มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ส่วนมากเป็นบริษัทขนาดใหญ่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่เกิน 40 บริษัท ซึ่งหุ้นประเภทนี้มีแนวโน้มได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองประกันชีวิต 10,000 บาท และความคุ้มครองประกันสุขภาพ จากบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกันชั้นนำของเมืองไทย หากลงทุนตามเงื่อนไข

สำหรับกองทุน T-SmartBeta ผู้ลงทุนสามารถลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท ผู้ลงทุนสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติไม่เกิน 12 ครั้งต่อปี และกองทุน T-PrimePlusAI ลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป และครั้งต่อไป 1,000 บาท โดยทั้ง 2 กองทุน มีรอบการเปิดขาย วันนี้ -5 ตุลาคม 2561

โดยกองทุน T-PrimePlusAI มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง ที่ผ่านมากองทุนมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 0.5 บาท/หน่วยครั้งที่ 1 (20 ก.พ. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย และครั้งที่ 2 (6 มิ.ย. 61) จำนวน 0.25 บาท/หน่วย โดยกองทุน T-PrimePlusAI ทำผลงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (27 ก.ย. 60) ได้ 3.36% เทียบกับ SET50 Index ที่ทำผลงานได้ 11.16% (ณ วันที่ 27 ก.ย. 61, บลจ.ธนชาต)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทรศัพท์ 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร. 1770 หรือผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com