ประกาศผล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award 2017 ครั้งที่ 9 “MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences” 0 2794

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดพิธีประกาศผลรางวัล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award ครั้งที่ 9 ภายใต้ชื่องาน MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences เพื่อส่งเสริมและเชิดชูนักการตลาดไทยที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และให้สนับสนุนการพัฒนานักการตลาดไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล มีผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 40 ผลงาน จาก 30 องค์กรทั่วประเทศ

โดยมีเกณฑ์การตัดสินประเภทรางวัล “การตลาดยอดเยี่ยม” ประกอบด้วยการพิจารณา 4 ด้าน โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 10 ท่าน กล่าวคือ

  1. การออกแบบแนวคิด (Concept) ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ
  2. กลยุทธ์ด้านการตลาด (Strategy) มีจุดประสงค์ที่แน่นอนชัดเจนเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเลือกใช้ช่องทางและกลยุทธ์ที่เหมาะสม
  3. แผนการดำเนินงาน (Implementation) ผลงานแคมเปญสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำหนดไว้มาส่งเสริมคุณค่าของสินค้าทางด้านการตลาดและการขายได้เป็นอย่างดี มีแผนปฎิบัติการที่ สามารถสร้างแรงจูงใจ และมีความน่าสนใจ
  4. ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ และต่อตราสินค้า (Results) แคมเปญที่นำเสนอต้องเชื่อถือได้ มีหลักฐานพิสูจน์ได้และมีผลต่อการสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง ประสบความ สำเร็จทั้งด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถวัดผลได้

รายนามผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดมีดังนี้

1. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอาหารและร้านอาหาร (Food)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ออล โคโค กรุ๊ป จำกัด ชื่อผลงาน All Coco Café
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน ไม่ดีจริง ไม่ถึงมือคุณ Uncompromising Quality
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ แบรนด์ Sizzler ภายใต้กลุ่ม Minor Food Group ชื่อผลงาน สุขในทุกคำ

2. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ไม่มีแอลกอล์ (Beverage Al /Non Al)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ส่งผลงานโดย Y&R Thailand ชื่อผลงาน น้ำดื่ม Crystal Same Things Could Be Different

3. องค์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและยารักษาโรค (Personal Care)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน รองเท้าแตะช้างดาว: ช้างดาวสไตล์ ChangDaoStyle
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน นันยางชูก้าร์ Nanyang Sugar

4. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์และสารเคมี (Industrial)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน What is your Challenge? จิตวิญญาณที่ท้าทาย ไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง

5. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง (Real estate & Construction)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน ชุดปลูกสวนแนวตั้ง DIY สวย ง่าย ตอบไลฟ์สไตล์ชาว GREEN
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน New Service Platform สำหรับช่างรายย่อย

6. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทการบริการ (Service)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน อาคารศาลาไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ในงาน อัสตานา เอ็กซ์โป 2017
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งผลงานโดย The Leo Burnett Group Thailand ชื่อผลงาน Pa-Sa-Thai Machine

7. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเพื่อสังคม (CSR)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน สร้างฝายในใจคน..สร้างชุมชนยั่งยืน
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ในเครือ SCG Packaging ชื่อผลงาน นวัตกรรมการปลูกต้นไม้ทนเค็ม..ดินอีสานสมบูรณ์ขึ้น เกษตกรมีรายได้ SCG มีไม้ผลิตกระดาษ

รางวัลพิเศษ: Marketing of the Year 2017 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม

และ มี 3 กลุ่มรางวัล ที่ไม่มีผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ คือ
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (Home Care)
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทร้านค้าปลีก (Retail)
องกร์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ส่วนบุคคล (Electronic)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ซินเจนทา โชว์ผลงาน พร้อมสนับสนุนงานประชุม International Conference on Biodiversity 2019 0 3667

งานประชุมวิชาการนานาชาติและนิทรรศการทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  (International Conference on Biodiversity) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2562  ณ เซนทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชันเซนเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอผลงานและเทคโนโลยีด้านความหลากหลายทางชีวภาพ นำไปสู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรและอาหาร

นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ หมอพืชและผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย ซินเจนทา เปิดเผยว่า “วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิศาสตร์เขตร้อน กำลังเป็นที่สนใจไปทั่วโลก เนื่องด้วยเป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แต่ปัจจุบันเกิดการสูญเสีย จากปัจจัยต่างๆมากขึ้น เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของชุมชน การใช้ปัจจัยทางการเกษตร โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง เพราะระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร สูญเสียสมดุล”

การเข้าร่วมจัดงานครั้งนี้ ซินเจนทา ตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะ ผึ้งและแมลงผสมเกสร ที่มีบทบาทหลักในระบบการผลิตอาหารและการเกษตร ร้อยละ 90 ของพืชอาหารทั่วโลก อาศัยการผสมเกสรของแมลงขนาดต่าง ๆ หากการผสมเกสรของพืชไม่เพียงพอ จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง คิดเป็นมูลค่า 17.3 ล้านล้านบาท หรือ 577 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ซินเจนทา จึงได้วิจัยและพัฒนาโครงการรักษาสมดุล สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ มากถึง 301 โครงการใน 39 ประเทศทั่วโลก ประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้มากกว่า 31,250 ไร่ และอบรมเกษตรกรไปแล้วกว่า 2,500 รายในปีที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย ซินเจนทา ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ และศูนย์ผึ้งจันทบุรี เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรี จัดทำ โครงการรักษ์ผึ้ง (Bee love project)  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสร้างความรู้ระหว่างเกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้ง ขยายผลไปยังกระบวนการผลิตทางการเกษตรด้วยการผสมเกสรของผึ้ง การใช้สารเคมีเกษตรได้อย่างถูกต้อง ถูกเวลา ลดผลกระทบต่อสุขภาพผึ้ง ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกัน เกษตรกรชาวสวนและผู้เลี้ยงผึ้งต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน มีผลผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้น และน้ำผึ้งมีคุณภาพดีได้มาตรฐาน และในเร็วๆ นี้ ซินเจนทา วางแผนจะก่อตั้งศูนย์เรียนรู้รักษ์ผึ้ง และร่วมกับชุมชนสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารของผึ้งและแมลงผสมเกสรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและนครสวรรค์

“การแก้ไขปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ จำเป็นต้องใช้เวลา และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซินเจนทา  พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านเกษตรและอาหาร มาใช้พัฒนาและช่วยเหลือเกษตรกร ควบคู่ไปกับการปกป้องรักษาโลกให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป

องค์กรเกษตรทั่วโลก ประกาศจุดยืน เน้นนวัตกรรมและสร้างเครือข่าย เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการให้แก่ประชาคมโลก 0 6663

องค์กรเกษตรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประกาศจุดยืนนำนวัตกรรมการและเทคโนโลยีตลอดกระบวนการผลิตอาหารและการเกษตรในงานสัมมนาธุรกิจเพื่อสังคมระดับนานาชาติด้านอาหารและเกษตรกรรม ครั้งที่ 6 หรือ The 6th Responsible Business Forum on Food and Agriculture (RBF)

องค์กรเกษตรร่วมพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจ Uberfarm ให้บริการด้านการเพาะปลูก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาปรับปรุงผลผลิตและการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในอนาคต

นายมัลคอล์ม เพรสตัน ศาสตราจารย์อาวุโส วิทยาลัยการจัดการเคลล็อก และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวในพิธีปิดงานว่า “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ และเชื่อมั่นในการประสานความร่วมมือระหว่างกันของพันธมิตร”

นางกันธวี คาธิเรสาน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ กล่าวถึงความจำเป็นของนวัตกรรม อันเป็นความท้าทายในกระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนว่า “ทุกหน่วยงาน ต้องนำนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งเป็นการยกระดับคุณภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า เริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงบนโต๊ะอาหารของผู้บริโภค”

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ได้แบ่งปันแนวคิดและแนวทางในการจัดการปัญหาหลากหลายด้าน ครอบคลุมอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร อาทิ การตรวจสอบและติดตาม นวัตกรรมการบริหารเงิน การบริหารความสูญเสียของอาหาร สิทธิมนุษยชน เสริมพลังสตรี และความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการสนทนาพิเศษใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์นม ประมง ผักและผลไม้

งานสัมมนา RBF จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศไทยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รวมทั้งสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนประจำปี พ.ศ. 2562 โดยรวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกด้านอาหาร ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ สอดคล้องกับแนวคิดหลักของอาเซียนประจำปีนี้ที่ว่า “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน”

นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลได้มุ่งมั่นดำเนินงานผ่านโครงการ เมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งภูมิภาคอาเซียน”

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Regina Cheah ผู้จัดการ โกลบอล อินนิชิเอทีฟ อีเมล regina.cheah@globalinitiatives.com