Countdown ปีใหม่ กับคอนเซ็ปต์ “ซุปเปอร์ โซนิกซ์ สเปซ” (Super Sonic Space) ใจกลางเมือง 0 562

AIS Bangkok & Thailand Countdown 2018 
มอบความสุขให้กับคนไทย นับถอยหลังพร้อมกัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 12 สาขาทั่วประเทศ ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่กับที่สุดของงานเคาท์ดาวน์ ปั้นพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นแลนด์มาร์คแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี จัดคอนเสิร์ตคับคั่ง เนรมิตยานอวกาศใจกลางเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซุปเปอร์ โซนิกซ์ สเปซ” (Super Sonic Space) จัดเต็ม แสง สี เสียง เตรียมรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 150 ล้านคน

งาน Thailand Countdown 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ซุปเปอร์ โซนิกซ์ สเปซ” (Super Sonic Space) จะพาทุกคนเดินทางสู่โลกใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน ตกแต่งจัดเต็มเน้นเทคโนโลยี แสง สี หยิบยกเรื่องราวของโลกอวกาศมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเวทีและครีเอทโชว์ สร้างสีสันและมิติใหม่ของงานเคาท์ดาวน์ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยขนทัพศิลปินชื่อดังกว่า 140 ชีวิต ร่วมส่งความสุขพร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านการถ่ายทอดสดงาน AIS Bangkok Countdown 2018 @CentralWorld ทางช่อง 3SD ตั้งแต่เวลา 22.30 น. และช่อง 3HD ตั้งแต่เวลา 23.30 – 00.30น. หรือสามารถรับชมแบบ Multi View ผ่านแอปพลิเคชัน AIS PLAY ตั้งแต่เวลา 18.30 – 00.30 น. หรือ ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 นี้

ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท มาสเตอร์การ์ด ประเทศไทย จำกัด, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด, บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA), บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

เตรียมฉลองต้อนรับปีใหม่ในศูนย์การค้าของซีพีเอ็น 12 สาขาทั่วประเทศ คือ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี, เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช, เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช , เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย , และเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา

ไฮไลท์สำคัญยังคงอยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ปีนี้ขยายเวทีให้ใหญ่ขึ้น ยาวถึง 80 เมตร เพิ่มกิจกรรมสลับเปลี่ยนกับคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย รวมทั้งกิจกรรมพิเศษจากทางเอไอเอส ที่ยกบูธถ่ายรูปสุดชิคมาในธีม Aunjai The Next Generation ให้ลูกค้าได้แชร์และส่งต่อความสุขกันบนโลกโซเชียลได้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม นอกจากนี้ในคืนวันที่ 31 ธันวาคมยังมีของขวัญ Limited Edition มามอบให้แก่ผู้เข้าร่วมงานอีกด้วย

ทั้งนี้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเพิ่มสถานที่จัดงานเคาท์ดาวน์ขึ้นเป็น 12 สาขาทั่วประเทศ โดยเน้นกระจายให้ครบทุกภาคเพื่อส่งมอบความสุขและขอบคุณลูกค้าตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ตั้งเป้าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในช่วงเทศกาลแห่งความสุขในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นช่วงสิ้นปีนี้ กว่า 50 ล้านคน โดยเร่งประสานกับทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมความพร้อมทั้งด้านการคมนาคม ความสะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน ที่จอดรถ และบริการต่างๆโดยเฉพาะร้านค้าและห้องน้ำจำนวนมากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน และตอกย้ำภาพความเป็น Center of Life ศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่จัดงานสำคัญในทุกเทศกาล สร้างความสุขให้แก่คนในทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางศิวลี บูรณสงคราม ผู้จัดการส่วนงานบริหารแบรนด์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้เตรียมพร้อมเครือข่ายและบริการให้ทุกท่านสามารถสื่อสาร อวยพร ส่งความสุขจากใจถึงใจได้อย่างไม่ติดขัด ไม่ว่าท่านจะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมด้วยการมอบความสุขแก่ลูกค้า ร่วมกับเครือเซ็นทรัล กับ แคมเปญ AIS Festival of Happiness 2018 ตลอดเดือนธันวาคม 60 จนถึง มกราคม 61 ให้ได้ทั้งช็อป ชิม ชิลล์ เพื่อให้ได้ส่งมอบของขวัญ ของฝาก และพลังแก่คนที่รักจากความพิเศษที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ คัดสรรมาให้อย่างมากมาย เหมาะสมกับเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง

ปิดท้ายด้วยของขวัญชิ้นพิเศษกับสุดยอดมหกรรมเคาท์ดาวน์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี กับ “AIS Bangkok Countdown 2018 @ CentralWorld” ในค่ำคืนวันที่ 31 ธ.ค. 60 ที่มีกิจกรรมให้มาถ่ายรูป Share ความสุขแบบรัวๆ ก่อนร่วมนับถอยหลังเข้าพร้อมกับ Presenter จากครอบครัวเอไอเอส ไม่ว่าจะเป็น เป๊ก-ผลิตโชค, น้องทอม และ Room39, เจมส์-จิรายุ และแน่นอนว่า ลูกค้าเอไอเอสจะสามารถ ชม Live แบบ Multi View ผ่าน App AIS Play และกล่อง AIS Play Box กับบรรยากาศงาน AIS Bangkok Countdown 2018 @ CentralWorld ให้ Countdown ไปพร้อมกันได้ ตั้งแต่เวลา 18.30 น. ของ วันที่ 31 ธ.ค. 60 จนถึง เที่ยงคืนครึ่งของ วันที่ 1 ม.ค. 61

ร่วมทะยานเข้าสู่ปีใหม่ไปกับงาน AIS Bangkok & Thailand Countdown 2018 ได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี, เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช, เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช , เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย , และเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2560 นี้

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4288

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

นนทบุรี เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่รับปีใหม่ “แอ่งเล็ก” เชื่อม “แอ่งใหญ่” 0 4946

พช. เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 6 อำเภอ จ. นนทบุรี ปั้นแหล่งท่องเที่ยว “แอ่งเล็ก” เชื่อม “แอ่งใหญ่”

กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี หนึ่งในโครงการสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่รวบรวมของดี วิถีเด่น จากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ภายใต้แผนพัฒนาประเทศ “ไทยนิยม ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งสร้างรายได้ ความเจริญ และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการกับภาครัฐมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน

นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “จังหวัดนนทบุรี ประกอบไปด้วยชุมชนเป้าหมาย จำนวน 30 หมู่บ้าน จาก 19 ตำบล ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ. บางกรวย อ. บางใหญ่ อ. บางบัวทอง อ. ปากเกร็ด และ อ.ไทรน้อย และทั้งหมดได้ผ่านการสำรวจข้อมูลชุมชนและคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาแล้วว่า มีเอกลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว และวิถีถิ่นที่น่าสนใจ สมควรแก่การส่งเสริมและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองหลัก เมืองรอง แอ่งใหญ่ และแอ่งเล็ก พัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญต่อไป สำหรับกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้ง 6 อำเภอ เปรียบเสมือนการเปิดประตูเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ ให้รู้จักกับหมู่บ้านชุมชนเป้าหมายของจ. นนทบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ที่นำเอาอัตลักษณ์ และวิถีถิ่น นำเสนอผ่านแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์อาหาร การแสดงท้องถิ่น การสาธิตการทำสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มาเยี่ยมเยือน สืบทอดวิถีถิ่นให้เข้มแข็ง นำมาซึ่งรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างยั่งยืนอีกด้วย”

จังหวัดนนทบุรี ขอเชิญชวน “เที่ยวแอ่งเล็กเช็คอินนนทบุรี” ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนนทบุรี มาร่วมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี ที่คุณอาจยังไม่รู้อีกมากมาย สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี โทร. 02-580-0704