ประกาศผล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award 2017 ครั้งที่ 9 “MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences” 0 831

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดพิธีประกาศผลรางวัล สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award ครั้งที่ 9 ภายใต้ชื่องาน MAT Award 2017: the REAL Marketing Excellences เพื่อส่งเสริมและเชิดชูนักการตลาดไทยที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และให้สนับสนุนการพัฒนานักการตลาดไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล มีผลงานเข้าร่วมทั้งสิ้น 40 ผลงาน จาก 30 องค์กรทั่วประเทศ

โดยมีเกณฑ์การตัดสินประเภทรางวัล “การตลาดยอดเยี่ยม” ประกอบด้วยการพิจารณา 4 ด้าน โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 10 ท่าน กล่าวคือ

  1. การออกแบบแนวคิด (Concept) ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ
  2. กลยุทธ์ด้านการตลาด (Strategy) มีจุดประสงค์ที่แน่นอนชัดเจนเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์และกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเลือกใช้ช่องทางและกลยุทธ์ที่เหมาะสม
  3. แผนการดำเนินงาน (Implementation) ผลงานแคมเปญสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำหนดไว้มาส่งเสริมคุณค่าของสินค้าทางด้านการตลาดและการขายได้เป็นอย่างดี มีแผนปฎิบัติการที่ สามารถสร้างแรงจูงใจ และมีความน่าสนใจ
  4. ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ และต่อตราสินค้า (Results) แคมเปญที่นำเสนอต้องเชื่อถือได้ มีหลักฐานพิสูจน์ได้และมีผลต่อการสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง ประสบความ สำเร็จทั้งด้านประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถวัดผลได้

รายนามผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดมีดังนี้

1. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอาหารและร้านอาหาร (Food)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ออล โคโค กรุ๊ป จำกัด ชื่อผลงาน All Coco Café
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน ไม่ดีจริง ไม่ถึงมือคุณ Uncompromising Quality
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ แบรนด์ Sizzler ภายใต้กลุ่ม Minor Food Group ชื่อผลงาน สุขในทุกคำ

2. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ไม่มีแอลกอล์ (Beverage Al /Non Al)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ส่งผลงานโดย Y&R Thailand ชื่อผลงาน น้ำดื่ม Crystal Same Things Could Be Different

3. องค์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวและยารักษาโรค (Personal Care)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน รองเท้าแตะช้างดาว: ช้างดาวสไตล์ ChangDaoStyle
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ชื่อผลงาน นันยางชูก้าร์ Nanyang Sugar

4. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์และสารเคมี (Industrial)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน What is your Challenge? จิตวิญญาณที่ท้าทาย ไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเอง

5. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง (Real estate & Construction)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน ชุดปลูกสวนแนวตั้ง DIY สวย ง่าย ตอบไลฟ์สไตล์ชาว GREEN
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ชื่อผลงาน New Service Platform สำหรับช่างรายย่อย

6. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทการบริการ (Service)
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน อาคารศาลาไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ในงาน อัสตานา เอ็กซ์โป 2017
– รางวัล Bronze Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่งผลงานโดย The Leo Burnett Group Thailand ชื่อผลงาน Pa-Sa-Thai Machine

7. องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทเพื่อสังคม (CSR)
– รางวัล Gold Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อผลงาน สร้างฝายในใจคน..สร้างชุมชนยั่งยืน
– รางวัล Silver Award มี 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด ในเครือ SCG Packaging ชื่อผลงาน นวัตกรรมการปลูกต้นไม้ทนเค็ม..ดินอีสานสมบูรณ์ขึ้น เกษตกรมีรายได้ SCG มีไม้ผลิตกระดาษ

รางวัลพิเศษ: Marketing of the Year 2017 บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ชื่อผลงาน ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม

และ มี 3 กลุ่มรางวัล ที่ไม่มีผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ คือ
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน (Home Care)
องค์กรที่ประกอบธุรกิจ ประเภทร้านค้าปลีก (Retail)
องกร์ที่ประกอบธุรกิจ ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ส่วนบุคคล (Electronic)

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ไทย-ไต้หวันร่วมมือจัดสัมมนาอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ ชูไทยแลนด์ 4.0 0 4287

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันเพื่อสร้างเมืองอัจฉริยะ สนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เป็นงานสัมมนาสุดยอดผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของไทยและไต้หวัน จัดแสดงและนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมเรื่อง นวัตกรรมยานยนต์ ระบบประหยัดพลังงาน ระบบเพาะปลูกและควบคุมอุณหภูมิไร้สายเพื่อการเกษตร ระบบบริหารขนส่งและอาคาร ระบบบันเทิงและข้อมูลยานยนต์ และระบบขนส่งเพื่อการคมนาคมอัจฉริยะ

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสุดยอดนวัตกรรมของผู้ประกอบการไต้หวัน ภายใต้ชื่อ Taiwan Excellence ตราสัญลักษณ์แห่งคุณภาพและนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจากไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้นำผู้ประกอบการไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ต้าถง จำกัด บริษัท แอ็ดวานซ์เทค จำกัด บริษัท เวียร์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท ไมโครสตาร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด และบริษัท เน็กซ์คอม จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมในหลายด้าน นับตั้งแต่ การออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบการบริหาร ระบบการจัดการ ซอฟท์แวร์ปฏิบัติการ จนถึงการควบคุมและประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน

นายเจสัน ชวี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวสนับสนุนว่า ไทยและไต้หวัน มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากันอย่างแนบแน่น โดยในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา บริษัทชาวไต้หวันลงทุนในประเทศไทยมีมูลค่าถึง 14.48 พันล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย รวมทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 12 ของไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวันในด้านการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องและเอื้อต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0

นายเดชา โฆษิตธนากร กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองประธานสายงานส่งเสริมการค้าการลงทุน กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสภาอุตสาหกรรมฯ ต้องการพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างบูรณาการ การประสานความร่วมมือกับไต้หวันครั้งนี้ ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนนวัตกรรมให้สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด และแข่งขันได้ในยุคอุตสาหกรรมดิจิทัล

นวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงและสาธิตให้แก่ผู้ประกอบการไทย ได้แก่

มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า สามารถปรับความเร็วได้ 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับปลอดภัย ระดับประหยัดพลังงาน และระดับรถแข่ง ด้วยระบบเบรกอัจฉริยะ กันน้ำได้สูงถึง 40 เซนติเมตร และวิ่งได้ไกล 65 กิโลเมตรต่อการชาร์ทไฟ 1 ครั้ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และน้ำ เพื่อการเกษตร ADM-3600 series ช่วยบริหารจัดการ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบคลาวด์แบบ Real Time สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมาก ลดปริมาณการสูญเสียน้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้ม

เทคโนโลยีสื่อสารและจัดการอุปกรณ์ภายในบ้าน โรงแรม และสำนักงานอัจฉริยะ ช่วยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดอย่างครบวงจร อาทิ ระบบปลดล็อคประตูระยะไกล ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ Infrared สัญญานกันขโมย กล้องวงจรปิด ด้วยระบบไร้สายผ่านอุปกรณ์แท็บเบล็ท

FUNTORO อัครบันเทิงระดับโลก นวัตกรรมจัดการข้อมูลเพื่อความบันเทิงและการขับขี่สำหรับยานยนต์เชิงพาณิชย์ เช่น รถโคชท่องเที่ยวกับระบบความบันเทิงบนหน้าจอที่สามารถชมภาพยนตร์ ช็อปปิ้ง ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง หรือช่วยในการตรวจสอบการขับขี่ สื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์ควบคุม รายงานผลเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือให้รางวัลผู้ขับขี่ ตรวจสอบได้ผ่านโปรแกรมบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

NEXCOM Telematics ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่อัจฉริยะ การผสมผสานเทคโนโลยีระบุตำแหน่ง GPS กับการประมวลข้อมูลการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์รับข้อมูล เพื่อระบุตำแหน่งของรถยนต์ เส้นทางที่เลือกใช้ ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ และวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1

ชวนร่วมงานใหญ่แห่งปี ไทย-ไต้หวัน สัมมนาสุดยอดเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ 0 4857

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council (TAITRA)) ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (the Ministry of Economic Affairs) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ ไทย-ไต้หวัน เน้นอุตสาหกรรมเพื่อเมืองอัจฉริยะ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30-17.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินัล 21 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ ไทย-ไต้หวัน อุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ (Thailand-Taiwan Smart City Industry Seminar & Trade Meeting Bangkok) ได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้ประกอบการชั้นนำจากไต้หวัน มานำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่งพาณิชย์ ขนส่งมวลชน ยานยนต์ เกษตรกรรม พลังงาน ที่พักอาศัย สำนักงานและโรงงาน พร้อมสาธิตนวัตกรรมเด่นและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไต้หวัน ซึ่งได้รับการคัดเลือกและการันตีความเป็นเลิศจากโครงการ Taiwan Excellence

นายหมิงเยา ไส รองผู้อำนวยการบริหาร สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน กล่าวว่า “ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ไม่เพียงจะได้เจรจาโดยตรงกับเจ้าของสุดยอดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากไต้หวัน ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ คุณภาพ และการตลาด เท่านั้น แต่ยังได้รับฟังข้อมูลการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อรองรับการเติบของ เมืองอัจฉริยะ ตามนโยบายพัฒนาประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย”

การจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน ร่วมกับ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน รวมทั้ง ได้รับการสนับสนุนโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติและเจรจาธุรกิจ โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน ประจำประเทศไทย โทร 02-651-4470-1 หรือลงทะเบียนได้ที่ http://goo.gl/Qz8NYe ปิดรับลงทะเบียนวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561