5 Moment ที่ทำให้หนุ่มสาวพีอาร์ต้อง Drink พร้อมเครื่องดื่มแนะนำแต่ละโอกาส 0 413

ไม่ว่าจะเก่งขนาดไหน ยังไงก็ต้องมีพักบ้าง วันศุกร์นี้ เลยขอแนะนำสถานการณ์ที่จะบอกว่าถึงเวลาแล้วที่หนุ่มสาวพีอาร์จะต้องพักผ่อนออกไป ดริงก์ กับเขาบ้าง

1. เมื่อเวลามาถึง ต้องการพักอย่างยิ่งยวด

หากวันนี้คุณต้องเจอกับอีเมล์ที่ไม่น้อยกว่า 300 ฉบับ ลูกค้าขอนู้นนี่นั่น ต้นฉบับข่าวที่ต้องปั่นลนก้นเข้ามาทุกนาที ทั้งวันต้องอยู่ภายใต้ความคาดหวังของเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกค้า นักข่าว นั่นละ ถึงเวลาแล้ว ที่คุณต้องพักมา drink บ้าง

เครื่องดื่มแนะนำ : เติมพลังด้วยคาเฟอีนสักนิดจาก Starbuck’s venti coffee ทั้งนี้ เครื่องดื่มบางชนิดมีค่าคาเฟอีนชนิดเข้มข้นระวังสักนิด เติมพลังจนไม่ได้นอนเสียละ

 

2. เมื่อสมองตื้อ คิดไม่ออก ต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ

วันแห่งการวางแผน คิดสร้างสรรค์แคมเปญใหม่ๆ ให้โดนใจลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย แบบว่ามึนตึ้บ ไม่รู้จะเริ่มต้นจากไหน กองเอกสารที่ว่างเปล่า หน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญ ต้องส่งงานในการประชุมครั้งถัดไป บางที ออกไปสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ กับเครื่องดื่มสุดโปรดก็ดีนะ

เครื่องดื่มแนะนำ : น้ำผลไม้ปั่น ประเภท บีทรูท เบอร์รี่ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงสมอง ปลอดโปร่ง และสดชื่นขึ้น

3. เมื่ออยู่ในสถานการณ์สุดโหด ตึงเครียด หรือ วิกฤต

เช้าสุดโหด เปิดหนังสือพิมพ์มาก็เจอข่าวเครียด วิกฤตขององค์กรหรือลูกค้า ทำให้ทั้งวันชีวิตต้องอยู่บนกองเพลิง พร้อมที่จะโดนเผาทุกเมื่อ ไม่นะ! ถึงเวลาแล้วสินะ สำหรับเครื่องดื่มจรรโลงใจ

เครื่องดื่มแนะนำ : โยเกิร็ตหรือนมปั่น เสริมโปรตีน ซึมซับเร็วสู่กระแสเลือด ร่างกายใช้พลังงาน กล้ามเนื้อสมอง ไปเยอะ เติมโปรตีนเข้าไปหน่อยจะทำให้กระชุ่มกระชวยยิ่งขึ้น

4. เมื่อรู้สึกว่า ปล่อยมันไปเถอะ “Let it go”

งานพีอาร์ต้องแข่งกับเวลา มีทั้งสนุก และเครียด บางที่เราก็ต้องให้รางวัลกับชีวิตเสียบ้าง หลายครั้ง หลายอย่างไม่อาจควบคุมได้ ต้องปล่อยไปเสียบ้าง ปิดโทรศัพท์สัก 10 นาที หยุดตอบอีเมล์สัก 10 นาที ชีวิตจะได้สุขเพิ่มขึ้น แม้เพียงน้อยนิด

เครื่องดื่มแนะนำ : ลองมาผ่อนคลายด้วย ชาคาโมมายด์ หรือ ชาลาเวนเดอร์ ชามะนาวดู จะได้สดชื่นขึ้น

5. เมื่อถึงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

เมื่อสิ้นสุดของวัน ผลงานได้รับคัดเลือก หรือได้รับรางวัล หรือ นักข่าวตีพิมพ์ข่าวของเรา นั่นละ เวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้แก่ความพยายามอย่างยิ่งยวดของเรา

เครื่องดื่มแนะนำ : เติมน้ำตาลและความหวานแบบซาบซ่าด้วยเครื่องดื่มน้ำดำยี่ห้อดัง ไม่ว่าจะเป็น Coca Cola หรือ Pepsi ก็ได้ตามแต่ใจ หรือจะเป็น Mocktails เพื่อสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ดี แนะนำ Mocktail รสเลิศอย่าง Habanero Lime Cola Mocktail, Mandarin Nojito, and Tingle Bells Punch.

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เปิดโรงแรมสุดหรู Address Downtown 0 4612

Address Downtown โรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ Address Hotels + Resorts ในเครือบริษัท Emaar Hospitality Group เปิดให้บริการแล้วใจกลางมหานครดูไบ พร้อมต้อนรับแขกจากทั่วโลก

Address Downtown เปิดให้บริการพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ร้านอาหารคอนเซปต์ใหม่ สปา ห้องพักและห้องสวีทมากถึง 220 ห้อง รวมถึงการตกแต่งภายในใหม่เอี่ยม และจะมีการอวดโฉมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

 

คุณโอลิวิเยร์ ฮาร์นิสช์ ซีอีโอของ Emaar Hospitality Group กล่าวว่า “Address Downtown คือที่พักในดวงใจของแขกและนักเดินทางที่ใส่ใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เรานำสิ่งที่ดีที่สุดของแบรนด์มาเติมเต็มสถานที่ที่ทุกคนจะได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่”

Address Downtown มีความสูง 63 ชั้น (302 เมตร) ตั้งอยู่ใจกลางนครดูไบ โดยสามารถเดินไปห้างสรรพสินค้า The Dubai Mall ได้อย่างสะดวกสบาย และอยู่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบเพียง 15 นาทีเท่านั้น

ห้องพักและห้องสวีทของโรงแรมมีพื้นที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างประณีต เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ Wi-Fi ความเร็วสูง อินเตอร์แอคทีฟทีวี ระบบอัตโนมัติภายในห้อง และระบบความบันเทิง โดยแขกผู้เข้าพักสามารถเลือกห้องพักและห้องสวีทได้ 16 รูปแบบ

ภายในโรงแรมมีร้านอาหาร The Restaurant at Address Downtown ที่ออกแบบในลักษณะอพาร์ทเมนต์ฝรั่งเศสแนวอวองต์-การ์ด นอกจากนั้นยังมี Lounge สำหรับสังสรรค์ และร้านอาหาร Katana สไตล์โรบาตะยากิ

อีกไม่นานนี้จะมีการเปิดร้านอาหาร The Galliard ที่เสิร์ฟอาหารตุรกี ฝรั่งเศส และสเปน รวมถึงร้านสเต๊กสไตล์อเมริกัน STK ที่ตกแต่งร้านในรูปแบบเลาจน์ร่วมสมัย

นอกจากนั้นยังมี Cigar Lounge และ Club Lounge พิเศษเฉพาะแขกผู้เข้าพักโรงแรม พร้อมเสิร์ฟอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มมากมาย ส่วนเลาจน์สุดหรู Neos บนชั้น 63 และร้านเอาท์เล็ต Zeta จะเปิดให้บริการในอีกไม่นานนี้

Address Downtown มีสถานที่ประชุมหลายแบบให้เลือกใช้บริการ นอกจากนั้นยังมี The Spa at Address Downtown ที่จะช่วยสร้างสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ สำหรับการตกแต่งภายในโรงแรมมีความละเอียดประณีต ผสานสไตล์คลาสสิกและโมเดิร์นเข้าด้วยกันอย่างโดดเด่นลงตัว ล็อบบี้ของโรงแรมมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ประดับตกแต่งด้วยงานฝีมืออันวิจิตรบรรจง

นอกจากโรงแรมแห่งนี้แล้ว Emaar Hospitality Group ยังบริหารโรงแรมอีกหลายแห่งใจกลางมหานครดูไบ ได้แก่ Address Boulevard, Address Dubai Mall, Palace Downtown, Vida Downtown และ Manzil Downtown สามารถสำรองห้องพักออนไลน์ได้ที่ http://www.addresshotels.com

ทีเส็บเผยผลวิจัย ไมซ์ไทยติดอันดับหนึ่ง “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” 0 4627

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ เผยผลสำรวจความคิดเห็นจากนักธุรกิจไมซ์กว่า 20 ประเทศทั่วโลก พบประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ยอดนิยมอันดับหนึ่งที่นักเดินทางอยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ แซงหน้าญี่ปุ่นและสิงคโปร์ด้วยปัจจัยโดดเด่น การบริการต้อนรับ ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารและกิจกรรมไมซ์ ตอกย้ำศักยภาพด้วยสองสมาคมยักษ์ด้านไมซ์ UFI และ SITE มั่นใจเลือกไทยเป็นที่จัดงานใหญ่ปลายปีนี้

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นที่รู้จัก และเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำระดับโลก ทีเส็บจึงได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาและโปรโมทประเทศไทยสู่สายตาคนทั่วโลกในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางไมซ์และยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่อยู่ในตำแหน่ง Top of Mind destination for MICE และเพื่อให้สามารถนำจุดขายที่สำคัญ มาส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยให้ได้รับเลือกเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานไมซ์ในใจนักธุรกิจทั่วโลก ทีเส็บจึงศึกษาปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกจุดหมายปลายไมซ์ ประเมินภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางไมซ์ที่ตลาดต้องการ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับไมซ์ในประเทศอื่นๆ

ทั้งนี้ ทีเส็บมอบหมายให้ บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นสมาชิกของ Global Market Research Association ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 39 ประเทศทั่วโลก ทำการสำรวจภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์ ดำเนินการศึกษาสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกกว่า 20 ประเทศที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้เป็นภาพที่สะท้อนจากมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ถูกสำรวจเชิงคุณภาพผ่านรูปแบบ ออนไลน์บุลาตินบอร์ด (Online Bulletin Board) จำนวน 40 ราย และแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 649 ราย แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ (MICE Players) อันประกอบด้วยธุรกิจงานประชุม อินเซนทิฟ การประชุมนานาชาติ และงานแสดงสินค้านานาชาติ 2. กลุ่มนักธุรกิจ (Business Travelers) 3. กลุ่มนักเดินทางไมซ์ (MICE Visitors)และ 4. กลุ่มสมาคมหรือองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวกับไมซ์ (Associations/Organizations)

“จากการสำรวจทัศนคติที่มีต่อจุดหมายปลายทางไมซ์ในภาพรวม พบว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ที่ได้รับความนิยม และนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นอันดับสองและสามตามลำดับ โดยปัจจัยที่สร้างความประทับใจเป็นพิเศษของประเทศไทย คือ ความเป็นมิตรการต้อนรับของผู้คน ความคุ้มค่า และความหลากหลายของอาหารนานาชาติ และกิจกรรมไมซ์ ส่งผลให้นักเดินทางไมซ์ที่เคยเดินทางมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย กว่าร้อยละ 85 ยินดีที่จะกลับมาจัดงานหรือร่วมงานไมซ์ในประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่นๆ

จัดอันดับ 10 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำ

1. ไทย

2. ญี่ปุ่น

3. สิงคโปร์

4. ฮ่องกง

5. ออสเตรเลีย

6. สหรัฐอเมริกา

7. เยอรมนี

8. สวิสเซอร์แลนด์

9. อังกฤษ

10. จีน

นอกจากนี้ยังปรากฏว่าประเทศไทยเป็นตัวเลือกอันดับแรก (1st rank) ที่กลุ่มตัวอย่างให้ความนิยม โดยมีภาพลักษณ์โดดเด่นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1. ความต้องการพื้นฐาน ได้แก่ ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักได้มาตรฐานระดับสากล สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม 2. ความประทับใจ ได้แก่ การบริการต้อนรับของผู้คน และอาหาร 3. ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ ประเพณีและวัฒนธรรม และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก มีการเดินทางเข้า-ออกประเทศสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจ และเป็นประเทศที่มีความเป็นเอกลักษณ์ นายจิรุตถ์ กล่าว

จุดแข็งของประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์

ความต้องการพื้นฐาน

ความประทับใจ

ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการเดินทางสะดวก ที่พักมีมาตรฐานระดับนานาชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเยี่ยม การบริการต้อนรับ อาหาร ประเพณีและวัฒนธรรม

ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

  • เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ประเทศไทยมีการเลิกใช้บริการในอัตราที่ต่ำที่สุด
  • เนื่องด้วยข้อเสนอที่สมบูรณ์สู่การเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์ รวมไปถึงเรื่องของคุณค่าและคุณภาพ

นายสุกิจ ตันสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด กล่าวว่า จากการสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่าปัจจัยพื้นฐานที่จุดหมายปลายทางไมซ์จำเป็นต้องมี คือ ความคุ้มค่าเงิน มีที่พักที่ได้มาตรฐานสากล การเดินทางไป-กลับจากประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์มีความสะดวกทั้งโดยเครื่องบินและรถไฟ ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการกำกับดูแลที่ดีสอดคล้องตามหลักนโยบายการดำเนินธุรกิจ / หลักบรรษัทภิบาล

และเมื่อวิเคราะห์โดยจำแนกปัจจัยเด่นตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง พบว่า ผู้ประกอบการไมซ์จะคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางในประเทศ นักเดินทางไมซ์คำนึงถึงการต้อนรับและความคุ้มค่า นักธุรกิจจะคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจุดหมายปลายทางที่ดี ส่วนสมาคมและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ จะคำนึงถึงการควบคุมในเรื่องต้นทุนด้านที่พัก ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ และจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง

เมื่อเจาะด้านกิจกรรมที่สร้างความประทับใจสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ คือ การประชุมเจรจาธุรกิจที่ทำนัดไว้ล่วงหน้าในระหว่างเข้าร่วมงาน งานเลี้ยงอาหารค่ำที่งานประชุม และงานแสดงวัฒนธรรม / โชว์การแสดงซึ่งจัดขึ้นภายในงานประชุมนานาชาติหรืองานแสดงสินค้านานาชาติ ตามลำดับ ดังนั้นผู้ประกอบการไมซ์ในประเทศไทย จึงควรให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ประกอบกับทีเส็บเองจะต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับประเทศไทยให้มากขึ้นในเรื่องของการเดินทางภายในประเทศที่ง่ายและสะดวก มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี มีกิจกรรมพิเศษนอกเหนือจากงานไมซ์มากมายให้เลือก อาหารในระดับเวิลด์คลาส และการมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพื่อให้ตรงกับภาพลักษณ์ของประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์ในอุดมคติ

“จากข้อมูลพบว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยในปัจจุบันจึงควรมุ่งเน้นไปที่จุดแข็งที่มีอยู่ปัจจุบัน คือการอำนวยความสะดวกทุกด้าน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ที่เข้าร่วมงาน และความเป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านบริการและการต้อนรับ ประเพณีวัฒนธรรม และอาหารของประเทศไทย” นายสุกิจ กล่าว

นอกจากนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ถึงศักยภาพของประเทศไทยในความพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก คือ การที่สมาคมธุรกิจไมซ์ระดับโลกต่างวางใจและเชื่อมั่นประเทศไทย ที่จะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมครั้งใหญ่ประจำปีของแต่ละสมาคมได้ โดยระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2562 ณ ไอคอนสยาม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะเกิดการจัดงาน 86th UFI Global Congress 2019 การประชุมของกลุ่มธุรกิจงานแสดงสินค้า (เอ็กซิบิชั่น) รายการใหญ่ที่สุด คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 450 คน และระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2562 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม SITE Global Conference 2019 ซึ่งสมาคม SITE เป็นองค์กรระดับโลกเพียงแห่งเดียวที่ดำเนินงานด้านสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล มีจำนวนสมาชิกกว่า 2,100 สมาชิก จาก 84 ประเทศ และมีเครือข่ายสาขาของสมาชิกในภูมิภาคเดียวกันจำนวน 29 กลุ่มจากทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งสำคัญนี้สำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 400 คน ซึ่งจะจัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา

“การมอบความไว้วางใจให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุมระดับนานาชาติทั้งสองครั้งนี้ จะเป็นโอกาสดีที่ไทยได้แสดงศักยภาพต่อผู้นำธุรกิจอีเว้นท์และอินเซนทีฟจากทั่วโลก ทำให้ผู้จัดงานไมซ์จากหลายแห่งได้พิจารณาหรือแนะนำประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานสำหรับลูกค้ามากขึ้นเมื่อมาเห็นผลิตภัณฑ์และความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป