ถึงเวลาล้างพิษด้วย “SOJUNG” น้ำมันสนเข็มแดงสกัด 0 592

เทรนด์ใหม่แห่งการล้างพิษ น้ำมันสนเข็มแดงสกัด ช่วยในการล้างพิษ และช่วยในการสลายไขมันที่ตกค้างในเส้นเลือด รวมทั้งตะกอนของเสียต่างๆ ที่อยู่ภายในเส้นเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

“แอมวิช ยูนิเทค” เจ้าตลาดธุรกิจขายตรงเพื่อสุขภาพ ส่ง “SOJUNG” น้ำมันสนเข็มแดงสกัด ชิงพื้นที่ตลาดอาหารเสริม หวังเกาะกระแสคนรักสุขภาพ ดึง “กบ – บรู๊ค” เสริมทัพ ตอกย้ำภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ คาดยอดขายพุ่ง สวนกระแสตลาดซบเซา เผยกลยุทธ์ปี 61 ลุยประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นทุกช่องทาง พร้อมทุ่มงบการทำตลาดกว่า 60 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายกว่า 1,500 ล้านบาทในปี 2017

นายวิศว์ธิชัย นำทรัพย์เจริญ ประธานกรรมการ บริษัท แอมวิช ยูนิเทค จำกัด เผยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “SOJUNG” ว่า “ปัจจุบันเทรนด์การรักษาสุขภาพยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม และคาดว่ายังคงเป็นกระแสที่จะอยู่ไปได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะยาว ซึ่งในตอนนี้เทรนด์ดังกล่าวไม่ได้อยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่ยังครอบคลุมไปทุกช่วงวัย ผลิตภัณฑ์ SOJUNG จึงถือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพทุกเพศ ทุกวัย เพราะอาหารเสริมตัวนี้ ถือเป็นอาหารเสริมตัวตั้งต้นที่ควรจะรับประทาน เพื่อให้อาหารเสริมอื่นๆ ที่รับประทานตามเข้าไปมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่”

ผลิตภัณฑ์ SOJUNG เป็นอาหารเสริมรูปแบบแคปซูลภายในประกอบด้วยน้ำมันสนเข็มแดงสกัด ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านกระบวนการสกัดโดยใช้ไอน้ำ ซึ่งจะช่วยคงประสิทธิภาพการทำงานของน้ำมันสนเข็มแดงไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีเพียง “แอมวิช ยูนิเทค” เพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ในการนำเข้า และจัดจำหน่ายสารสกัดนี้

สำหรับคุณสมบัติของน้ำมันสนเข็มแดงนั้น จากการวิจัยพบว่าน้ำมันสนเข็มแดงมีส่วนช่วยในการล้างพิษ ช่วยในการสลายไขมันที่ตกค้างในเส้นเลือด รวมทั้งตะกอนของเสียต่างๆที่อยู่ภายในเส้นเลือดทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้สารอหารต่างๆที่เราได้รับในแต่ละวัน ทั้งจากอาหารที่เราประทาน และจากอาหารเสริมสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และระบบเลือดได้ดียิ่งขึ้น สารสกัดน้ำมันสนเข็มแดง จึงถือเป็นตัวช่วยที่ดียิ่งสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้น้ำมันสนเข็มแดงยังเหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต ผู้ที่มีอาการนอนหลับยาก ผู้ที่มีอาการไมเกรน ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มสุรา ผู้ที่มีปัญหาในการขับถ่าย และยังช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณให้ผ่องใสอีกด้วย

นายวิศว์ธิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะสามารถช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความจำเป็นมากที่จะต้องสร้างการรับรู้ให้ขยายเป็นวงกว้าง ดังนั้นเราจึงเลือกคู่รักที่มีชื่อเสียงอย่าง “บรู๊ค ดนุพร” และ “กบ สุวนันท์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะทั้งคู่ถือเป็นคนที่มีชื่อเสียงในสังคม และทุกๆคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี และทั้งสองท่านก็ยังมีความสนใจในการดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีอีกด้วย”

ด้านการตลาด และการวางทิศทางของบริษัทในปีถัดไปถือเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพถือว่ามีการแข่งขันที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่พร้อมจะเข้ามามีส่วนแบ่งในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น ซึ่งทางบริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์ SOJUNG จะสามารถเกาะติดกระแสคนรักสุขภาพ และสามารถทำกำไรส่งท้ายปลายปีได้อย่างแน่นอน

“ทางบริษัทมองว่าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยังทรงตัวอยู่ ไม่ได้หวือหวา หรือซบเซามากนัก แต่ก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะถึงแม้หลายๆบริษัทจะถอดใจออกจากการทำธุรกิจนี้ แต่ก็ยังมีผู้ลงทุนอีกหลายๆคนที่ยังให้ความสนใจอยู่ เราคาดว่าความแปลกใหม่และไม่เหมือนใครในด้านคุณสมบัติของ SOJUNG น่าจะทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มผู้รักสุขภาพ และสามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้อย่างแน่นอน ส่วนทิศทางในปี 2561 ทางบริษัทต้องการจะสร้างการรับรู้เพิ่มเติมทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ และการดำเนินธุรกิจขายตรงเพื่อสุขภาพของบริษัท จึงคาดว่าในปีหน้าจะมีการเพิ่มงบลงทุนในส่วนของการทำประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อให้เกิดการรับรู้สูงสุด” ด้วยการทุ่มงบการทำตลาดกว่า 60 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายกว่า 1,500 ล้านบาทในปี 2017 นายวิศว์ธิชัย กล่าวทิ้งท้าย

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กลุ่มเกษตรกรปลูกผัก ขอบคุณ นายกฯ ประยุทธ์ เข้าใจวิถีเกษตร พร้อมประสานภาครัฐเปิด ราชบุรีโมเดล พิสูจน์ปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย 0 6692

เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ยื่นหนังสือขอบคุณ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในการพิจารณาอย่างรอบคอบ ที่จำกัดการใช้ 3 สารเคมี พร้อมประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เปิด “ราชบุรีโมเดล” พิสูจน์การปลูกผักใช้สารเคมีไม่อันตราย

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้มีมติจำกัดการใช้ 3 สารเคมีได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย สำหรับการพิจารณาอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานข้อเท็จจริง แหล่งข้อมูลทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการกลางที่มีเครื่องมือตรวจสอบและได้รับมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประสบการณ์จริงของเกษตรที่ไม่เคยประสบปัญหาด้านสุขภาพตามข้อกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ผลการตรวจสอบวิเคราะห์ดินและน้ำากหนองบัวลำภู โดยความร่วมมือจากกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ไม่พบการตกค้างของสารพาราควอต จึงไม่อยากให้ผู้บริโภคตื่นตระหนก ที่สำคัญ เกษตรกร ก็คือ ผู้บริโภคคนหนึ่งเหมือนกัน”


นอกจากนี้ เครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรปลูกผัก ได้ประสานความร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์พิษวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดตั้ง ราชบุรีโมเดล เพื่อทำการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้ โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพและเลือดของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกเดือนต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้รับมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบดูความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลกระทบหรือไม่ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม


“เกษตรกร 5 ล้านครอบครัว และเกษตรกรรายย่อย 17-20 ล้านคน เชื่อว่ามีความยินดีและพร้อมที่จะดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน ถึงเวลาแล้วที่จะเดินไปพร้อมกับเกษตรกร และให้เกษตรกรได้เรียนรู้ถึงการเกษตรที่ดีและปลอดภัย (GAP) ดีกว่า การแบนหรือยกเลิกและปราศจากทางออกที่ยั่งยืน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป

ซินเจนทา เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” 0 5443

ซินเจนทา ร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าทั่วประเทศไทย เปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ชูหลัก 5 ช. ตั้งเป้าสร้างความเข้ารู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกรใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างถูกต้อง
หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนธุรกิจ ประเทศไทย บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หรือ ซินเจนทา เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ซินเจนทา ยึดหลักดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และได้มอบหมายให้ หมอพืช หรือ Stewardship เป็นผู้ที่คอยวิเคราะห์ ตรวจสอบ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถดูแล ป้องกัน และรักษาผลผลิต สร้างผลกำไร ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง ได้จัดแผนรณรงค์ส่งเสริมความรู้อย่างครบวงจร โดยเปิด “ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ประจำภาคใต้ ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มร้านค้าผลิตภัณฑ์และบริการเกษตรกรรม

“ศูนย์เรียนรู้ สร้างความปลอดภัย” ดำเนินการให้ความรู้โดย หมอพืช ซินเจนทา นำหลักปฎิบัติมาตรฐาน 5 ช. เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจ และจดจำได้ง่าย ประกอบด้วย 1) ชัวร์ อ่านและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ 2) ใช้ กระบวนการขนส่ง ผสม พ่น และจัดเก็บ ต้องระมัดระวัง 3) เช็ค ดูแลอุปกรณ์และเครื่องพ่นให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 4) ชุด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสมและถูกต้อง 5) ชำระ ปฎิบัติตนให้มีสุขอนามัยดีอยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งโครงการในแผนการเติบโตอย่างยั่งยืน (Good Growth Plan) ของซินเจนทา ภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) คาดว่า พื้นที่เกษตรกรรมไทยอย่างน้อย 50 ล้านไร่ หรือร้อยละ 33 จากพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 149 ล้านไร่ จะเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูก ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เกษตรกรมีสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

“เป้าหมายสำคัญของการเปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจต่อการใช้ปัจจัยการเพาะปลูกอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อสุขภาพ (Health & Safety) โดยเริ่มต้นจากกลุ่มร้านค้ารายใหญ่ 80 ราย ขยายผลไปอีก 1,600 สาขาย่อยทั่วประเทศ และสามารถส่งต่อความรู้ไปยังกลุ่มเกษตรกรได้ถึง 500,000 ราย กลยุทธ์สำคัญของแผนงานนี้คือ กลุ่มร้านค้าพันธมิตร เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางการกระจายปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนคู่คิดเกษตรกร จึงเป็นการง่ายในการถ่ายทอดความรู้ ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรรายย่อยทั่วภูมิภาค และสร้างความมั่นใจในวิธีการใช้สารฯ อย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย” หมอพืช วัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์ กล่าวสรุป