7 เทรนด์งานประชาสัมพันธ์ที่น่าจับตามองในปี 2015 0 1246

งานประชาสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ มากมายที่ทำให้นักพีอาร์จะต้องปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิผลจากอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ เป็นยุคที่พวกเรานักพีอาร์จะต้องคิดอย่างสร้างสรรค์และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ในแต่ละปีมีสิ่งใหม่ที่มาให้พวกเราได้แก้ไขตลอดเวลา

สำหรับ 7 เทรนด์งานประชาสัมพันธ์ที่น่าจับตามองในปี 2015 ขอสรุปมาให้พวกเราไว้อ่านช่วงปิดปีใหม่ดังนี้

  1. โทรศัพท์ smartphone จะเติบโตเป็นอย่างมากและรวดเร็ว จำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์จะเพิ่มขึ้น ชนิดที่เรียกว่า เด็กประถม มัธยม ก็จะใช้มากยิ่งขึ้น สิ่งนี้ หมายความว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา
  2. ข่าวแจกจะก้าวสู่ยุคใหม่ จำได้ไหม คุณอ่านข่าวแจกแบบครบทุกหน้า ทุกถ้อยคำครั้งสุดท้ายเมื่อไร เนื่องจากรูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป ข่าวแจกจึงต้องเปลี่ยนตาม ภาพจะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น การเดินเรื่องด้วยภาพนิ่ง (infographic) ภาพเคลื่อนไหว (video) จะมีบทบาทสำคัญ และการใช้ตัวหนังสือขยายความจะเริ่มน้อยลง
  3. การสื่อสารและการตลาดแบบทันท่วงทีจะถูกนำมาใช้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากทุกคนสื่อสารตลอดเวลา การตอบสนอง การตอบกลับ การให้ข้อมูลแบบทันที จะเป็นสิ่งที่ต้องการมากขึ้น เพราะคนอาจจะไม่ชอบการรอคอย การตอบสนองแบบทันทีนี้ยังช่วยให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงบุคลิกและความเป็นตัวตนขององค์กรมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ปีหน้า การสื่อสารแบบนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในแผนการสื่อสารหรือการตลาดอย่างแน่นอน
  4. เนื้อหาภาพ หรือ Visual content โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อหาด้านความรู้ การศึกษา อย่างเว็บ PRmatter.com จะเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น, เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา PR News/PR Newswire ได้ทำการสำรวจพบว่า นักสื่อสารจะเพิ่มงบประมาณในการจัดทำวิดีโอมากถึง 51% เพราะนักสื่อสารพบว่า กลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องการดูโฆษณาแบบยัดเยียดอีกแล้ว แต่เขาต้องการข้อมูล ข่าวสาร การเรียนรู้ใหม่ แทน และในผลสำรวจนี้เอง ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 39% ชื่นชอบวิดีโอเชิงสาระมากกว่า
  5. ฝูงชนต้องการที่จะมีส่วนร่วม เชื่อว่าทุกคนคงจะจำแคมเปญ Ice Bucket Challenge กันได้ และก็มีแคมเปญต่อเนื่องมาในแบบเดียวกัน ปรากฎการณ์ใหม่ๆที่เป็นกระแสจะเกิดขึ้นมากขึ้นจากโลกออนไลน์สู่สังคมออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ และก็จะเกิดพัฒนาและต่อยอดเป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นอย่างมากมายในปีหน้า
  6. ประเด็นเรื่องความปลอดภัยด้านข้อมูลจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพราะทุกคนออนไลน์ การรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลจะกลายเป็นประเด็นหลักที่ทุกคนกังวล จากปัญหานักโจรกรรมข้อมูล Hacker ที่คอยปล้นข้อมูลสำคัญ มิจฉาชีพต่างจ้องจะเอาข้อมูลและสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับธุรกิจ ดังที่เกิดขึ้นในปีนี้หลายองค์กร ไม่ว่า Sony Snapchat iCloud จนถึง Home Depot ในต่างประเทศ และที่เห็นบ่อยๆ ในบ้านเราของเหล่าธนาคารชื่อดัง ดังนั้น ความปลอดภัยของระบบและการให้ข้อมูลผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตต่างๆ จะเป็นประเด็นที่ทุกคนระวังมากยิ่งขึ้น
  7. คนจะระวังการใช้ Twitter มากยิ่งขึ้น ในต่างประเทศ Twitter ถูกใช้ในการสื่อสารกันเป็นจำนวนมาก และแนวโน้มจะมากยิ่งขึ้น แต่ในการใช้งานในปีหน้า จะมีความระมัดระวังกันมากขึ้นในการโพสต์ข้อความต่าง เพราะในปีนี้ มีวิกฤตต่างๆ เกิดขึ้นมากมายจากการ tweet ข้อความขององค์กรชั้นนำต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น Bill Cosby , NYPD ,  New England Patriots , DiGiorno และ Anthony Noto ซึ่งประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่จะเป็นด้วยเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติ การใช้งานผลิตภัณฑ์ของตนเองไม่เป็นจากเจ้าของบริษัท เป็นต้น ดังนั้น ปีหน้า แต่ละองค์กรคงจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการโพสต์ข้อความ โดยเฉพาะเหล่า CEO ทั้งหลาย
Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นักสื่อสาร ดาวน์โหลดหรือยัง! (ภาพพระราชทาน) พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 0 7732

นักสื่อสาร ดาวน์โหลดหรือยัง! พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ภาพพระราชทาน) สำหรับใช้ในงานประชาสัมพันธ์ต่างๆ อย่างถูกต้องและสมพระเกียรติ คลิกดาวน์โหลดไฟล์คุณภาพสูงจำนวน 12 ภาพ เพื่องานสิ่งพิมพ์

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ภาพพระราชทาน) เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพคุณภาพสูงได้ที่ http://goo.gl/DAs69u
ชมตัวอย่างภาพด้านล่าง (ไฟล์ขนาดย่อ)

6 กุนซือ เผยเทคนิคสร้างการเติบโตภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 0 14998

ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการเติบโตทางเทคโนโลยีในแง่มุมต่างๆ นั้นเกินกว่าคำว่า “รวดเร็ว” เป็นอย่างมาก อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเชิงพาณิชย์ และการเข้าแข่งขันของผู้เล่นในตลาด ล้วนทำให้เทคโนโลยีเข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ว่องไวขึ้น ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น สิ่งที่เราเคยเห็นแต่ในภาพยนตร์ไซไฟ เช่น AI เทคโนโลยีโลกเสมือน (AR และ VR) จึงกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ในโลกที่กำลังวิ่งเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาครัฐต่างๆ จะต้องเตรียมรับมืออย่างไร จึงจะ “โตเกินไว” ทันเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดนี้

และนี่คือทรรศนะส่วนหนึ่งจาก 6 ผู้นำทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวงาน “SingularityU Thailand Summit 2018” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับการสัมมนาที่รวมกลุ่มผู้นำความคิดและนวัตกรรมระดับโลก โดยในงานเปิดตัว ได้มีผู้บริหารระดับแถวหน้าในแวดวงธุรกิจของไทย จาก อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, ธนาคารไทยพาณิชย์, ดีลอยท์ (Deloitte) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ให้เกียรติเข้าร่วมงาน และเสวนาเกี่ยวกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) และการปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ

1. “เทคโนโลยีไม่มีเจ้าของ” (Technology serves all humans)

Mr. Chanond Ruangkritya“จุดประสงค์ของเทคโนโลยีคือการเกิดมาไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มใด แต่เพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ทุกคน”

นาย ชานนท์ เรืองกฤตยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) กล่าว “การพัฒนาและการเข้าถึงของเทคโนโลยี หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุปสงค์-อุปทานที่เปลี่ยนไป และความต้องการที่เปลี่ยนไปนี้เอง ที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่อาจอยู่นิ่งตามโมเดลเดิมของตนเองได้อีกต่อไปแล้ว สำหรับจุดแข็งของภูมิภาคเรา อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่พัฒนาด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่สุด แต่เป็นการปรับใช้สิ่งที่มีให้กลายเป็นโซลูชั่นที่แก้ปัญหาตามนัยยะของแต่ละพื้นที่และวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม และสามารถขยายผลไปสูการพัฒนาในตลาดนานาชาติได้”

2. Mr. Orapong Thien-Ngern“แปลงร่าง สร้างผลงาน” (Perform and transform)

“จะตามเทคโนโลยีให้ทัน ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงตนเองไปพร้อมๆ กันกับการสร้างผลงานให้ได้”

สำหรับอุตสาหกรรมที่กำลังก้าวสู่ยุคใหม่อย่างธนาคาร นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ บริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการปรับตัวขององค์กรในก้าวสำคัญของวงการ “คุณไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีกแล้ว ความคล่องตัว (Agility) ความเข้าใจและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis) และความรู้เรื่องระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้คุณอยู่ได้ เพราะไม่ว่าคุณจะเคยแข็งแกร่งแค่ไหน หากปรับตัวไม่ได้คุณก็จะหายไป”

3. “จับมือไว้ โตไปด้วยกัน” (Kayaking through hyper-connected world)

Dr. Janson Yap“เหมือนคุณจ้ำเรือคายัคในกระแสน้ำเชี่ยว ถ้าคุณไม่ระวัง เรือคุณก็จะคว่ำ”

ดร. แจนสัน แยป ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงระดับโลก และประธานฝ่าย Innovation Practice จาก ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการอยู่รอดของภาคธุรกิจท่ามกลางการแข่งขัน “นอกเหนือจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สิ่งที่จะมีผลกระทบอย่างมากกับโลกแห่งการเชื่อมต่อของทุกสิ่งตลอดเวลา (Hyper-connected world) คือ ความร่วมมือกันในระบบนิเวศของแวดวงต่างๆ (Integration and ecosystem partnership) ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญและเป็นสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกธุรกิจกับเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน”

4. “กระแสและโอกาส” (Trend and opportunities)

Dr. Nuttapon Nimmanphatcharin “สำหรับภาครัฐ ความพยายามในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องของ ‘กระแส’ และ ‘โอกาส’ ยังคงเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ของเรา”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวเกี่ยวกับนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” และความท้าทายที่ภาครัฐกำลังเผชิญ “ทางรัฐเองกำลังมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม และเร่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาความเป็นอยู่ด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการทำให้ประเทศไทย 4.0 เป็นจริง”

5. “รับ ปรับ ขยับตัว” (Adopt, Adapt, Ahead)

“การเรียนรู้และปรับตัวเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรายืนอยู่เหนือความเปลี่ยนแปลงได้ แต่เรากลับมีเวลาน้อยลงทุกทีในการทำเช่นนั้น”

ดร.จอห์น เลสลี่ มิลลาร์ จาก บริษัท เอกซ์โพเนนเชียล วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าว เมื่อพูดถึงแนวโน้มการเติบโตที่ต้องทำไปควบคู่กันระหว่างธุรกิจและเทคโนโลยี

“สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียง 1 ใน 10 ของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ และเราไม่มีเวลามากเท่าที่เราเคยคิดอีกต่อไปแล้ว”

6. “โตเกินไว โตแบบเลขยกกำลัง” (Not a linear growth, exponential growth)

“การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) คือการที่เราต้องหยุดคิดถึงการเติบโตแบบเส้นตรง แต่คิดแบบเลขยกกำลัง ที่กระโดดขึ้นเป็นเท่าตัวตามเลขชี้กำลัง”

นายณัฐพล วิมลเฉลา SingularityU (SU) Bangkok Chapter อธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างของการเติบโตที่รวดเร็วแบบปกติ และการเติบโตแบบก้าวกระโดด “ที่เราเห็นว่าการเติบโตในช่วงหลังพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีเพิ่งได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในระยะหลัง แต่เป็นเพราะเราได้ผ่านช่วงยุคเริ่มต้นของดิจิทัล (Digitalization) มาแล้ว ทำให้ตลาดและผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับพฤติกรรมใหม่ และมีความต้องการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคนวัตกรรมสามารถส่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ตรงความต้องการมากขึ้น การเติบโตต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตที่รวดเร็ว แต่เป็นการเติบโตที่กระโดดข้ามความเป็นเท่าตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ”

งานสัมมนา “SingularityU Thailand Summit 2018” จะจัดขึ้นในวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรม InterContinental Bangkok กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานสัมมนาและการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมงานสัมมนาได้ที่เว็บไซต์ของ SingularityU Thailand Summit 2018 http://www.singularityuthailandsummit.org/ หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊คได้ที่ https://www.facebook.com/SingularityUThailandSummit/