Gifting Festival มอบส่วนลดรวม 45 ล้านบาทที่ 11street 0 213

“Gifting Festival” ขอบคุณลูกค้าส่งท้ายปี มอบคูปองและส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท พร้อมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ตลอดเดือน!

Gifting Festival: มอบความสุขคืนแก่นักช้อปทุกวัน ด้วยคูปองลดทั้งตะกร้า 20% (ลดสูงสุด 500 บาท) ที่นำไปใช้ลดสินค้าได้ทุกหมวดหมู่ สามารถดาวน์โหลดได้ทุกวัน เริ่มตั้งแต่ 4 – 31 ธ.ค. 60

Register Now: สมัครสมาชิกใหม่กับ 11street ในเดือนธันวาคม รับเลยโบนัสคูปอง 15% (ลดสูงสุด 300 บาท) ใช้ลดได้ทันทีไม่ต้องรอ ตั้งแต่ 4 – 31 ธ.ค. 60

Free Shipping Day: พิเศษสำหรับลูกค้า 11street มอบคูปองลดค่าส่งสินค้ามูลค่า 100 บาท (สามารถใช้ได้ 3 สิทธิ์/วัน) ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่ เวลา 11:00 น. ในวันที่ 12 ธ.ค. 60

Gift To All: เพียงคุณคลิกเข้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียของ 11street รับเลยของรางวัลสุดพิเศษมากมาย ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 12 – 19 ธ.ค. 60

Thanks 11: 11street มอบของขวัญในเดือนธันวาคม ด้วยบัตรแรบบิท ลิมิเต็ทเอดิชั่นรูป ‘ซงจุงกิ’ ให้กับลูกค้าฟรี เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 – 31 ธ.ค. 60

ในเดือนธันวาคมนี้ 11street มอบแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปีเพื่อขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเข้ามาช้อปปิ้งกับ 11street กับแคมเปญ “Gifting Festival” มอบความสุขคืนแก่นักช้อปทุกวันด้วยคูปองและส่วนลดมากมายรวมมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท รวมคูปองส่วนลดกว่า 130,000 ใบ พร้อมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์แทนคำขอบคุณมากมาย ทั้งบัตรแรบบิทรูปซงจุงกิ กล้อง GoPro และอื่นๆ ตั้งแต่ 1 – 31 ธันวาคม 2560

รับส่วนลดสุดคุ้มและของขวัญมากมายตลอดเดือนภายใต้แคมเปญ “Gifting Festival” กับโปรโมชั่น ดังนี้

4 – 31 ธันวาคม 2560

Gifting Festival: พร้อมให้ลูกค้าดาวน์โหลดคูปองลดทั้งตะกร้า 20% ได้ฟรีตลอดเดือน นำไปใช้ลดสินค้าได้ทุกหมวดหมู่ โหลดได้ทุกวัน ลดได้ทุกวัน (เมื่อสั่งซื้อขั่นต่ำ 1,200 บาท ลดสูงสุด 500 บาท)
Register Now: ลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่กับ 11street รับเลยโบนัสคูปอง 15% (ลดสูงสุด 300 บาท) 1 ใบ ใช้ลดได้ทันทีไม่ต้องรอ สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 31 ธันวาคม 2560

12 ธันวาคม 2560

Free Shipping Day: เพื่อการช้อปที่สนุกมากยิ่งขึ้น 11street มอบส่วนลดค่าส่งสินค้าให้ลูกค้าทุกท่าน โดยสามารถดาวน์โหลดคูปองจัดส่งสินค้ามูลค่า 100 บาท ได้ฟรี วันละ 3 รอบ (ลูกค้าสามารถใช้ได้ 3 สิทธิ์/วัน) ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่เวลา 11:00 น. (คูปองมีจำนวนจำกัด) วันที่ 12 ธันวาคม 2560 วันเดียวเท่านั้น คูปอง 1 ใบ สามารถใช้ลดค่าส่งสินค้า 1 ชิ้น

12 – 19 ธันวาคม 2560

Gift To All: 11street จัดของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ให้กับคุณลูกค้าได้ง่ายๆ เพียงคลิก Like และแชร์ โพสต์กิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งทางเฟซบุ๊ก “11street TH” และทวิตเตอร์ “11street.TH” ลุ้นรับของขวัญสุดพิเศษ อาทิ กล้อง GoPro แว่นตา Ray-Ban และอีกมากมาย ร่วมสนุกได้ในวันที่ 12 – 19 ธันวาคม 2560 อย่าลืมตั้งปฎิทินรอไว้ได้เลย!

12 – 31 ธันวาคม 2560

Thanks 11: พิเศษตลอดเดือนธันวาคมนี้ 11street ขอบคุณลูกค้าด้วยบัตรแรบบิท ลิมิเต็ทเอดิชั่นรูป ‘ซงจุงกิ’ มูลค่า 259 บาท ฟรี! สำหรับ 150 คนแรกของวันที่มียอดการสั่งซื้อใน 1 ครั้งครบ 1,000 บาทขึ้นไป อย่าช้าบัตรมีจำนวนจำกัด! สมาชิก 1 ท่าน มีสิทธิ์รับของขวัญพิเศษนี้เพียง 1 ชิ้น เท่านั้น เตรียมช้อปและรับบัตรแรบบิท จุงกิอปป้าไปนอนกอดได้ ตั้งแต่วันที่ 12 – 31 ธันวาคม 2560 นี้เท่านั้น (ยกเว้นสินค้าในหมวดหมู่คูปอง E-Voucher ที่ไม่เข้าร่วมรายการ)

ครบทุกอย่าง ทุกวันที่ 11street “Your Everyday Marketplace” โดยสมัครสมาชิกหรือเลือกชมสินค้าได้ที่ www.11street.co.th หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น 11street Thailand ได้แล้ววันนี้ และสามารถ ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ที่เฟซบุ๊ก “11street TH” www.facebook.com/11street.TH และอินสตาแกรม www.instagram.com/11streetth

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

อำลา ช่อง 9 ทีวีระบบแอนะล็อก เดินหน้า ช่อง 9 ทีวีดิจิทัลเต็มร้อย 0 18011

อสมท มั่นใจระบบทีวีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ ประกาศยุติการออกอากาศแอนะล็อก ไม่กระทบผู้ชม แบ่ง 2 เฟส สิ้นสุด 16 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากระบบโครงข่ายดิจิตอลครอบคลุมทั่วประเทศถึง 95% แล้ว

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “หลังจากประเทศไทยเริ่มออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ในปี 2557 ฟรีทีวีในระบบแอนะล็อกยังคงออกอากาศคู่ขนานกับระบบดิจิทัล ซึ่งขณะนี้โครงข่ายสัญญาณได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 95% แล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากแอนะล็อกไปสู่ดิจิทัลจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการรับชมโทรทัศน์ของผู้ชม ซึ่งที่ผ่านมา อสมท ได้ส่งสัญญาณออกอากาศในระบบดิจิทัลความคมชัดสูงมาระยะหนึ่งแล้ว จึงพร้อมดำเนินการตามแผนยุติโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ของ กสทช. และแพร่ภาพผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว ในขณะที่บางสถานีโทรทัศน์ได้เริ่มทยอยยุติการออกอากาศระบบแอนะล็อกแล้ว”

โดย อสมท มีแผนยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก ด้วยการจะยุติการส่งสัญญาณผ่านสถานีเครือข่าย 36 สถานีทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 73 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 เฟส

เฟสที่ 1 จำนวน 13 สถานี ภายใน เดือนเมษายน 2561 ที่สถานีจังหวัดสระแก้ว,สกลนคร, เพชรบูรณ์,น่าน, มุกดาหาร, ตาก, ชุมพร, เลย ระนอง, สตูล แม่ฮ่องสอน, อ. แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

เฟสที่ 2 จำนวน 23 สถานี ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ที่สถานีจังหวัดกรุงเทพฯ,นครราชสีมา,สงขลา,เชียงใหม่,อุบลราชธานี, ระยอง, สิงห์บุรี, สุราษฎร์ธานี, ยะลา สุโขทัย,นครสวรรค์, ตรัง, ขอนแก่น,ตราด ภูเก็ต อุดรธานี, ลำปาง, แพร่, เชียงราย,ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, ประจวบคีรีขันธ์ และนครศรีธรรมราช โดยถือเป็นการยุติเพื่ออนาคต และมุ่งให้ประชาชนรับชมทีวีที่มีความคมชัดสูงและเนื้อหาหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้ชมมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาการรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หากผู้ชมประสบปัญหาด้านสัญญาณการรับชม

สามารถสอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาและวิธีที่ถูกต้องในการรับชมทีวีดิจิทัล ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ได้ที่ Call Center หมายเลข 0 2251 7256 ตลอด24 ชม ทั้งนี้ ผลพลอยได้ที่ตามมาจากการยุติการออกอากาศในระบบแอนะล็อก คือจะช่วยลดค่ากระแสไฟฟ้าของสถานีเป็นเงินประมาณ 24 ล้านบาท/ปี ขณะเดียวกัน อสมท ยังมีอุปกรณ์การออกอากาศต่างๆที่ยังคงต้องดูแลรักษา ส่วนบุคลากรด้านการออกอากาศก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิมแต่จะมีการฝึกอบรมเพื่อต่อยอดการให้บริการด้านวิศวกรรมต่อในอนาคต”

นอกจากนี้ นายเขมทัตต์ ได้กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะทำหนังสือถึงบริษัท บีอีซี เวิลด์จำกัด (มหาชน) คู่สัญญาสัมปทานกับ อสมท เพื่อขอความร่วมมือยุติการออกอากาศทีวีแอนะล็อกภายในเดือน กรกฎาคม 61 ก่อนสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดในเดือน มีนาคม 63 ว่า

“อสมท ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและคู่สัญญาสัมปทานกับช่อง 3 จะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทาง ในเรื่องดังกล่าว อย่างไร ก็ตาม อสมท ยังไม่ได้รับแจ้งจาก กสทช ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ. อสมท เพื่อพิจารณา หลังจากนั้น อสมท จะรายงานให้ กสทช. ทราบต่อไป ”

ความหวังใหม่ ไทยแลนด์ 4.0 สร้างคน เพื่อสร้างนวัตกรรม สถาบันวิทยาการนวัตกรรม 0 18254

สนช. เปิดตัว “สถาบันวิทยาการนวัตกรรม” NIA Academy เพื่อขานรับการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับหน่วยงานจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และธุรกิจ ได้พร้อมใจกันขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ด้วยการจัดตั้ง“สถาบันวิทยาการนวัตกรรม” เพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจ ผู้บริหาร ภาครัฐ เอกชน นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจได้เรียนรู้การยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมสู่ความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์ โดยมีการเปิดแถลงข่าวการเปิดตัวสถาบันฯ และลงนามในความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปในวันนี้ (16 มีนาคม 2561) ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งมาพร้อมพันธกิจในการพัฒนานวัตกรรมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคมโดยรวมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืน” ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ของชาติ

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เผยว่า ทางสถาบันฯ ได้รวบรวมหลักสูตรการยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ ตลอดจนศึกษาแนวโน้มในอนาคต วิธีการนำเสนอใหม่ๆ รวมไปถึงการนำเอากรณีศึกษาของคนไทยมาใช้ในการเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมยังช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจที่ถูกต้องในการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งทางสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เชื่อว่า การเปิดสถาบันฯ อย่างเป็นทางการในระยะเวลา 5 ปี จะสามารถรวบรวมวิทยาการได้เป็นจำนวนมาก และจะมีผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมหรือเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจำนวน 2-3 หมื่นคนต่อปี เนื่องจากประเทศไทยในขณะนี้ถือว่ามีการตื่นตัวและโดดเด่นเรื่องนวัตกรรมไม่ต่างจากนานาชาติ ขาดเพียงการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์และการต่อยอดจากระดับประเทศไปสู่สากลเท่านั้น

สถาบันวิทยาการนวัตกรรม จัดตั้งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการ กลุ่มธุรกิจ ผู้บริหาร ภาครัฐ-เอกชน นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจได้เรียนรู้การยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมสู่ความสำเร็จอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้ความร่วมมือของ สนช. ซึ่งสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านวัตกรรมให้กับองค์กร

เบื้องต้นได้แบ่งการเรียนรู้ของสถาบันออกเป็น 6 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่
1. ผู้สนใจเทคโนโลยี นวัตกรรมกลุ่มเยาวชน นักศึกษา เน้นสร้างการรับรู้ ความรู้สึกอยากเป็นนวัตกร (innovator)
2. กลุ่มผู้ที่อยากประกอบกิจการ และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไปใช้สร้างความน่าสนใจให้กับสินค้า
3. กลุ่มผู้ที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว และอยากนำองค์ความรู้มาเสริมพัฒนาโครงการหรือสินค้าให้เกิดความโดดเด่นแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในตลาด
4. กลุ่มภาครัฐ-เอกชน ที่ต้องการยกระดับองค์กร อยากให้องค์กรมีการเปลี่ยนแปลง โดยใช้นวัตกรรมเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคคล ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง การปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ
5. กลุ่มผู้นำ ผู้บริหารระดับสูง ทั้งที่เป็นนักลงทุน นักธุรกิจ ระดับ CEO รวมถึงผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารจัดการเมือง ที่เน้นการพัฒนายกระดับความสามารถด้านนวัตกรรม และ
6. กลุ่มผู้ขับเคลื่อนระบบนวัตกรรม เช่น อุทยานนวัตกรรม หน่วยงานสนับสนุนการเงิน หน่วยงานกฎหมาย ซึ่งต้องเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมร่วมกัน

สำหรับประเทศไทยขณะนี้ ถือว่ามีการตื่นตัวเรื่องนวัตกรรมไม่ต่างจากนานาชาติ และไทยเอง มีความโดดเด่นด้านวัตกรรมงานบริการ ธุรกิจการค้าปลีก การท่องเที่ยว โรงแรม การแพทย์ แต่ในกลุ่มธุรกิจการผลิตไทยเป็นเพียงฐานการผลิต ยังไม่มีความชัดเจนในแง่นวัตกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสพัฒนาและยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมได้จากเรียนรู้สม่ำเสมอ เห็นได้จาก 31 หลักสูตรนวัตกรรมที่รวบรวมในปีแรกๆ มีผู้ผ่านการอบรมจำนวน 12,217 คน จาก 1,626 บริษัท และ 700 สตาร์ทอัพ ส่งเสริมมูลค่าลงทุนราว 2,785 ล้านบาท เชื่อมั่นว่า การเปิดสถาบันฯ อย่างเป็นทางการในระยะเวลา 5 ปี จะรวบรวมวิทยาการได้กว่า 80 หลักสูตร/อบรม/โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการ และส่งผลต่อยอดผู้เข้ารับการอบรมหรือเรียนรู้ต่อเนื่องจำนวน 2-3 หมื่นคนต่อปี

สำหรับบุคคลหรือหน่วยงานใดที่สนใจ สามารถติดตามหลักสูตรการยกระดับความสามารถทางด้านนวัตกรรมผ่านทางเว็บไซต์ www.nia.or.th

ขอขอบคุณคลิปข่าวจาก NBT https://www.youtube.com/watch?v=ZRrKqoIjR6w