นอนท่าไหน ดีที่สุด และ ควรเลือกหมอนแบบไหน 0 620

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของคนเรานั้นจะดีได้ ต้องได้รับการนอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงหรือมากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ดีนั้น ยังต้องคำนึงถึงหมอนที่ใช้หนุนนอนอีกด้วย หมอนที่ว่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีได้อย่างไร และรับกับท่านอนของเราอย่างไรบ้าง

นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง ศัลยแพทย์โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ให้ความรู้เรื่องการเลือกหมอนอย่างไรให้ตรงกับท่านอนที่ถนัด เพื่อให้การนอนเป็นช่วงเวลานอนหลับพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

นายแพทย์วุฒิวัธ กล่าวว่า ถึงแม้จะไม่มีท่านอนสากลที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด แต่ท่านอนที่สบายที่สุดคือท่านอนที่ไม่ทำให้ข้อต่อของร่างกายถูกกดทับ ไม่ทำให้กล้ามเนื้อยืดหรือหดตัวค้างไว้นาน ๆ การได้นอนหลับในท่วงท่าที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลับสนิทได้ตลอดคืน ท่านอนจึงสามารถเปลี่ยนสลับกันได้เพื่อความสบายตัวของผู้นอน ท่านอนหลักๆ อาจแบ่งได้ด้วยกันอยู่ 3 ท่านอน

ท่านอนหงาย:

ท่านอนหงายเป็นท่านอนที่คนทั่วไปนิยมนอน สามารถตอบโจทย์ได้ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าที่สบายจะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดี ไม่คดโค้ง แต่ทั้งนี้เตียงก็ต้องไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แผ่นหลังจมลงไปตามน้ำหนักไม่เหยียดตรงอย่างที่ควรจะเป็น

ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบรัดเส้นประสาท (Lumbar spinal stenosis) ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เว้นแต่จะได้นอนด้วยท่างอเข่าขึ้น โดยนำหมอนมารองใต้เข่าในท่านอนหงาย นอนตะแคงโดยยกเข่าก่ายหมอนข้าง หรือนอนในท่าเด็กทารก (fetal position) คู้ตัวและงอเข่าขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

ดังนั้น ควรเลือกหมอนที่มีความหนาระดับปานกลาง ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป จะช่วยทำให้คออยู่ในระดับที่สมดุลกับแผ่นหลังส่วนบนและกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี ถ้าให้แนะนำหมอนที่เหมาะและสอดรับกับท่านอนหงายหรือผู้ที่มีอาการปวดหลังมากที่สุด จึงเหมาะกับหมอนประเภทยางพารา เพราะหมอนชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีส่วนโค้งเว้า รับศีรษะต้นคอและกระดูกสันหลัง ทำให้ลดอาการปวดให้ทุเลาลง

ท่านอนตะแคง:

แนะนำว่าควรนอนตะแคงด้านขวามากกว่าด้านซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะไม่ทำให้น้ำหนักไปกดทับอวัยวะที่อยู่ด้านซ้าย ช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก ท่านอนตะแคงนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้ไหล่ที่ปวดเจ็บหนักกว่าเดิม

หมอนที่แนะนำจึงควรเป็นหมอนที่สอดรับกับช่องว่างระหว่างคอและไหล่ให้พอดี อย่างหมอนเมมโมรี่โฟม ที่ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ รองรับกับทุกท่วงท่ารวมถึงท่านอนตะแคงด้วย

นอนคว่ำ:

จริงๆแล้วเป็นท่านอนที่ไม่แนะนำเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโค้งไปทางด้านหน้ามากเกินไป นอกจากนี้เวลานอนคว่ำก็ต้องตะแคงหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระดูกต้นคอบิดไปด้วย อาจเป็น

อันตรายและสะสมจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพราะจะทำให้กระดูกต้นคอเกิดแรงกดทับมาก ควรเปลี่ยนมานอนหงายหรือนอนตะแคงแทน

จะเห็นว่า เราควรเลือกหมอนให้ตรงกับท่านอนที่เราถนัด และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่จะทำให้เกิดผลเสียตามมา คุณหมอยังแนะนำทิ้งท้ายว่าชนิดและรูปทรงของหมอนก็มีหลายแบบ โดยช่วงแรกอาจจะต้องทดลองใช้หมอนแต่ละแบบสักประมาณ 2-3 เดือน เพื่อประเมินหาหมอนที่รับกับสรีระและนิสัยการนอนของตัวบุคคลเพื่อให้ได้หมอนที่ถูกสรีระมากทึ่สุด

เพราะหมอนสุขภาพที่จำหน่ายกันอยู่โดยทั่วไป มีหลากหลายรูปทรง หลากหลายขนาด ในส่วนนี้คุณเอกลักษณ์ รุ่งอนันต์ชัย กรรมการ บริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องนอนทิวลิป ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกหมอนที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงวัสดุที่จะอำนวยให้ท่านอนนั้นหลับสบายและเต็มอิ่มมากที่สุด ตื่นเช้ามาก็จะไม่เกิดอาการเมื่อยล้า โดยมีการแบ่งประเภทของหมอนไว้ 3 ประเภท คือ

หมอนเมมโมรี่โฟม:

หมอนชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงไปตามอุณหภูมิ ช่วยรองรับสรีระการนอนได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอาการปวดคอไหล่และหลังให้ความรู้สึกสบายขณะหลับและยังไม่มีสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

หมอนยางพารา:

หมอนที่มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบให้มีรูปร่างโค้งเว้า เพื่อเป็นเบ้ารองรับศีรษะและต้นคอ ช่วยจัดวางตำแหน่งของศีรษะ คอ ไหล่ และหลัง ขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดี ผ่อนคลายขณะหลับด้วยปุ่มนูนเล็กๆ ที่รองรับในการนวดศีรษะด้วยความนุ่มและยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และโครงสร้างด้านล่างของตัวหมอนที่เป็นรูพรุน จึงสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนไม่อับชื้น รู้สึกสดชื่น หลับสบายตลอดคืน

หมอนใยสังเคราะห์:

ด้วยคุณสมบัติเส้นใยสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกเหมือนนอนหมอนขนห่าน นิ่ม นอนหลับสบาย หุ้มด้วยผ้าคัตตอน สามารถช่วยรับน้ำหนักคอได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีความเย็นตามธรรมชาติด้วย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี เนรมิตรสวนดอกไม้ 3 ฤดู บานสะพรั่งกลางศูนย์การค้า 0 565

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ร่วมกับ ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครอุบลราชธานี และเทศบาลเมืองแจระแม จัดงาน A Sense of Flora : มหัศจรรย์สวนดอกไม้ เพื่อตอกย้ำการเป็นเซ็นเตอร์อ็อฟไลฟ์ ศูนย์การกลางใช้ชีวิตของจังหวัด ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี และขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ กับสวนดอกไม้ 3 ฤดู พร้อมตลาดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และกิจกรรมอีกมากมาย

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับมหัศจรรย์สวนดอกไม้ 3 ฤดู ประกอบด้วย สวนฤดูฝน สัมผัสบรรยากาศใบไม้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ใบมอญ ใบหางหมาก ต้นเดฟ ต้นเฟิร์น และทุ่งดอกกระเจียวสัญลักษณ์ของดอกไม้ฤดูฝน สวนฤดูร้อน สัมผัสความร้อนแรงด้วยโทนสีที่สดใสจากดอกกล้วยไม้ตัดช่อจากเชียงใหม่ หลากหลายโทนสี อาที สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีม่วง สีชมพู และสวนฤดูหนาว กับดอกไม้สดนำเข้า อาทิ ดอกคาร์เนชั่นสีขาว ดอกแคสเปียร์ ผสมกับมอสจากธรรมชาติ ตกแต่งในโทนสีขาวและเทา พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ได้แก่

· การประกวดจัดดอกไม้ จากนักจัดดอกไม้ทั่วประเทศ ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท

· การแข่งขัน แสดงความสามารถ Kid’s Fancy ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 15,000 บาท

· ตื่นตากับ Fashion Show นำทีมโดย ดาว และเดือน นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี และเหล่านายแบบ นางแบบชื่อดังในอุบลราชธานี

· ตลาดนัดจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ และของตกแต่งบ้านจากร้านค้าชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี

ร่วมสัมผัสมหัศจรรย์ความงามในงาน A Sense of Flora ระหว่างวันที่ 12-17 กันยายน 2561 บริเวณ ชั้น 1 ลานอะควาเรียมและลานน้ำตกแสงจันทร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี

ชวนเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน 5 แห่งไฮไลท์ ห้ามพลาด 0 739

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดแคมเปญใหม่ ชูแหล่งท่องเที่ยวสไตล์วิถีชุมชน สุดฮิป ที่คนรุ่นใหม่ไม่ควรพลาดจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ ชุมชนบ้านบุ่งเข้ นครนายก ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ อ่างทอง ชุมชนบ้านปากคลอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน สุพรรณบุรี และชุมชนบ้านศาลาดิน นครปฐม

ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสการท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านบุ่งเข้ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

สัมผัสเสน่ห์ไทยพวน ชมประเพณีกำฟ้า ความงดงามของการฟ้อนไทยพวน ชวนไปกินปลาดู อาหารขึ้นชื่อของชุมชน และชมทัศนียภาพรอบอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081 761 2560

 

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านวัดตาลเหนือ  อำเภอป่าโมกข์  จังหวัดอ่างทอง

ชุมชนคนอาร์ต เรียนรู้วิถีชีวิตไทยผ่านงานปั้น เสน่หืงานศิลป์แผ่นดินจากตุ๊กตาชาววัง สู่บ้านทรงไทยจำลอง ภูมิปัญญาล้ำค่าของบรรพบุรุษที่ส่งต่อถึงคนรุ่นหลัง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 086 130 1049

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านปากคลอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ชมหมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ลงเรือชมเกาะทะลุและทัศนียภาพของเมืองสามอ่าว ตื่นตาตื่นใจกับทริปล่องเรือชมปะการัง ฟังเสียงคลื่น และช้อปอาหารทะเลแปรรูปจากชุมชน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 098 302 0613

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านพุน้ำร้อน อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

สัมผัสธรรมชาติของป่าชุมชน ปั่นจักรยานชมทัศนียภาพรอบอ่างเก็บน้ำหุบเขาวง ชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดพุน้ำร้อน มรดกทางวัฒนธรรมอายุกว่า 4000 ปี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 092 493 3833

ท่องเที่ยว สไตล์วิถีชุมชน ที่ชุมชนบ้านศาลาดิน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ล่องเรือชมทัศนียภาพชุมชนสองฝั่งคลองมหาสวัสดิ์ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนบ้านศาลาดิน ชมนาบัว และอิ่มอร่อยกับสุดยอดอาหารพื้นบ้าน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเกษตรอินทรีย์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ให้ชุมชน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081 498 6340