เชฟกระทะหล่อ “หัวม้าลาย” 0 403

หัวม้าลาย นำทัพเชฟหล่อ สร้างความเชื่อมั่น สินค้าระดับ Food Grade 304 หวังเอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยจุดเด่น ทนสนิม สุกทั่ว ทำความสะอาดง่าย เพียงพิมพ์ Hashtag #เชฟกระทะหล่อ #อยากชวนคุณทำอาหาร #หัวม้าลาย #โฆษณาจริง #notiein #ของดีโชว์เลย 

เมื่อแบรนด์เครื่องครัวสเตนเลสสตีลที่อยู่คู่ครัวไทยมากว่า 50 ปี ขอบุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาเครื่องครัวที่ตอบโจทย์
ความต้องการและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ภายใต้การนำของคุณเอกชัย ยังวาณิช รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ 
บริษัท เสถียรสเตนเสลสตีล จำกัด (มหาชน) ผู้มีความผูกผันกับแบรนด์เครื่องครัวหัวม้าลายมาตั้งแต่เด็ก

เนื่องจากเป็นธุรกิจของ
ครอบครัวที่เขาซึบซับและเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ จาก Lehigh University ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเอกชัยได้กลับมาดูแลธุรกิจของทางบ้าน ควบคู่กับการศึกษาต่อระดับปริญญาโทคณะพาณิชยศาสตร์และ
การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จวบจนปัจจุบันคุณเอกชัยได้เข้ามาบริหารแบรนด์อย่างเต็มตัว

โดยกลยุทธ์ที่นำมาใช้ได้แก่ ‘การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าไว้ใจในคุณภาพของสินค้า’ เนื่องจากหัวม้าลายให้ความสำคัญกับการคัดเกรดวัสดุของ Stainless Steel ต้องเป็นระดับ Food Grade เกรด 304 ซึ่งเหมาะที่สุดสำหรับอุปกรณ์เครื่องครัว อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้ดี ป้องกันสกระบวนการผลิตและวัสดุที่ใช้ได้มาตรฐานและมีขั้นตอนที่ปราณีต ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกสู่ตลาดต้องได้รับการรับรองว่าดีที่สุดเท่านั้น

เช่นเดียวกับการนำเกมด้วย ‘นวัตกรรม’ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องครัวใหม่ๆ ที่ดีขึ้น จากเดิมหัวม้าลายมีผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่รายการ ปัจจุบันหัวม้าลายมีผลิตภัณฑ์เครื่องครัวทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย

  1. อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร
  2. อุปกรณ์ประกอบอาหาร
  3. อุปกรณ์จัดเก็บและถนอมอาหาร
  4. หม้อและกระทะ และ
  5. อุปกรณ์จัดเลี้ยง

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบ อย่างสวยงามและสอดคล้องกับการใช้งานที่รองรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย

และเพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์เครื่องครัวชั้นนำ แคมเปญล่าสุดของหัวม้าลาย “เชฟกระทะหล่อหัวม้าลาย” จึงถือโอกาสนี้ส่งผ่านเครื่องครัวคุณภาพสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงที่หัวม้าลายใช้กับเครื่องครัว เพราะคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องครัว Stainless Steel หัวม้าลาย กระทั่งเกิดการบอกต่อและใช้สินค้าอย่างต่อเนื่อง บวกกับความมั่นใจในนวัตกรรมที่นำออกสู่ตลาด ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

โดยหม้อและกระทะ Stainless Steel ตัวล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมโครงสร้างพิเศษ 3 ชั้น ช่วยกระจายความร้อนได้ดี ร้อนเร็วและทั่วถึง หมดปัญหาเรื่องอาหารสุกไม่ทั่ว สามารถทำอาหารได้ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ไม่ว่าจะผัดหรือทอด อาหารก็เสร็จภายในพริบตา ช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร และที่สำคัญยังทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องรอเย็นแล้วค่อยล้าง และไม่ต้องทาน้ำมันเคลือบภาชนะเวลาไม่ใช้ เรียกได้ว่าหัวม้าลายจัดเต็มเพื่อคนรุ่นใหม่ทั้งใช้งานง่าย ปรุงอาหารอร่อย และทุ่นเวลาเข้าครัว

ทั้งนี้ หัวม้าลาย ต้องการใช้แคมเปญเชฟกระทะหล่อ ช่วยเพื่อส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านแฮชแท็ก #เชฟกระทะหล่อ #อยากชวนคุณทำอาหาร #หัวม้าลาย #โฆษณาจริง #notiein #ของดีโชว์เลย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 6691

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป

ซินเจนทา เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” 0 5441

ซินเจนทา ร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าทั่วประเทศไทย เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ชูหลัก 5 ช. ตั้งเป้าสร้างความเข้ารู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกรใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างถูกต้อง
หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ซินเจนทา ยึดหลักดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และได้มอบหมายให้ หมอพืช หรือ Stewardship เป็นผู้ที่คอยวิเคราะห์ ตรวจสอบ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถดูแล ป้องกัน และรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง ได้จัดแผนรณรงค์ส่งเสริมความรู้อย่างครบวงจร โดยเปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ประจำภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าผลิตภัณฑ์และบริการเกษตรกรรม

“ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ดำเนินการให้ความรู้โดย หมอพืช ซินเจนทา นำหลักปฎิบัติมาตรฐาน 5 ช. เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ประกอบด้วย 1) ชัวร์ อ่านและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ 2) ใช้ กระบวนการขนส่ง ผสม พ่น และจัดเก็บ ต้องระมัดระวัง 3) เช็ค ดูแลอุปกรณ์และเครื่องพ่นให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4) ชุด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสมและถูกต้อง 5) ชำระ ปฎิบัติตนให้มีสุขอนามัยดีอยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งโครงการในแผนการเติบโตอย่างยั่งยืน (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) คาดว่า พื้นที่เกษตรกรรมไทยอย่างน้อย 50 ล้านไร่ หรือร้อยละ 33 จากพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 149 ล้านไร่ จะเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมีสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

“เป้าหมายสำคัญของการเปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อการใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อสุขภาพ (Health & Safety) โดยเริ่มต้นจากกลุ่มร้านค้ารายใหญ่ 80 ราย ขยายผลไปอีก 1,600 สาขาย่อยทั่วประเทศ และสามารถส่งต่อความรู้ไปยังกลุ่มเกษตรกรได้ถึง 500,000 ราย กลยุทธ์สำคัญของแผนงานนี้คือ กลุ่มร้านค้าพันธมิตร เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางการกระจายปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดเกษตรกร จึงเป็นการง่ายในการถ่ายทอดความรู้ ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วภูมิภาค และสร้างความมั่นใจในวิธีการใช้สารฯ อย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป