ถึงเวลาล้างพิษด้วย “SOJUNG” น้ำมันสนเข็มแดงสกัด 0 120

เทรนด์ใหม่แห่งการล้างพิษ น้ำมันสนเข็มแดงสกัด ช่วยในการล้างพิษ และช่วยในการสลายไขมันที่ตกค้างในเส้นเลือด รวมทั้งตะกอนของเสียต่างๆ ที่อยู่ภายในเส้นเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

“แอมวิช ยูนิเทค” เจ้าตลาดธุรกิจขายตรงเพื่อสุขภาพ ส่ง “SOJUNG” น้ำมันสนเข็มแดงสกัด ชิงพื้นที่ตลาดอาหารเสริม หวังเกาะกระแสคนรักสุขภาพ ดึง “กบ – บรู๊ค” เสริมทัพ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คาดยอดขายพุ่ง สวนกระแสตลาดซบเซา เผยกลยุทธ์ปี 61 ลุยประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นทุกช่องทาง พร้อมทุ่มงบการทำตลาดกว่า 60 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายกว่า 1,500 ล้านบาทในปี 2017

นายวิศว์ธิชัย นำทรัพย์เจริญ ประธานกรรมการ บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด เผยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “SOJUNG” ว่า “ปัจจุบันเทรนด์การรักษาสุขภาพยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม และคาดว่ายังคงเป็นกระแสที่จะอยู่ไปได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะยาว ซึ่งในตอนนี้เทรนด์ดังกล่าวไม่ได้อยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่ยังครอบคลุมไปทุกช่วงวัย ผลิตภัณฑ์ SOJUNG จึงถือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพทุกเพศ ทุกวัย เพราะอาหารเสริมตัวนี้ ถือเป็นอาหารเสริมตัวตั้งต้นที่ควรจะรับประทาน เพื่อให้อาหารเสริมอื่นๆ ที่รับประทานตามเข้าไปมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่”

ผลิตภัณฑ์ SOJUNG เป็นอาหารเสริมรูปแบบแคปซูลภายในประกอบด้วยน้ำมันสนเข็มแดงสกัด ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านกระบวนการสกัดโดยใช้ไอน้ำ ซึ่งจะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของน้ำมันสนเข็มแดงไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีเพียง “แอมวิช ยูนิเทค” เพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ในการนำเข้า และจัดจำหน่ายสารสกัดนี้

สำหรับคุณสมบัติของน้ำมันสนเข็มแดงนั้น จากการวิจัยพบว่าน้ำมันสนเข็มแดงมีส่วนช่วยในการล้างพิษ ช่วยในการสลายไขมันที่ตกค้างในเส้นเลือด รวมทั้งตะกอนของเสียต่างๆที่อยู่ภายในเส้นเลือดทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้สารอหารต่างๆที่เราได้รับในแต่ละวัน ทั้งจากอาหารที่เราประทาน และจากอาหารเสริมสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และระบบเลือดได้ดียิ่งขึ้น สารสกัดน้ำมันสนเข็มแดง จึงถือเป็นตัวช่วยที่ดียิ่งสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้น้ำมันสนเข็มแดงยังเหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ผู้ที่มีอาการนอนหลับยาก ผู้ที่มีอาการไมเกรน ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา ผู้ที่มีปัญหาในการขับถ่าย และยังช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณให้ผ่องใสอีกด้วย

นายวิศว์ธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะสามารถช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความจำเป็นมากที่จะต้องสร้างการรับรู้ให้ขยายเป็นวงกว้าง ดังนั้นเราจึงเลือกคู่รักที่มีชื่อเสียงอย่าง “บรู๊ค ดนุพร” และ “กบ สุวนันท์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะทั้งคู่ถือเป็นคนที่มีชื่อเสียงในสังคม และทุกๆคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี และทั้งสองท่านก็ยังมีความสนใจในการดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีอีกด้วย”

ด้านการตลาด และการวางทิศทางของบริษัทในปีถัดไปถือเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพถือว่ามีการแข่งขันที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่พร้อมจะเข้ามามีส่วนแบ่งในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น ซึ่งทางบริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์ SOJUNG จะสามารถเกาะติดกระแสคนรักสุขภาพ และสามารถทำกำไรส่งท้ายปลายปีได้อย่างแน่นอน

“ทางบริษัทมองว่าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยังทรงตัวอยู่ ไม่ได้หวือหวา หรือซบเซามากนัก แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะถึงแม้หลายๆบริษัทจะถอดใจออกจากการทำธุรกิจนี้ แต่ก็ยังมีผู้ลงทุนอีกหลายๆคนที่ยังให้ความสนใจอยู่ เราคาดว่าความแปลกใหม่และไม่เหมือนใครในด้านคุณสมบัติของ SOJUNG น่าจะทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มผู้รักสุขภาพ และสามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอน ส่วนทิศทางในปี 2561 ทางบริษัทต้องการจะสร้างการรับรู้เพิ่มเติมทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ และการดำเนินธุรกิจขายตรงเพื่อสุขภาพของบริษัท จึงคาดว่าในปีหน้าจะมีการเพิ่มงบลงทุนในส่วนของการทำประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อให้เกิดการรับรู้สูงสุด” ด้วยการทุ่มงบการทำตลาดกว่า 60 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายกว่า 1,500 ล้านบาทในปี 2017 นายวิศว์ธิชัย กล่าวทิ้งท้าย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ชวนบริจาคมือถือเก่า เปลี่ยนเป็น เครื่องมือทางการแพทย์ 0 7093

ประเทศไทยมีมือถือเก่าที่อยู่ในครัวเรือนประมาณ 200 ล้านเครื่อง!!!! ใครมีมือถือเก่าไม่ใช้แล้ว เอามาบริจาคกันค่ะ เมื่อเอามาบริจาคเราจะเอาไปขายให้โรงงานที่รับซื้อขยะอิเล็คทรอนิกส์ แล้วนำรายได้ทั้งหมดมอบให้กับโรงพยาบาล 30 แห่งสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน ส่งมือถือเก่ามาได้ด้วยตัวเอง ที่เจมาร์ท หรือไปรษณีย์ทั่วประเทศได้ค่ะ

เริ่มแล้ว “โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2” เปิดรับบริจาคโทรศัพท์มือถือเก่า เป้าหมาย 5 ล้านเครื่อง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล 30 แห่งทั่วประเทศ

โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 2 เริ่มแล้ว ภายใต้แนวคิด “มือถือเก่าไป เครื่องมือแพทย์ใหม่มา” มุ่งหวังประชาชนคนไทยเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมลดมลภาวะจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในครัวเรือนและสร้างบุญเพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส โดยมีเป้าหมายรับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนอีก 5 ล้านเครื่อง ซึ่งรายได้จากโครงการเฟสที่ 2 นี้ ส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 30 แห่งทั่วประเทศและในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดเตรียม อาสาสมัครในหน่วยงานทั่วประเทศ รวมประมาณ 1.12 ล้านคน เข้ามาช่วยจัดเก็บมือถือเก่าร่วมกับจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมเพื่อ ให้สามารถรับบริจาคมือถือเก่าได้ตามเป้าหมาย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถบริจาคมือถือเก่าได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 61 ที่จิตอาสาประจำโครงการ 2 หมื่นคนทั่วประเทศและที่โรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยทั่วประเทศ , ศูนย์ ทสม.ประจำตำบลทั่วประเทศ , ที่ทำการไปรษณีย์ ทั่วประเทศ , ร้านเจมาร์ท ทุกสาขา โดยสามารถติดตามรายละเอียด และกิจกรรมต่างๆของโครงการฯได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/recycleandreduce/ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา หรือ ส่งไปรษณีย์มาที่ ศูนย์ประสานงานจิตอาสาโครงการมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เลขที่ 333 ถ.สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

ทั้งนี้โครงการ มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา เฟส 1 ได้รับบริจาคมือถือเก่าจากประชาชนทั่วประเทศจำนวนถึง 1.7 ล้านเครื่อง และนำรายได้ที่เกิดจากการรีไซเคิลในครั้งนี้ไปมอบให้กับ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อร่วมสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาและมูลนิธิรามาธิบดี เพื่อร่วมสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

IsAmAre รุกตลาดโซเชียล ชู Viral Solution Company ตอบโจทย์องค์กรอยากสร้างกระแส 0 7053

บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด เดินหน้ารุกกตลาดโซเชี่ยลเปิดตัวโปรแกรม “ Blastmetric” ตอบโจทย์การทำตลาด Viral Marketing แบบครบวงจร ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 1 ด้าน Viral Solution Company ของไทยภายในปี 2562 เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตจากปีก่อนแบบก้าวกระโดดถึง 197% เป็น 100 ล้านบาท

นายจักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด (IsAmAre) เปิดเผยว่า จากคอนเซ็ปต์ Viral Solution ทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนางานบริการของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่มาของโปรแกรมที่เรียกว่า “ Blastmetric” ซึ่งเป็นสุดยอดเครื่องมือเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดไวรัล และโซเชี่ยลมีเดียครั้งแรกของไทย เพื่อสร้างแต้มต่อความได้เปรียบทางธุรกิจ กลายเป็นสูตรสำเร็จทางการตลาดที่สามารถวัดผลได้จริง และรับประกันความพึงพอใจ จนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าบริษัทชั้นนำ

โดยบริษัทฯ มีความโดดเด่นในการให้บริการด้าน Viral Marketing แบบ One-stop Service ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ในการทำตลาด มีการใช้ทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตสื่อ รวมไปถึงการใช้เครื่องมือในการวางแผนการสร้างสรรค์สื่อเพื่อทำตลาดบนโซเชี่ยลมีเดียและโลกออนไลน์ และการใช้ผู้มีอิทธิพลทางความคิดบนโลกออนไลน์ หรือผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่คุ้มค่าแก่ลูกค้า จุดนี้ทำให้เราแตกต่างจากรายอื่นๆ เพราะเราไม่ใช่แค่รับ บรีฟงานมาแล้วทำเลย แต่เราให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ในการทำสื่อเพื่อให้ออกมาโอเคที่สุด บวกกับสิ่งที่เราโฟกัสคือ การมีระบบ Social Media Tracking Tool ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัท IT Partner เพื่อนำระบบ Blastmetric มาช่วยวางแผนและจัดการการใช้สื่อออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับโปรแกรม “ Blastmetric ” ที่บริษัทได้ทำระบบและเก็บข้อมูลขึ้นมา พร้อมทดลองใช้มากว่า 1 ปี สามารถช่วยรับประกันงาน Viral ว่าสามารถจะ Go Viral ได้จริง เพราะช่วยทำงาน 3 ด้านหลัก คือ 1. Facebook Media Planning 2. Campaign Monitoring & Optimization Real-time 3. Reporting โดยระบบนี้สามารถวัดผลได้จริง ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ ทำให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า

ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คือ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำ Viral Marketing หรือกลุ่มที่ต้องการความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงไป รวมไปถึงกลุ่มเอเจนซี่ที่มีงาน TVC ,Viral VDO ,Web Film ที่ต้องการลง Social Media แต่ไม่มั่นใจกับผลที่จะได้รับ และกลุ่มลูกค้า SMEs ที่มีงบการตลาดประมาณ 3 – 15 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์การทำ

ตลาดที่เป็นจุดแข็งแตกต่างจากคู่แข่ง คือ เป็นบริษัทเดียวในประเทศไทย ที่กล้าประกาศตัวเป็น Viral Guarantee Company และเราจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะกับ Influencers Companies

“บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งได้รับผลประกอบการที่ดีมาก มีการเติบโตจากปีแรก 34 ล้านบาท และในปี 2560 นี้ คาดว่าจะโตจากปีที่ผ่านมาถึง 197% หรือ 100 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าภายในปี 2562 บริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำด้าน Viral Solution Company เป็นเบอร์ 1 ของไทยได้อย่างแน่นอน ด้วยภายใต้แนวคิด Viral Guarantee ที่เป็นจุดแข็งสำคัญ ” นายจักรพันธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มองว่าภาพรวมตลาดของธุรกิจดิจิทัล เอเจนซี่ ในปัจจุบันและอีก 2-3 ปีข้างหน้า งาน Above the Line จะหดตัวลงแน่นอน สวนทางกับงาน Online จะเติบโตขึ้นอีกมาก ซึ่ง Viral Marketing จะกลายมาเป็น New Generation TVC โดย E-Commerce จะเติบโตอย่างมาก และMicro Influencers จะมีผลกับตลาดนี้มาก และเติบโตไปด้วยกัน อีกทั้งจะมีการปรับตัวขนานใหญ่ของ Agency Service & Staffs

สำหรับผลงานที่ทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักและได้รับกระแสตอบรับที่ดีในโลกออนไลน์ ได้แก่ ครีมแต้มสิว Tomei ของบริษัท TC Pharma ทั้ง 2 ภาค ที่มียอดวิวการเข้าชมรวมกันมากกว่า 30 ล้านวิว , NZen Gel ที่มียอดวิวรวมกันมากกว่า 13 ล้านวิว , Kindness Cream ที่มียอดวิวรวมกันกว่า 10 ล้านวิว ตลอดจน MV ช้างศึก ของแบรนด์เถ้าแก่น้อย ซึ่งได้ทำขึ้นมาเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับทีมชาติไทย และแฟนบอลชาวไทย