Dance Battle by Quick Zabb Season 8 0 518

จบไปแล้ว กับการแข่งขันแดนซ์กระจาย สุดแซ่บ“Dance Battle by ควิกแสบ ครั้งที่ 8″ ทีมชนะเลิศได้แก่ ทีม Black po และเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัลไปครอง พร้อมกันนี้ ทุกทีมยังนั่งแท่น เป็นทีมเต้นเท้าไฟ หัวใจพันธุ์ Zabb ครองใจพี่ๆ ชาว “ควิกแสบ” ตลอดกาล จบการแข่งขันอย่างสมศักดิ์ศรี

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ควิกแสบ” โดย บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ร่วมกับ ร้านเซฟมาร์ท ซูเปอร์สโตร์ จ. อุดรธานี จัดกิจกรรมสงเสริมเยาวชนให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งยังสงเสริมให้รักการออกกำลังกายโดยการเต้น ในกิจกรรม “Dance Battle by ควิกแสบ ครั้งที่ 8”

กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่รักและมีความสามารถในการเต้น ร่วมทีมละ 3 ท่านขึ้นไป มาชิงชัยเพื่อรับรางวัล รวมกว่า 28,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล โดยแบ่งเป็น 4 รางวัล ดังนี้ ชนะเลิศเงินรางวัล 10,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล, รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 8,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล, รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล และรางวัล Popular Vote เงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัล

เปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ควิกแสบ” ขึ้นมากล่าวเปิดและให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน ตลอดจนขอบคุณพี่น้องชาวอุดรและจังหวัดใกล้เคียงที่ให้ความสนใจและเล็งเห็นความสำคัญกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ในการสนับสนุนให้เยาวชนได้มีพื้นที่ แสดงความสามารถในทางสร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

งานนี้ ได้รับความสนใจจากขาแดนซ์อย่างล้นหลาม แต่ละทีมจัดเต็มทั้งเสื้อผ้า หน้าผม แบบไม่เกรงใจคู่แข่ง ทุกทีมต่างวาดลวดลายอย่างสุดเหวี่ยง เต้นกระจาย จนกรรมการต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้ โดยต่างงัดทีเด็ดมาเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ บางทีมมีเซอร์ไพรส์จนทำเอากรรมการของเราต้องนั่งปาดเหงื่อ ซึ่งต้องยอมรับว่าตัดสินยากมาก เพราะผู้เข้าแข่งขันเก่งและเจ๋งทุกทีม

การแข่งขันดำเนินมาจนถึงช่วงประกาศการผลอย่างลุ้นระทึก ซึ่งในที่สุดเราได้ผู้ชนะของ Season 8 ประจำปี 2560 ได้แก่

ทีม Black po และเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาทพร้อมถ้วยรางวัลไปครอง

พร้อมกันนี้ ทุกทีมยังนั่งแท่น เป็นทีมเต้นเท้าไฟ หัวใจพันธุ์ Zabb ครองใจพี่ๆ ชาว “ควิกแสบ” ตลอดกาล จบการแข่งขันอย่างสมศักดิ์ศรี

ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ แบบนี้ได้ที่ www.facebook.com/quickzabb หรือโทร 02-811-6210 ไม่แน่ Season 9 ผู้ชนะทีมต่อไป อาจเป็นทีมคุณ!!!!!!!!!

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา สร้างแนวคิดไอเดียใหม่ ปล่อยจินตนาการสู่กิจกรรม 0 6325

เพิ่งจบไปไม่นานสำหรับการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา ประจำปี 2561 รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคม เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศของการ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) กรมพลศึกษา โดยกลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักนันทนาการ จึงได้สานต่อจัดรุ่นที่ 2 ขึ้น เมื่อวันที่ 8-10 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้องๆ เยาวชน รวมไปถึงครูผู้สอนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 300 คน ทั้ง 2 รุ่น

อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า คอนเซ็ปต์ของการจัดกิจกรรมเป็นไปในรูปแบบ “ชอปปิ้ง ไอเดีย” (Shopping Idea) ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้มาเพิ่มเติมประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงองค์ความรู้และแนวทางจากโซนบูธกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้นำเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปยัง “มินิมูร่าห์ ฟาร์ม” ซึ่งเป็นฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Farm) เป็นต้นแบบของธุรกิจเกษตรกรรมแบบครบวงจรและยั่งยืน และยังเป็นแหล่งนันทนาการเชิงเกษตรที่ปรับประยุกต์กิจกรรมนันทนาการให้สอดคล้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง / นอกสถานที่ ทุกคนได้พบกับควายนม สายพันธุ์ “มูร่าห์” ที่ว่ากันว่าให้น้ำนมดีและมีคุณภาพสูงสุดในบรรดาควายแม่น้ำ รวมถึงได้สัมผัสกระบวนการผลิตวัตถุดิบต่างๆ ทั้งน้ำนมมูร่าห์ ชีสมอซซ่าเรลล่า ผักและไข่ไก่สด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย

สิ่งสำคัญของกระบวนการนันทนาการ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมลงมือทำ เมื่อได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้ว ก็ถึงช่วงที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการทำพิซซ่า ได้นำจินตนาการหรือความคิดใส่ลงไปอาหาร สูตรแต่ละคนไม่มีถูกหรือผิด ใครอยากได้รสชาติไหนก็เติมเสริมแต่งกันไป เรียกได้ว่า แต่ละคนรังสรรค์พิซซ่าออกมาได้อย่างน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรียกได้ว่า ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษา จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มีแนวคิดทางกิจกรรมนันทนาการใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้นำไปปฏิบัติ ได้นำจินตนาการและปลดปล่อยอารมณ์สร้างสรรค์ออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทุกคนจะได้ต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย

รมต. ไฟเขียว โครงการราชบุรีโมเดล ต้นแบบเกษตร GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย สนับสนุนวันอาหารโลก 0 6298

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมาย กรมวิชาการเกษตร เริ่มโครงการราชบุรีประชารัฐ ประสานงานร่วมกับเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรกรราชบุรี พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมทุกภาคส่วน เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรกรรมคุณภาพมาตรฐาน GAP ใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ผู้ผลิตอาหาร เพื่อประชากรโลก ตามแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ ต้อนรับ วันอาหารโลก

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานที่ประชุม “โครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย นำไทยสู่ครัวโลก” มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง และกลุ่มเกษตรกรราชบุรี ในการทำงานร่วมกัน พร้อมจัดตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วน ภาครัฐจากกรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานเกษตร และอาหารแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภาคเอกชนจากบริษัทผู้ผลิตสารฯ บริษัทรับซื้อผักผลไม้ และภาคประชาชน นำไปสู่การใช้โครงการราชบุรีประชารัฐเป็นต้นแบบในการจัดการพื้นที่อื่นต่อไป ตั้งเป้าเริ่มดำเนินงานภายในเดือนตุลาคมนี้

นางสาวอัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง เปิดเผยว่า “โครงการราชบุรีประชารัฐ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นพื้นที่ต้นแบบของการผลิตผักและผลไม้ด้วยการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย รวมทั้งให้มีการศึกษาผลกระทบจากการปฏิบัติจริง หลังจากเกษตรกรได้รับคำแนะนำให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี โดยใช้หลักการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยการตรวจสุขภาพของเกษตรในเขตจังหวัดราชบุรี ควบคู่ไปกับการตรวจสอบสารตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบความแตกต่าง และนำมาสรุปผล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและยืนยันว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ ได้แก่ สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบ เนื่องจากกระแสข่าวเรื่องสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ จนทำให้เกษตรกรขาดทุน เป็นหนี้สินจำนวนมาก และปัจจุบัน เกิดการกักตุนสารเคมี ทำให้ราคาพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ของประเทศและการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมในระยะยาว

โครงการราชบุรีประชารัฐ พืชผักและผลไม้ปลอดภัย นำไทยสู่ครัวโลก สอดคล้องกับแนวคิดหลักขององค์การสหประชาชาติ ในการประกาศให้วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันอาหารโลก” ในการยกระดับโภชนาการและมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากรโลก ด้วยการปรับปรุงสมรรถนะการผลิตและการกระจายผลิตผลการเกษตร ส่งเสริมการพัฒนา ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชน นำไปสู่การขจัดความหิวโหย หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ นั่นคือ การส่งเสริมการลงทุนในการเกษตร ถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร ส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และการผสานความร่วมมือจากส่วนต่าง ๆ ในการถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ นำไปสู่การประยุกต์ปฏิบัติใช้ได้อย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่า ส่วนสำคัญของแนวคิดคือ เกษตรกร อันเป็นกลจักรหลักในการผลิต สร้างอาหารมาเลี้ยงประชากรทั้งโลก นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาคมโลก

“สำหรับประเทศไทย การพัฒนาภาคการเกษตรกรรม คงต้องยึดหลักผสมผสานอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบ สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งการเกษตรอินทรีย์และการเกษตร GAP เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ เกษตรปลอดภัยแต่ด้วยวิธีการที่ต่างกัน ดังนั้น นโยบายภาครัฐต้องสร้างมาตรฐานทั้งสองแบบ สำหรับเกษตร GAP นี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันผลผลิตการเกษตรถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และเหมาะสมต่อการบริโภค ด้วยการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม ดีกว่าการแบนหรือยกเลิกใช้สารเคมี และปราศจากทางออกที่ยั่งยืน เช่นนั้น ควรแบนหรือยกเลิก สุรา และบุหรี่ ออกจากระบบตลาดของไทยด้วยเช่นกัน” ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง กล่าวสรุป