มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า “ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3” 0 604

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับมหกรรมเรือสำราญและมารีน่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย “ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2561” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ตามด้วย “สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์” ในวันที่ 12 – 15 เมษายน 2561 ณ ONE°15 Marina ในเซ็นโตซาโคฟ สิงคโปร์

คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชั้นนำจำนวนมาก โดยภายในงานจะคับคั่งด้วยสุดยอดเรือระดับซูเปอร์ยอชท์ งานอีเว้นท์เปิดตัวเรือสุดหรูรอบเอ็กซ์คลูซีฟ และงานสังสรรค์ระดับไฮเอนด์อีกหลายรายการ

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่าทั้งสองงานถือกรรมสิทธิ์และบริหารงานโดย บริษัท เวอร์เวนเทียร์ จำกัด ในสิงคโปร์

มร. แอนดี้ เทรดเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวอร์เวนเทียร์ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เห็นบริษัทเรือยอชท์ เรือใบ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ซึ่งมีทั้งบริษัทเปิดใหม่และพันธมิตรที่เคยร่วมงานในครั้งที่ผ่านมา ตอบยืนยันเข้าร่วมงานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ กันอย่างรวดเร็ว จุดประสงค์การจัดงานของเรายังคงเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของเอเชียกับเหล่าผู้นำธุรกิจมารีน่าระดับโลกในการสร้างรูปแบบงานที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของตลาดเรือยอชท์เอเชียในภาพรวม ผ่านการยกระดับศักยภาพของธุรกิจเรือยอช์ทซึ่งจะก่อให้เกิดความมั่งคั่งและรายได้อันมหาศาลในภูมิภาค”

ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3

งานจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับรัฐบาลไทยและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมธุรกิจการเช่าเรือซูเปอร์ยอช์ทในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย นับเป็นการจัดงานที่มีความโดดเด่นซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้เช่าที่มีศักยภาพสามารถทดลองแล่นเรือยอช์ทชั้นเลิศได้ภายในงาน รวมถึงเรือใบ เรือตกปลา เรือใบเล็ก เรือลำเลียง ยานกีฬาทางน้ำ และเรือสำราญ นอกเหนือไปจากซูเปอร์ยอช์ท

ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 3 จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งจังหวัดภูเก็ตจะคึกคักไปด้วยทักท่องเที่ยวจำนวนมาก การจัดงานครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจการเช่าเรือยอช์ทและกิจกรรมทางน้ำจะสามารถยกระดับไลฟ์สไตล์การล่องเรือและการท่องเที่ยวทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมหาศาล

สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์

นับเป็นงานจัดแสดงเรือที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นทุกปี โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วันของปี 2560 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 14,000 คน งานเปิดตัวเรือ 20 รายการ และมีแบรนด์ที่มาร่วมจัดแสดงกว่า 150 แบรนด์ สิงคโปร์ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ สิงคโปร์ ยอชท์ โชว์ คือศูนย์รวมของธุรกิจเรือยอช์ทในภูมิภาคนี้ ซึ่งดึงดูดบรรดาผู้นำในธุรกิจเรือยอช์ทระดับโลก ทั้งเจ้าของเรือ อู่ต่อเรือ นักออกแบบเรือ ผู้แทนซื้อขาย และผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ซูเปอร์ยอช์ทชั้นนำ ให้มาร่วมพบปะและเจรจาธุรกิจกับกลุ่มลูกค้าระดับแนวหน้าในเอเชีย

งานสิงคโปร์ ยอชท์ โชว์ สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ถือเป็นงานจัดแสดงเรือยอช์ทระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย ภายในงานยังประกอบด้วยงานปาร์ตี้ การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่เข้มข้น และเต็มไปด้วยหุ้นส่วนของแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ระดับหรูที่มีชื่อเสียงมากมาย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.thailandyachtshow.com หรือ www.singaporeyachtshow.com

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เฟ้นหานักร้องลูกทุ่งรุ่นใหม่ “โชว์ลูกคอหน้าจอทีวี” 0 4352

ซัมเมอร์นี้ Eliz Training Center ชวนคนมีไฟ หัวใจลูกทุ่ง ทุกเพศ ทุกวัย ที่มีฝันและมองหาโอกาสในเส้นทางอาชีพนักร้องลูกทุ่ง ร่วมกิจกรรม แข่งขันร้องเพลง ลูกทุ่ง และ มีทแอนด์กรี๊ด กับ อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง จากรายการ มาสเตอร์คีย์เวทีแจ้งเกิด ร้องถล่มดาว พ่วงดีกรีเจ้าของรางวัล “สุดยอดนักล่าฝัน ทรู อะคาเดมี แฟนเทเซีย ปี 2” (AF2) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-11 เมษายน 2562 หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน พร้อมชิงของรางวัลมากมาย และ โอกาสในการออกรายการทีวี แน่นอน!! วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน นี้ ที่ Jas Urban ศรีนครินทร์

โดยจะมีศิลปินชื่อดังผู้มีประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปี ‘อ๊อฟ-ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ’ จาก รายการ มาสเตอร์คีย์ เวทีแจ้งเกิด ร้องถล่มดาว พร้อมด้วย ‘ครูปู ประภัสสร เทียมประเสริฐ’ ผู้อำนวยการ สถาบันสอนร้อง-ดนตรี และเจ้าของรางวัลโทรทัศน์ทองคำ สาขาเพลงประกอบละครยอดเยี่ยม คุณครูสอนขับร้องจาก KPNสาขา Jas Urban ศรีนครินทร์ และ ‘คุณวิน อภิชิต รัตนพงษ์’ Executive Producer ค่ายภาพยนตร์ ดูท จะร่วมเป็นกรรมการการตัดสิน และให้ความรู้กับผู้เข้าแข่งขัน เพื่อความพร้อมสู่สายอาชีพนักร้อง

โดยงานนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการมากมาย  อาทิ ศูนย์การค้า Jas Urban ศรีนครินทร์, สถาบัน KPN สาขา Jas Urban ศรีนครินทร์, สถาบันสอนขับร้อง-ดนตรี โดย ครูปู ประภัสสร เทียมประเสริฐ, ค่ายภาพยนตร์ DUDE ครู วิน อภิชิต, The Wind Holiday hotel , PPL บริษัท พีพีแอล ซิสเต็ม จำกัด โทร 029070088 โดย นางพูนศรี ลิ้มวิวัฒน์กุลสถาบันติวTACK Team  โดย ครูหน่า โทร 083-8533321, เพชรการแว่น จังหวัดเพชรบุรี โดยคุณ ยุวดี โทร 032-426797

ไททา แนะพรรคการเมือง ชูนโยบายเกษตรปลอดภัย 0 6512

สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย แนะพรรคการเมืองไทย หยุดนโยบายประชานิยม ชี้ควรชูนโยบายหลัก เร่งสนับสนุนภาคเกษตรกรรม เน้นการเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ นำรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน

ดร. วรณิกา นาควัชระ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย (ไททา) เปิดเผยว่า รายได้จากภาคเกษตรคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP โดยมีพืชเศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศมากมายหลายชนิด อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา ทุเรียน มังคุด แต่ปัจจุบันยังขาดการบริหารจัดการที่ดี ขาดการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในหลายด้าน และไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ควรจะเป็น

“ภาครัฐบาลได้พยายามส่งเสริมให้ ประเทศไทย เป็น ครัวของโลก แต่ ไททา กลับมองว่า ประเทศไทยจะต้องเป็น จุดศูนย์กลางของอาหารโลก ที่มีคุณภาพและพัฒนาให้เป็น แบรนด์ของประเทศ ในอนาคต ทั้งนี้ การบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่จุดเริ่มต้น เกษตรกร ปัจจัยการผลิต ระบบการเพาะปลูก การส่งเสริมและสนับสนุน จนถึงการตลาดและจัดจำหน่าย ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงอยากให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หยุดนโยบายประชานิยม เพ้อฝัน หันมาพิจารณา แนวทางที่เป็นจริงและก่อประโยชน์ต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะนโยบายภาคการเกษตร อันเป็นรายได้หลักของประเทศ” ดร. วรณิกา กล่าว

สำหรับขอเสนอ 3 นโยบายหลักด้านการเกษตรที่อยากให้พรรคการเมืองนำไปชูเป็นนโยบายพรรค ได้แก่

1. เกษตรกรสร้างชาติ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรอย่างเป็นระบบ ประสานร่วมกับภาคเอกชน อุตสาหกรรม และรัฐ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติได้จริง รวมทั้ง เชิญนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในสาขาต่าง ๆ ที่มีประสบการณ์ เข้ามาพัฒนาภาคการเกษตร ไม่ใช่ให้ผู้ที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์มาบริหารหรือจัดการภาคเกษตร

2. เกษตรมาตรฐาน GAPใช้สารเคมีปลอดภัย ส่งเสริมความรู้การเกษตรมาตรฐาน GAP ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ในหลายประเทศใช้มาตรฐานนี้ในการกีดกันสินค้าจากไทย ปัจจุบัน ภาครัฐให้เกษตรกรใช้มาตรฐาน GAP โดยสมัครใจ ควรกำหนดให้เป็นมาตรฐานหลักที่ทุกภาคเกษตรต้องปฏิบัติ และ

3. ราคากลางสินค้าเกษตร ปัจจุบัน ภาครัฐมีการกำหนดราคากลางสินค้าในหลายประเภท จึงอยากพิจารณาราคากลางสินค้าเกษตรบ้าง ตามความเหมาะสม เพื่อผลประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้บริโภค

“ปัญหาหลักของภาคเกษตรไทย คือ ยังหลงประเด็นกับการจัดการปัญหาที่ไม่ตรงจุด เรียกได้ว่า เป็นการแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ อาทิ การระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรระดับประเทศ ควรให้ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ กลับให้หน่วยงานอื่นที่ขาดความรู้ ข้อเท็จจริง และข้อมูลวิทยาศาสตร์มาตัดสิน หรือ การสร้างโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร ควรพัฒนาเกษตรมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติได้รับการยอมรับทั่วโลก ให้ความรู้เกษตรกรในการเพาะปลูกทุกขั้นตอนให้มีความปลอดภัย โดยใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม ถูกต้อง ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละคน หากใครไม่ต้องการใช้สารเคมีก็มีแนวทางแนะนำ หากใครต้องการใช้สารเคมีก็มีวิธีการควบคุม เหมือนการทำงานของแต่ละคน บางคนขับรถ บางคนนั่งรถเมล์ บางคนนั่งรถไฟฟ้า บางคนเดินไปทำงาน ภาครัฐไม่สามารถบังคับให้ทุกคนนั่งรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละคนต่างกัน ดังนั้น การกำหนดแนวทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย วันนี้” ดร. วรณิกา กล่าวสรุป