เปิดตัว ฟ้าทอฝัน ชุด เข้าใจ… เพื่อเข้าถึง 0 682

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดตัวภาพยนตร์แอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติ “ฟ้าทอฝัน The Inspiring King” ชุดที่ 3 ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ อย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระปรีชาสามารถด้านทรัพย์สินทางปัญญา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร น้อมนำแนวคิดจาก “ฟ้า” สู่ “ฝัน” ที่เป็นจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ปวงชนชาวไทย สามารถรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ยูทูบ “ฟ้าทอฝัน” พร้อมกันทั่วประเทศ

นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “ภาพยนตร์แอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติเรื่อง “ฟ้าทอฝัน The Inspiring King” จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านในพระปรีชาสามารถด้านทรัพย์สินทางปัญญา อีกหนึ่งในพระวิริยอุตสาหะ ที่ทรงคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน อันเป็นประโยชน์ สร้างความสุข สร้างขวัญกำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พสกนิกรชาวไทย”

ในปี 2558 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ริเริ่มโครงการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติ “ฟ้าทอฝัน The Inspiring King” ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง จึงทำให้ในปี 2560 กรมฯ ได้จัดทำภาพยนตร์แอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติ “ฟ้าทอฝัน The Inspiring King ชุดที่ 3 ซึ่งมีจำนวน 4 ตอน ได้แก่

  • ตอนที่ 1 เรื่อง หยั่งลึกและยั่งยืน
  • ตอนที่ 2 เรื่อง จากหนึ่งจนถึงฝัน
  • ตอนที่ 3 เรื่อง ปลุกไฟด้วยเสียงเพลง และ
  • ตอนที่ 4 เรื่อง เราจะฝ่าข้ามไป

ซึ่งมีเนื้อหาสาระที่จะทำให้ผู้รับชมเข้าใจถึงประโยชน์ของโครงการในพระราชดำริได้โดยง่าย โดยมีการดำเนินเรื่องราวผ่านคนรุ่นใหม่ ซึ่งประกอบด้วยตัวละครหลัก 4 ตัว ได้แก่ ตะวัน กรุณา ข้าวปุ้น และต้นน้ำ ที่ได้น้อมนำแนวคิดและแรงบันดาลใจจากผลงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในการดำรงชีวิตและการทำงานจนสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยดี

โดยชื่อ “ฟ้าทอฝัน” สื่อความหมายได้ว่า ผลงานทรัพย์สินทางปัญญาและแนวความคิดของพระองค์ท่านเปรียบเสมือน “ฟ้า” ที่สร้างแรงบันดาลใจแก่พสกนิกร เมื่อน้อมนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็จะเกิดกำลังใจ บันดาล “ฝัน” ให้เป็นจริง เกิดความสุข ความเจริญต่อบุคคลที่ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ

กระทรวงพาณิชย์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาพยนตร์แอนิเมชันเฉลิมพระเกียรติฯ ชุดนี้ จะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกร ทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ตลอดจนสร้างค่านิยมในการเคารพสิทธิและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ สามารถรับชมได้ในช่องยูทูป (YouTube Channel) “ฟ้าทอฝัน The Inspiring King” โดยเริ่มรับชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กรมการค้าภายในเร่งพัฒนาสินค้าอินทรีย์ไทย 0 4806

กรมการค้าภายในจัดงาน ORGANIC SELECT งานแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์และธรรมชาติเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยยกระดับเข้าสู่งานระดับนานาชาติ

นางสาวสุทัศนีย์ ราชเรืองระบิน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมอินทรีย์ ประมาณ 0.357 ล้านไร่ เป็นลำดับที่ 3 ในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่มีการบริโภคสินค้าอินทรีย์สูงถึงประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภายในประเทศ 900 ล้านบาท และตลาดต่างประเทศ 2,100 ล้านบาท

โดยตลาดอินทรีย์ในภูมิภาคยุโรปเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย มูลค่าการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 0.07 ของมูลค่าตลาดโลก ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสขยายตลาดเกษตรอินทรีย์อีกมากทั้งการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก กรมการค้าภายใน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจและบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดตลาดเกษตรอินทรีย์ตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการตลาดสินค้าอินทรีย์ ปี 2560-2564 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ไทยเป็นผู้นำด้านการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน

ทั้งนี้ทางกรมฯได้จัดงาน “ORGANIC SELECT” ขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้า เจเจ มอลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร/ผู้ประกอบการอินทรีย์ไทย และเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่งานระดับนานาชาติ BIOFACH Southeast Asia 2019 และ NATURAL EXPO Southeast Asia 2019 ซึ่งกรมฯ จะจัดร่วมกับบริษัท นูเรมเบิร์ก เมสเซ่ จำกัด ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2562

“การขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจเข้าสู่ประเทศได้นั้น ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หมายรวมถึงภาคประชาชนในประเทศที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก ตลาดสินค้าอินทรีย์ของไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ซึ่งมีผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราจะก้าวไปสู่ตลาดในภูมิภาคและของโลกได้อย่างแน่นอน” รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเสริม

หมอพืช ซินเจนทา สนับสนุนนโยบายรัฐ สานฝัน วันอาหารโลก 0 7789

ซินเจนทา ขอบคุณ เกษตรกรไทยทุกคน ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลก พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทย นำนวัตกรรม เทคโนโลยี มาช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จัดการฟาร์ม เพื่อให้เกษตรกรผลิตอาหารได้อย่างยั่งยืน

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา กล่าวเนื่องใน วันอาหารโลก ประจำปี พ.ศ. 2561 ว่า “ซินเจนทา ในฐานะเป็นองค์กรชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์พืช และส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการ และต้องทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคนั้นมีความปลอดภัย ตั้งแต่ระบบการผลิตวัตถุดิบจากแปลงเกษตรกร จนถึงอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อาหาร”

ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลใจเรื่องสารตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร แต่เมื่อนำหลักวิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD มาประเมินความเสี่ยงร่วมกับการบริโภคอาหารแต่ละชนิดในแต่ละวันตลอดชั่วอายุขัยของคนไทยแล้ว พบว่าค่ามาตรฐาน MRLs หรือ ค่าปริมาณสารตกค้างสูงสุดที่สามารถมีได้ กำหนดไว้ต่ำกว่าจุดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็น 100 เท่าในผู้ใหญ่ และ 1,000 เท่าในเด็ก

กรณีที่พบว่า ผลผลิตมีสารตกค้างเกินค่า MRLs ต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่า ค่าตัวเลขที่เกินนั้น เกินจุดที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ และบริโภคผลผลิตนั้นซ้ำหรือต่อเนื่องทุกวันหรือไม่ ทั้งนี้ สามารถนำตัวเลขที่ตรวจพบมาวิเคราะห์และพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานภาครัฐที่คอยติดตาม กำกับ ดูแล เฝ้าระวัง พืชผัก อาหาร ผลไม้ และประเมินความเสี่ยงต่อการบริโภคของคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพบว่า ปัจจุบัน ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมและวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน การให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในการใช้สารฯ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุด เป็นวิธีการปฏิบัติที่ทุกประเทศทั่วโลกยอมรับว่า จะช่วยลดปริมาณการใช้สารฯ ลดความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ รวมถึง จะช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคได้ด้วย

“ซินเจนทา พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้ากับทุกภาคส่วน เพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางอาหาร ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้มแข็งต่อไป ดังคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ที่กล่าวว่า “We can’t have a secure future of food if we don’t support our farmers. They are our hero” เกษตรกร คือ วีรบุรษตัวจริงของวันอาหารโลก” หมอพืช วัชรีภรณ์ กล่าวสรุป