ประกาศผล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award 2017 ครั้งที่ 9 “MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences” 0 390

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดพิธีประกาศผลรางวัล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award ครั้งที่ 9 ภายใต้ชื่องาน MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences เพื่อส่งเสริมและเชิดชูนักการตลาดไทยที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และให้สนับสนุนการพัฒนานักการตลาดไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล มีผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 40 ผลงาน จาก 30 องค์กรทั่วประเทศ

โดยมีเกณฑ์การตัดสินประเภทรางวัล “การตลาดยอดเยี่ยม” ประกอบด้วยการพิจารณา 4 ด้าน โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 10 ท่าน กล่าวคือ

  1. การออกแบบแนวคิด (Concept) ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ
  2. กลยุทธ์ด้านการตลาด (Strategy) มีจุดประสงค์ที่แน่นอนชัดเจนเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเลือกใช้ช่องทางและกลยุทธ์ที่เหมาะสม
  3. แผนการดำเนินงาน (Implementation) ผลงานแคมเปญสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำหนดไว้มาส่งเสริมคุณค่าของสินค้าทางด้านการตลาดและการขายได้เป็นอย่างดี มีแผนปฎิบัติการที่ สามารถสร้างแรงจูงใจ และมีความน่าสนใจ
  4. ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ และต่อตราสินค้า (Results) แคมเปญที่นำเสนอต้องเชื่อถือได้ มีหลักฐานพิสูจน์ได้และมีผลต่อการสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง ประสบความ สำเร็จทั้งด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถวัดผลได้

รายนามผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดมีดังนี้

1. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอาหารและร้านอาหาร (Food)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ออล โคโค กรุ๊ป จำกัด ชื่อผลงาน All Coco Café
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน ไม่ดีจริง ไม่ถึงมือคุณ Uncompromising Quality
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ แบรนด์ Sizzler ภายใต้กลุ่ม Minor Food Group ชื่อผลงาน สุขในทุกคำ

2. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ไม่มีแอลกอล์ (Beverage Al /Non Al)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ส่งผลงานโดย Y&R Thailand ชื่อผลงาน น้ำดื่ม Crystal Same Things Could Be Different

3. องค์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและยารักษาโรค (Personal Care)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน รองเท้าแตะช้างดาว: ช้างดาวสไตล์ ChangDaoStyle
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน นันยางชูก้าร์ Nanyang Sugar

4. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์และสารเคมี (Industrial)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน What is your Challenge? จิตวิญญาณที่ท้าทาย ไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง

5. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง (Real estate & Construction)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน ชุดปลูกสวนแนวตั้ง DIY สวย ง่าย ตอบไลฟ์สไตล์ชาว GREEN
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน New Service Platform สำหรับช่างรายย่อย

6. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทการบริการ (Service)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน อาคารศาลาไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ในงาน อัสตานา เอ็กซ์โป 2017
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งผลงานโดย The Leo Burnett Group Thailand ชื่อผลงาน Pa-Sa-Thai Machine

7. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเพื่อสังคม (CSR)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน สร้างฝายในใจคน..สร้างชุมชนยั่งยืน
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ในเครือ SCG Packaging ชื่อผลงาน นวัตกรรมการปลูกต้นไม้ทนเค็ม..ดินอีสานสมบูรณ์ขึ้น เกษตกรมีรายได้ SCG มีไม้ผลิตกระดาษ

รางวัลพิเศษ: Marketing of the Year 2017 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม

และ มี 3 กลุ่มรางวัล ที่ไม่มีผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ คือ
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (Home Care)
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทร้านค้าปลีก (Retail)
องกร์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ส่วนบุคคล (Electronic)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลาง TWO WHEELS แห่งเอเชีย 0 3154

เอกชนไทยและต่างชาติ ลงนามความร่วมมือยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชีย จัดงาน ทู วีลส์ เอเชีย หรือ TWO WHEELS ASIA 2019 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด หรือ เก็คส์ บริษัทชั้นนำระดับนานาชาติด้านการจัดงานนิทรรศการแสดงสินค้า การประชุม และสัมมนา ในกลุ่มประเทศ CLMV เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าของเอเชียมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการจราจร การขยายตัวของชุมชนเมือง และปัญหามลภาวะ ทำให้พาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้า ซึ่งได้แก่ มอเตอร์ไซค์-มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, จักรยาน-จักรยานไฟฟ้า กลายเป็นรูปแบบการเดินทางที่กำลังได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย

ในปี 2017 ที่ผ่านมา ตลาดการส่งออกมอเตอร์ไซค์ของโลก มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 24.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศไทยมีการส่งออกสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองจากประเทศจีนซึ่งมีการส่งออกเป็นดันดับ 1 ด้วยมูลค่าการส่งออกกว่า 6.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 2 ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกกว่า 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และอันดับ 3 ได้แก่ประเทศเยอรมัน มีมูลค่าการส่งออกรวม 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ หากนับรวมเฉพาะกลุ่มประเทศ ตลาดเอเชียมีการส่งออกมอเตอร์ไซค์คิดเป็นอัตราร้อยละ 60 ของตลาดการส่งออกมอเตอร์ไซค์โลก

นอกจากนี้ ในปี 2018 คาดการณ์ว่า จะมีการผลิตมอเตอร์ไซค์ออกจำหน่ายทั่วโลกรวมกว่า 132.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยกลุ่มประเทศผู้ใช้งานหลักจะอยู่ในทวีปเอเชีย อาทิเช่น จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศ CLMVT โดยสินค้าที่มีบทบาทสำคัญและมีส่วนในการผลักดันการเติบโตของตลาด ได้แก่ กลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฮบริด มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์

โดยเฉพาะกลุ่มสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในเอเชีย คาดการณ์ว่า จะเข้ามามีส่วนแบ่งการครองตลาดรวมกว่า 85% คิดเป็นมูลค่า 19,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.9% ภายในปี 2025 โดยเหตุผลสำคัญมากจาก ความต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เสียค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาน้อย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ คือ แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการส่งอาหารสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นพาหนะหลัก

สำหรับประเทศไทย มีการผลิตมอเตอร์ไซค์และส่งออก คิดเป็นร้อยละ 15 ของการผลิตทั้งหมด ในด้านของผลิตภัณฑ์ และรุ่นสินค้า มอเตอร์ไซค์ในรูปแบบ Moped หรือ มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กมีอัตราการเติบโตลดลงเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ในขณะที่ มอเตอร์ไซค์เพื่อการกีฬาและการแข่งขันที่มีขนาดใหญ่ กลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 4-5% ต่อปี อย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางการผลิตเพื่อการส่งออกของประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนรูปแบบจากมอเตอร์ไซค์ประกอบสำเร็จ (Completely built-up หรือ CBU) ไปสู่รูปแบบการส่งชิ้นส่วนเพื่อไปประกอบในประเทศผู้ใช้งาน (Completely knocked-down หรือ CKD)

ตลาดจักรยานโลก คาดว่า ใน 5 ปีข้างหน้า ตลาดจักรยานจะมีมูลค่ากว่า 62 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 37% โดยจักรยานไฟฟ้าจะเข้ามามีบทบาทต่อการเติบโตของกลไกตลาดจักรยานโลก มีส่วนแบ่งตลาดที่ 38% มูลค่าตลาด 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024

สำหรับตลาดจักรยานในประเทศไทย คาดว่าปัจจุบันมีมูลค่าตลาดลดลงเหลือเพียง 5,000-5,500 ล้านบาท โดย 80% ของมูลค่าตลาดเป็นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ที่เหลือเป็นการผลิตและส่งออกจากโรงงานในประเทศไปยังกลุ่มประเทศในแถบยุโรป โดยปัจจุบันผู้นำเข้าจักรยาน รวมถึงผู้ประกอบการที่มีตราสินค้าเป็นของคนเอง เริ่มหาช่องทางการกระจายสินค้าและให้ความสำคัญกับตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนาม โดยใช้ความได้เปรียบด้านเขตพื้นที่การขายและสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายสินค้าเป็นหลัก

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เล็งเห็นช่องทางการทำตลาดด้านอุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าในกลุ่มประเทศ CLMVT ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 240 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตของหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังถือเป็นกลุ่มประเทศที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ทางธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

สำหรับการจัดงาน TWO WHEELS ASIA 2019 หรือ งานแสดงสินค้าและสัมมนาธุรกิจพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าแห่งเอเชีย ในครั้งนี้ เป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง บริษัท Global Exhibition and Convention Service จำกัด ประเทศไทย และ บริษัท AVANZA จำกัด ประเทศไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจาก สถาบันการเดินและการจักรยานไทย (TWCI) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล (เครือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) Bicycle United Magazine Asia และ Cycling Malaysia Magazine เพื่อยกระดับภาคการผลิต-การส่งออกอุตสาหกรรมพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าของประเทศไทย อาทิเช่น มอเตอร์ไซค์-มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์-สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า , จักรยาน-จักรยานไฟฟ้า รวมถึง อะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง จนถึงบริการด้านการดูแลรักษา การซ่อมแซม ให้กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียในอนาคต

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าเชื่อมโยงสอดคล้องกันทั้งภูมิภาคอีกด้วย เพื่อเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ บริษัทฯ จึงจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเดินทางโดยพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้าแห่งภูมิภาคเอเชีย

สำหรับงาน TWO WHEELS ASIA 2019 หรือ งานแสดงสินค้าและสัมมนาธุรกิจพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าแห่งเอเชีย ประกอบไปด้วย กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแสดงงานมากกว่า 150 บริษัท มีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 คน จากทั่วโลก สร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

ภายในงานดังกล่าว ยังมีส่วนสัมมนาระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันการเดินและการจักรยานไทย (TWCI) สมาชิกภายใต้ European Cycling Federation ในหัวข้อต่างๆ อาทิเช่น “Sustainable Development Goals & Sustainable Transport in Asia and Thailand” หรือ “I am not SUPERHERO, But I Can SAVE LIVES” หรือ “Stop Global Warming”

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมแสดงงาน กรุณาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณอาทิตย์ สองจันทึก ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด โทร. 02-0263583 หรือ อีเมล artit@gecsasia.com หรือ www.twowheelsasia.com

ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ครั้งที่ 26 การกลับมาของโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้พบกับสินค้าและบริการระดับพรีเมี่ยมจากทั่วโลก 0 3616

ยิ่งใหญ่ด้วยพื้นที่การจัดงานที่เพิ่มขึ้น 20% ทำให้ฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและบริการระดับพรีเมี่ยมที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้นำในอุตสาหกรรม
งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 26 โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 พร้อมยังคงความยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคในฐานะงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมอาหารและโรงแรมพรีเมี่ยมนานาชาติ ในปีนี้พบกับรูปแบบใหม่ของการจัดงานที่รวมพื้นที่ 3 ฮอลล์จัดงานเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้น 20% รองรับผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมจากผู้ร่วมจัดแสดงงานกว่า 400 ราย รวมทั้งพบกับกิจกรรมและงานสัมมนาใหม่สำหรับผู้เข้าร่วมชมงานและการดำเนินธุรกิจ

เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยและภูมิภาค งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จึงได้มีการขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา เป็น 18,000 ตารางเมตร เต็มพื้นที่การจัดงาน 3 ฮอลล์ (102-104) ของศูนย์ไบเทค บางนา ภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการระดับพรีเมี่ยมกว่า 1,500 แบรนด์ ที่รอให้ค้นพบ ผู้ร่วมชมงานจะสามารถสร้างความสัมพันธ์และพบกับผู้นำในธุรกิจอาหารและโรงแรมมืออาชีพในและต่างประเทศกว่า 400 ราย จาก 33 ประเทศ กับ 7 พาวิลเลี่ยนนานาชาติ ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจประกอบด้วย จีน อิตาลี ญี่ปุ่น (x3) โปแลนด์ และแอฟริกาใต้

นอกจากนั้นภายในงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ ยังมีการประชุมเกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมและเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ อาทิ งานประชุมสภาอุตสาหกรรมโรงแรมไทยครั้งที่ 20 การแข่งขันเชฟชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 24 งานสัมมนาสมาคมภัตตาคารไทย การแข่งขันวาดลวดลายศิลปะบนถ้วยกาแฟ การประกวดไวน์ครั้งที่ 14 และ สัมมนาไวน์ 2018 การแข่งขันผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ฝรั่งเศสและไวน์ไทย 2018 พร้อมพบกับ 5 กิจกรรมใหม่ที่พลาดไม่ได้ ทั้งการอบรมการทำไอศกรีมเจลาโต้โดย Carpigiani Gelato University การแข่งขันการสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากกาแฟผสมแอลกอฮอลล์ 2019 การสอนเชิงสาธิต คลาสสาเกและวิสกี้โดยสมาคมเครื่องดื่มมืออาชีพแห่งภูมิภาคอาเซียน และงานสัมมนาเรื่องการจัดการเรื่องการแพ้อาหารสำหรับธุรกิจอาหารและการจัดเลี้ยง

การกลับมาของงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้จะสูงถึง 3 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 30 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้น13.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดมีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 30% จาก 3.5 ล้านคน เป็น 1.6 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งสนใจที่จะท่องเที่ยวทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง

“ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นและมีการใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการมีการเติบโตพร้อมไปกับแนวโน้มในการพัฒนาและโอกาสทางธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มอาหารและโรงแรมที่สามารถขยายตัวจนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 ถือเป็นผู้นำในการจัดงานแสดงสินค้าอาหารและบริการพรีเมี่ยมระดับนานาชาติ และ ถือเป็นงานที่มีกานนำเสนอแนวคิดและแนวทางใหม่ๆ สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องมีการมองและก้าวไปข้างหน้าเพื่อการเติบโตและการพัฒนาในธุรกิจ” นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เรารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยมีการเติบโต และ ยังสร้างพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจกทั้งในและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด และ แนวทางการดำเนินธุรกิจตามแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุด”

งานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2561 เวลา 10.00-18.00 น. ฮอลล์ 102-104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมการจัดงานได้ที่ www.foodhotelthailand.com