เชฟกระทะหล่อ “หัวม้าลาย” 0 489

หัวม้าลาย นำทัพเชฟหล่อ สร้างความเชื่อมั่น สินค้าระดับ Food Grade 304 หวังเอาใจคนรุ่นใหม่ ด้วยจุดเด่น ทนสนิม สุกทั่ว ทำความสะอาดง่าย เพียงพิมพ์ Hashtag #เชฟกระทะหล่อ #อยากชวนคุณทำอาหาร #หัวม้าลาย #โฆษณาจริง #notiein #ของดีโชว์เลย 

เมื่อแบรนด์เครื่องครัวสเตนเลสสตีลที่อยู่คู่ครัวไทยมากว่า 50 ปี ขอบุกตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาเครื่องครัวที่ตอบโจทย์
ความต้องการและไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ภายใต้การนำของคุณเอกชัย ยังวาณิช รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ 
บริษัท เสถียรสเตนเสลสตีล จำกัด (มหาชน) ผู้มีความผูกผันกับแบรนด์เครื่องครัวหัวม้าลายมาตั้งแต่เด็ก

เนื่องจากเป็นธุรกิจของ
ครอบครัวที่เขาซึบซับและเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ จาก Lehigh University ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณเอกชัยได้กลับมาดูแลธุรกิจของทางบ้าน ควบคู่กับการศึกษาต่อระดับปริญญาโทคณะพาณิชยศาสตร์และ
การบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จวบจนปัจจุบันคุณเอกชัยได้เข้ามาบริหารแบรนด์อย่างเต็มตัว

โดยกลยุทธ์ที่นำมาใช้ได้แก่ ‘การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าไว้ใจในคุณภาพของสินค้า’ เนื่องจากหัวม้าลายให้ความสำคัญกับการคัดเกรดวัสดุของ Stainless Steel ต้องเป็นระดับ Food Grade เกรด 304 ซึ่งเหมาะที่สุดสำหรับอุปกรณ์เครื่องครัว อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้ดี ป้องกันสกระบวนการผลิตและวัสดุที่ใช้ได้มาตรฐานและมีขั้นตอนที่ปราณีต ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกสู่ตลาดต้องได้รับการรับรองว่าดีที่สุดเท่านั้น

เช่นเดียวกับการนำเกมด้วย ‘นวัตกรรม’ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องครัวใหม่ๆ ที่ดีขึ้น จากเดิมหัวม้าลายมีผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่รายการ ปัจจุบันหัวม้าลายมีผลิตภัณฑ์เครื่องครัวทั้งหมดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมทุกความต้องการ ประกอบด้วย

  1. อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร
  2. อุปกรณ์ประกอบอาหาร
  3. อุปกรณ์จัดเก็บและถนอมอาหาร
  4. หม้อและกระทะ และ
  5. อุปกรณ์จัดเลี้ยง

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบ อย่างสวยงามและสอดคล้องกับการใช้งานที่รองรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย

และเพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์เครื่องครัวชั้นนำ แคมเปญล่าสุดของหัวม้าลาย “เชฟกระทะหล่อหัวม้าลาย” จึงถือโอกาสนี้ส่งผ่านเครื่องครัวคุณภาพสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรรมและเทคโนโลยีชั้นสูงที่หัวม้าลายใช้กับเครื่องครัว เพราะคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องครัว Stainless Steel หัวม้าลาย กระทั่งเกิดการบอกต่อและใช้สินค้าอย่างต่อเนื่อง บวกกับความมั่นใจในนวัตกรรมที่นำออกสู่ตลาด ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

โดยหม้อและกระทะ Stainless Steel ตัวล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมโครงสร้างพิเศษ 3 ชั้น ช่วยกระจายความร้อนได้ดี ร้อนเร็วและทั่วถึง หมดปัญหาเรื่องอาหารสุกไม่ทั่ว สามารถทำอาหารได้ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ไม่ว่าจะผัดหรือทอด อาหารก็เสร็จภายในพริบตา ช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหาร และที่สำคัญยังทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องรอเย็นแล้วค่อยล้าง และไม่ต้องทาน้ำมันเคลือบภาชนะเวลาไม่ใช้ เรียกได้ว่าหัวม้าลายจัดเต็มเพื่อคนรุ่นใหม่ทั้งใช้งานง่าย ปรุงอาหารอร่อย และทุ่นเวลาเข้าครัว

ทั้งนี้ หัวม้าลาย ต้องการใช้แคมเปญเชฟกระทะหล่อ ช่วยเพื่อส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านแฮชแท็ก #เชฟกระทะหล่อ #อยากชวนคุณทำอาหาร #หัวม้าลาย #โฆษณาจริง #notiein #ของดีโชว์เลย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4285

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4856

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561