นอนท่าไหน ดีที่สุด และ ควรเลือกหมอนแบบไหน 0 481

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของคนเรานั้นจะดีได้ ต้องได้รับการนอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงหรือมากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ดีนั้น ยังต้องคำนึงถึงหมอนที่ใช้หนุนนอนอีกด้วย หมอนที่ว่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีได้อย่างไร และรับกับท่านอนของเราอย่างไรบ้าง

นายแพทย์วุฒิวัธ อนุพรรณสว่าง ศัลยแพทย์โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ให้ความรู้เรื่องการเลือกหมอนอย่างไรให้ตรงกับท่านอนที่ถนัด เพื่อให้การนอนเป็นช่วงเวลานอนหลับพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

นายแพทย์วุฒิวัธ กล่าวว่า ถึงแม้จะไม่มีท่านอนสากลที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด แต่ท่านอนที่สบายที่สุดคือท่านอนที่ไม่ทำให้ข้อต่อของร่างกายถูกกดทับ ไม่ทำให้กล้ามเนื้อยืดหรือหดตัวค้างไว้นาน ๆ การได้นอนหลับในท่วงท่าที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่หลับสนิทได้ตลอดคืน ท่านอนจึงสามารถเปลี่ยนสลับกันได้เพื่อความสบายตัวของผู้นอน ท่านอนหลักๆ อาจแบ่งได้ด้วยกันอยู่ 3 ท่านอน

ท่านอนหงาย:

ท่านอนหงายเป็นท่านอนที่คนทั่วไปนิยมนอน สามารถตอบโจทย์ได้ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าที่สบายจะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดี ไม่คดโค้ง แต่ทั้งนี้เตียงก็ต้องไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แผ่นหลังจมลงไปตามน้ำหนักไม่เหยียดตรงอย่างที่ควรจะเป็น

ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบรัดเส้นประสาท (Lumbar spinal stenosis) ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เว้นแต่จะได้นอนด้วยท่างอเข่าขึ้น โดยนำหมอนมารองใต้เข่าในท่านอนหงาย นอนตะแคงโดยยกเข่าก่ายหมอนข้าง หรือนอนในท่าเด็กทารก (fetal position) คู้ตัวและงอเข่าขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

ดังนั้น ควรเลือกหมอนที่มีความหนาระดับปานกลาง ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป จะช่วยทำให้คออยู่ในระดับที่สมดุลกับแผ่นหลังส่วนบนและกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี ถ้าให้แนะนำหมอนที่เหมาะและสอดรับกับท่านอนหงายหรือผู้ที่มีอาการปวดหลังมากที่สุด จึงเหมาะกับหมอนประเภทยางพารา เพราะหมอนชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีส่วนโค้งเว้า รับศีรษะต้นคอและกระดูกสันหลัง ทำให้ลดอาการปวดให้ทุเลาลง

ท่านอนตะแคง:

แนะนำว่าควรนอนตะแคงด้านขวามากกว่าด้านซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะไม่ทำให้น้ำหนักไปกดทับอวัยวะที่อยู่ด้านซ้าย ช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก ท่านอนตะแคงนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้ไหล่ที่ปวดเจ็บหนักกว่าเดิม

หมอนที่แนะนำจึงควรเป็นหมอนที่สอดรับกับช่องว่างระหว่างคอและไหล่ให้พอดี อย่างหมอนเมมโมรี่โฟม ที่ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ รองรับกับทุกท่วงท่ารวมถึงท่านอนตะแคงด้วย

นอนคว่ำ:

จริงๆแล้วเป็นท่านอนที่ไม่แนะนำเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโค้งไปทางด้านหน้ามากเกินไป นอกจากนี้เวลานอนคว่ำก็ต้องตะแคงหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระดูกต้นคอบิดไปด้วย อาจเป็น

อันตรายและสะสมจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพราะจะทำให้กระดูกต้นคอเกิดแรงกดทับมาก ควรเปลี่ยนมานอนหงายหรือนอนตะแคงแทน

จะเห็นว่า เราควรเลือกหมอนให้ตรงกับท่านอนที่เราถนัด และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่จะทำให้เกิดผลเสียตามมา คุณหมอยังแนะนำทิ้งท้ายว่าชนิดและรูปทรงของหมอนก็มีหลายแบบ โดยช่วงแรกอาจจะต้องทดลองใช้หมอนแต่ละแบบสักประมาณ 2-3 เดือน เพื่อประเมินหาหมอนที่รับกับสรีระและนิสัยการนอนของตัวบุคคลเพื่อให้ได้หมอนที่ถูกสรีระมากทึ่สุด

เพราะหมอนสุขภาพที่จำหน่ายกันอยู่โดยทั่วไป มีหลากหลายรูปทรง หลากหลายขนาด ในส่วนนี้คุณเอกลักษณ์ รุ่งอนันต์ชัย กรรมการ บริษัท ทีแอลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดเครื่องนอนทิวลิป ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การเลือกหมอนที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงวัสดุที่จะอำนวยให้ท่านอนนั้นหลับสบายและเต็มอิ่มมากที่สุด ตื่นเช้ามาก็จะไม่เกิดอาการเมื่อยล้า โดยมีการแบ่งประเภทของหมอนไว้ 3 ประเภท คือ

หมอนเมมโมรี่โฟม:

หมอนชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงไปตามอุณหภูมิ ช่วยรองรับสรีระการนอนได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอาการปวดคอไหล่และหลังให้ความรู้สึกสบายขณะหลับและยังไม่มีสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

หมอนยางพารา:

หมอนที่มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบให้มีรูปร่างโค้งเว้า เพื่อเป็นเบ้ารองรับศีรษะและต้นคอ ช่วยจัดวางตำแหน่งของศีรษะ คอ ไหล่ และหลัง ขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดี ผ่อนคลายขณะหลับด้วยปุ่มนูนเล็กๆ ที่รองรับในการนวดศีรษะด้วยความนุ่มและยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และโครงสร้างด้านล่างของตัวหมอนที่เป็นรูพรุน จึงสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนไม่อับชื้น รู้สึกสดชื่น หลับสบายตลอดคืน

หมอนใยสังเคราะห์:

ด้วยคุณสมบัติเส้นใยสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกเหมือนนอนหมอนขนห่าน นิ่ม นอนหลับสบาย หุ้มด้วยผ้าคัตตอน สามารถช่วยรับน้ำหนักคอได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีความเย็นตามธรรมชาติด้วย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

“แวนเวิร์ด” เปิด แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย 0 3457

ยักษ์ใหญ่กลุ่มทุนจีน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว จับมือ กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า (MKD GROUP) จัดงานเปิดตัว แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ยิ่งใหญ่อลังการ สานต่อแนวคิด One Belt One Road ก้าวแรกสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หวังเป็น top แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลก

นายหลู หยู่ชง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กว่างตุง แวนเวิร์ด นิว อิเล็คทริค จำกัด เปิดเผยว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค แบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวจากประเทศจีน ประกาศเจตนารมณ์เตรียมยกระดับปั้นแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก พร้อมเป็นผู้ส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับมืออาชีพ โดยที่ผ่านมา แวนเวิร์ด อิเล็คทริค ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบ่งปันองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และทรัพยากร กับคู่ค้าทั้งในจีนและต่างประเทศ รวมถึงการค้นคว้าวิธีการแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอีกด้วย”

นายเจิ้ง หมิงเฉียง ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท หมิงเข่อต๋า (MKD Group) หุ้นส่วนจำกัด เปิดเผยว่า ”กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า จากเมืองเซินเจิ้น ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ดำเนินธุรกิจหลักด้านการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งระบบค้าปลีกและค้าส่งข้ามเขต ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ การขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงความร่วมมือกับ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ส่งผลให้มีการพัฒนาสินค้าที่โดดเด่น และสร้างความไว้วางใจเป็นที่ยอมรับให้กับแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค”

“แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในไทย เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความคิดริเริ่มและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ภายใต้แนวคิด “One Belt One Road” โดยยึดหลัก 3 แนวคิด ได้แก่ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมแบ่งปัน มุ่งมั่นในการยกระดับพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการถ่ายทอดผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาสู่ภาคการผลิต ซึ่งจะเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องให้กับประเทศไทย และเพิ่มโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้อีกด้วย”

“ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการพัฒนาประเทศไทย กลุ่มบริษัทหมิงเข่อต๋า ซึ่งมีเมืองเซินเจิ้นเป็นฐานราก เตรียมขยายโครงข่ายธุรกิจ มุ่งหวังที่จะพัฒนาประเทศไทยให้เป็นฐานแห่งใหม่ สร้างนิคมอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ ครอบคลุมในกลุ่มธุรกิจหลายด้าน อาทิ ด้านการขนส่งโลจิสติกส์ ศูนย์การค้า คอนโดมีเนียม สนามกอล์ฟ และโรงแรม เป็นต้น ด้วยเล็งเห็นในศักยภาพของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นประเทศที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและมีการพัฒนาในทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง”

นายหลู หยู่ชง กล่าวเพิ่มเติมว่า “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค นอกจากจะเป็นแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนายุทธศาสตร์ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในรูปแบบสากลอีกด้วย โดยในปี พ.ศ. 2543 “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเข้าสู่ตลาดสากล ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านเทคนิค คุณภาพและต้นทุน ปัจจุบัน “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ได้จำหน่ายสินค้าเครื่องทำน้ำร้อนจากแก๊สเผาไหม้และอุปกรณ์หัวเตาแก๊สไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมียอดการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมีผลงานการทำธุรกิจที่โดดเด่นมากมาย อาทิ

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2558
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ Unical กลุ่มบริษัทผู้ผลิตเครื่องทำความร้อนในยุโรปที่มีชื่อเสียง

เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัทบริษัท Bosch ซึ่งเป็นบริษัท 1 ใน 500 บริษัทชั้นนำของโลกด้านเทคโนโลยีความร้อน และได้ร่วมทุนสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อขยายตลาดน้ำร้อนระหว่างประเทศ

เดือนพฤษภาคม ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค ร่วมทุนกับบริษัท Guangdong Wanbo Electric Co., Ltd. และ Hefei Wanbo Electric Co., Ltd. ดำเนินกิจการอย่างเป็นทางการด้านแบรนด์อิสระในต่างประเทศ

เดือนพฤศจิกายน ปี พ. ศ. 2560
“แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค เปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ณ ศูนย์กลางการค้าของอาเซอร์ไบจาน ซึ่งเป็นร้านแรกในต่างประเทศของบริษัทฯ

สำหรับบริษัทจีน เราพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กับความร่วมมือคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งความร่วมมือของทั้ง 2 บริษัท นับว่าเป็นการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ได้นำเอาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบอัจฉริยะและคุณภาพสูงมาแนะนำและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคชาวไทยเพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสานต่อแนวคิด One Belt One Road ที่จะสามารถจับมือกับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านองค์ความรู้ต่างๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากร เพื่อเป้าหมายการพัฒนาแบรนด์ “แวนเวิร์ด” อิเล็คทริค สู่ตลาดสากล ให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและยอมรับจากทั่วโลก

Social Craft Network กับการสร้างเครือข่ายบนเส้นทางธุรกิจคราฟต์ ตอนที่ 1 0 3489

หลายท่านอาจมีคำถามว่า Craft Bangkok คืออะไร จัดขึ้นเพื่ออะไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง งาน Craft Bangkok 2018 ที่จัดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนาฮอลล์ EH 103 -104 ที่ผ่านมานั้น เป็นงานที่รวบรวมศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการด้านงานหัตถศิลป์ ทั้งไทยและต่างชาติเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยน ทักษะความชำนาญองค์ความรู้ ตลอดจนไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ของบุคคลในวงการศิลปหัตถกรรม ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Social Craft Network หรือ หัตถศิลป์ไร้พรมแดน

งานหัตถศิลป์… เป็นงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ที่ผู้ผลิตงานคราฟต์สร้างสรรค์ขึ้นจากความชื่นชอบและทักษะฝีมือเฉพาะตัว ผลิตเป็นผลงานหัตถกรรมที่โดดเด่น แตกต่างกันไป งานหัตถศิลป์…มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย ซึ่งงานหัตถศิลป์ในปัจจุบัน มีความทันสมัย และได้รับอิทธิพลจากการรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ในยุคที่ Social Network เข้ามามีอิทธิพลกับคนในสังคมโดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสาร วงการหัตถศิลป์ ได้มีพัฒนาการและมีการเชื่อมโยงเครือข่ายผ่านโลกสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งทำให้ Social Network เข้ามาบทบาทสำคัญต่อคนในวงการหัตถศิลป์ในปัจจุบัน

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นงาน Fair งานหนึ่งที่รวบรวมเหล่านักออกแบบทายาทครูช่าง ศิลปิน ผู้ประกอบการ และหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้อง เปิดมุมมอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานต่างๆ ของรุ่นพี่ถ่ายทอดสู่รุ่นน้องเมื่อเกิดการแบ่งปันกัน ทำให้สามารถพัฒนาผลงานก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสามารถต่อยอดธุรกิจคราฟต์ได้เป็นอย่างดี

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“เราจะไม่เป็นนักออกแบบที่ออกแบบแล้วจบงานเพียงคนเดียวแต่เราจะได้แนวคิดและประสบการณ์ของผู้ที่ร่วมเครือข่ายกับเรามาด้วย ดังนั้นเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างซึ่งมีความเป็น Unique และอาจเป็นนวัตกรรมใหม่ได้” นี่คือการสร้างเครือข่ายทางความคิดซึ่งปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจที่เป็นผลิตภัณฑ์ เพราะความต้องการของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการใช้ทรัพยากร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนด้านการผลิต ลดขั้นตอนการทำงานแบ่งปันประสบการณ์ แลกความรู้ซึ่งกันและกัน Social Craft Network เป็นการต่อยอดธุรกิจทำให้เรามีนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

คุณนภดล สังวาลเพ็ชร และ คุณธีรศักดิ์ ลิ้มทัตธนกุล
เจ้าของแบรนด์ CHAR CO (ชาโคล)

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

งาน Crafts Bangkok 2018 เปิดช่องทางทางการตลาด ช่วยประชาสัมพันธ์แบรนด์ และตัวสินค้าของผู้ประกอบการในแต่ละแบรนด์ รวมถึงเป็นการทำให้เราเปิดโลกทัศน์ในเรื่องของกิจกรรมต่างๆเช่น กิจกรรมWorkshop กิจกรรมเสวนา และการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมไทย มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันระหว่างผู้ประกอบการงานหัตถกรรมของแต่ละแบรนด์ แต่ละผู้ผลิต ทำให้เรามีความสนิทสนมรู้จักกันมากขึ้น ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ สร้างแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ และต่อยอดธุรกิจคราฟต์ในอนาคตได้

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

สำหรับการสร้างเครือข่ายส่งผลดีต่อธุรกิจคราฟต์คือทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตงานหัตถกรรมในแต่ละกลุ่มแต่ละแบรนด์รู้จักกันมากขึ้น “ได้แลกเปลี่ยนถ่ายทอดองค์ความรู้ซึ่งกันและกันทั้งองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับงานของตนเอง และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับเครือข่ายด้วย” ทำให้เราสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนาเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจรวมถึงการพัฒนาด้านการตลาดด้วย

ปราชญ์ นิยมค้า
เจ้าของแบรนด์ “Mann Craft”

งาน Crafts Bangkok 2018 ให้อะไรกับธุรกิจคราฟต์บ้าง

“ได้โอกาสทางการตลาด ที่เป็นตลาดเฉพาะ สินค้าที่สอดคล้องกับผู้ซื้อ ได้ต่อยอดเรื่องงานจากการได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเครือข่ายต่างๆ ”

การสร้างเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Social Craft Network ส่งผลดีให้กับธุรกิจคราฟต์อย่างไรบ้าง

“การมีเครือข่าย ที่ทำงานในแนวทางเดียวกัน ทำให้มีตัวอย่างและแนวทางในการทำงานและได้ช่วยเหลือกันและกัน ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ ปรึกษาหารือ ช่วยต่อยอดการทำงานในธุรกิจคราฟต์ได้”

คุณปิลันธน์ ไทยสรวง
เจ้าของร้าน ภูคราม จ.สกลนคร

การสร้างเครือข่าย สร้างคุณค่า สร้างโอกาส เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจคราฟต์ไทยเติบใหญ่อย่างยั่งยืน… แล้วพบกันอีกครั้งกับงาน Crafts Bangkok 2019