15 digital trend ที่น่าจับตามองในปี 2015 0 536

Bell Pottinger Digital (บริษัทที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์และสื่อสารชื่อดังจากอังกฤษ ที่เคยเป็นข่าวดังทำพีอาร์ให้แก่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ได้วิเคราะห์และรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการตลาดดิจิตัล ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2014 แล้วนำมาเรียบเรียงและวิเคราะห์กระแสที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2015 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

1. การทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์ smart phone จะเพิ่มขึ้น คาดว่าภายในปี 2017 ครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ smart phone จะใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์

2. องค์กรจะเริ่มทุ่มงบประมาณในการพัฒนาสื่อดิจิตัลมากยิ่งขึ้น มากถึง 40 พันล้านเหรียญในปี 2015

3. กระแส iWatch จะโดดเด่นมากในปี 2015 คาดว่า คนจะแห่ซื้อใช้มากกว่า 79 ล้านเครื่อง

4. งบประมาณการวางแผนสื่อสารภายในองค์กรจะเพิ่มขึ้น 17% และงบประมาณดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนาเครือข่ายภายในองค์กรผ่านโทรศัพท์ smart phone

5. ข้อความที่โดนพร้อมภาพที่ใช่ จะมีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น 180%

6. branded content จะมีอิทธิพลมากยิ่งขึ้น 47% เพราะกลุ่มเป้าหมายต้องการประสบการณ์จากแบรนด์หรือองค์กรมากยิ่งขึ้น

7. ระบบ Beacon จะถูกนำมาใช้มากขึ้น ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถซื้อของผ่านโทรศัพท์ smart phone ได้ โดยกลุ่มร้านค้่า ร้านอาหาร การประชุม พิพิธภัณฑ์ จะหันมาใช้ระบบนี้มากขึ้น 60%

8. องค์กรที่พัฒนาเว็บแบบสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่า เป็นเว็บเพื่อเขา ของเขา จะส่งผลต่อการกระตุ้นยอดขายได้ถึง 19%

9. องค์กรจะต้องใช้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นในการทำการสื่อสารและการตลาด

10. การตลาดเชิงเนื้อหา หรือ content marketing จะถูกนำมาใช้ในธุรกิจ B2B มากยิ่งขึ้น

11. เทคโนโลยี AR (augmented reality) จะถูกใช้มากยิ่งขึ้น เพราะสามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและสมจริงด้วยการใช้ smart phone ส่องไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ได้โปรแกรมไว้ ดูตัวอย่างและความหมายได้ที่

12. เครื่องพิมพ์แบบ 3 มิติ จะถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษเฉพาะบุคคล เพียงหนึ่งเดียว 20% ของร้านค้าจะนำมาใช้มากขึ้น ดูตัวอย่างนวัตกรรมได้ที่

13. ผูับริโภคถวิลหาการตลาดแบบทันทีทันใด หรือ real time marketing (การตลาดที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในเวลา “ทันทีทันใด”)

14. ผู้บริโภคจะหันมาใช้โทรศัพท์ smart phone ในการท่องเว็บมากยิ่งขึ้น

15. Gamification จะถูกนำมาใช้มากขึ้น และอาจถึง 68.4% ในปี 2018 และ Gamification คือะไร Gamification เป็นการนำรูปแบบ กลไกหรือวิธีคิดแบบในเกม มาประยุกต์ใช้ในสิ่งที่ไม่ใช่เกม เพื่อเพิ่มความสนุก ความน่าใช้ น่าติดตาม ให้กับผู้ใช้ เหมาะกับการสร้าง Engagement เป็นอย่างมาก กลไกของเกมที่ใช้ในแนวคิด Gamification

  • 1. คะแนนสะสม (Points)
  • 2. เหรียญตราสัญลักษณ์ (Badges) เป็นเสมือนของที่บ่งบอกถึงความพิเศษบางอย่าง
  • 3. ระดับขั้น (Levels) พบเห็นได้ในเกมเกือบทุกเกมคือ มีระดับความยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามในการเอาชนะ และเมื่อชนะได้ จะเกิดความภูมิใจ ซึ่งเป็นเหมือนความสำเร็จเล็กๆ ในการเล่น
  • 4. ตารางอันดับ (Leaderboard) เป็นการจัดอันดับจากคะแนนสะสมในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันขึ้นมาระหว่างผู้เล่นภายในเกม
  • 5. การถูกท้าทาย (Challenges) มักจะเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะทำคนเดียวได้ คล้ายกับเป็นการชักชวนกลุ่มเพื่อนให้มาทำกิจกรรมบางอย่าง
Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

6 สิ่งที่ควรและไม่ควรประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาล 0 1805

ในหนึ่งปีมีหลายเทศกาลเหลือเกินแต่จะมีเทศกาลใหญ่ๆ ที่เป็นวันหยุดยาวเพียงไม่กี่ช่วง นั่นละ ต้องระวังมาก สำหรับนักสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในฐานะนักประชาสัมพันธ์มือโปร หรือ นักสื่อสารมือฉมัง สิ้นปีนี้ เราควรจะทำอะไรดี ถีงจะมีประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด

ลองมาพิจารณา 6 ข้อแนวทางที่ควรทำและไม่ควรทำในช่วงเทศกาลต่างๆ กัน โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่จะถึง

1. เล่นกับ Theme เทศกาลนั้น บางธุรกิจ บางองค์กร อาจจะเล่นได้ดูเข้าท่ามากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะโหนกระแสเทศกาลนั้นๆ ไปด้วย แต่ลองพิจารณาให้ดีว่า จะเอาเนื้อหาองค์กรสอดแทรกไปได้อย่างไร

2. งบการตลาดเหลือ โยนมาให้ที่ประชาสัมพันธ์ หากองค์กรมีงบการตลาดเหลือ เจียดงบดังกล่าวมาให้ประชาสัมพันธ์บ้าง เพราะบางทีการตลาดอาจไม่มีอะไรจะเปิดตัวแล้ว ไม่มีสินค้าใหม่ ทำไมไม่ให้ประชาสัมพันธ์สร้างสรรค์เนื้อหาดีๆ ให้ละ อาจจะเป็น บทความเชิงสังคม เรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับลูกค้าจากการใช้สินค้าขององค์กร (ให้หน้าเขาหน่อย) หรือ จะเป็นภาพ infographic เก๋ๆ ก็ได้

3. อย่าจัดงานแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์หรือประกาศสิ่งใดๆ ในช่วงเทศกาลเป็นอันขาด จำไว้เดือนต้องห้ามของการสื่อสารเด่นๆ ประจำปี นั่นคือ เดือนธันวาคม เพราะเต็มไปด้วยวันหยุด วันสำคัญ หากองค์กรไม่ได้มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับวันสำคัญหรือเทศกาลดังกล่าว หลบไปจะดีกว่า เพราะนักข่าวเอง ก็เริ่มลาพักกันบ้างแล้ว เหมือนกันกับพวกเรา การประกาศหรือเปิดตัวอะไรในช่วงนี้ หลบหน่อยก็จะดีกว่า เก็บไว้ทำเดือนหน้าบ้างก็ได้

4. หากจำเป็นต้องจัดงานหรือส่งหมายข่าว พยายามไตร่ตรองให้รอบคอบ เรื่องเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ควรพิจารณาอาจจะเป็นก่อนวันหยุดยาวหรือหลังจากนั้นก็ได้ เช่นเดียวกับการส่งอีเมล์ หลีกเลี่ยงการส่งอีเมล์วันจันทร์ เพราะเชื่อได้เลยว่า หลายร้อยอีเมล์รอนักข่าวเปิดอ่านอยู่หากไม่ต้องการให้ข่าวของเราหรือหมายงานเราอยู่ในคิวอันยาวเหยียด ทำไมไม่ลองส่งวันอังคารหรือวันพุธดูบ้างละ

5. ใช้เวลาวันหยุดให้เกิดประโยชน์ นำงานที่ยังไม่ได้สะสางมาทำสิ เป็นธรรมดาช่วงวันหยุด นักสื่อสารจะมีเวลาตั้งสติ ลองเลือกหยิบงานที่คั่งค้าง ไม่สามารถทำได้ในช่วงที่ผ่านมา เช่น งานเขียน งานวิจัย ลองมานั่งทบทวนแล้วหยิบงานเหล่านี้ ขึ้นมาทำเสียที ก่อนที่จะทับตัวตาย

6. อย่าทำแผนงานสื่อสารแบบลวกๆ สำหรับปีใหม่ ใกล้สิ้นเทศกาลปีใหม่ทีไร งานใหญ่ๆ มักจะรออยู่ โดยเฉพาะเรื่องแผนงาน งบประมาณ จะต้องไตร่ตรอง ตรวจสอบให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะมีการปรับตัวขึ้น ทั้งในด้านงานวิจัย การเขียนข่าว การเยี่ยมเยียนนักข่าว การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และอื่นๆ

ท้ายที่สุด อย่าลืมพักผ่อนปีใหม่ให้สุดเหวี่ยง สมกับเครียดงานมาทั้งปี

อิทธิพลแห่ง Social Media ต่อการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการช่วงเทศกาลวันหยุด 0 179

CrowdTap Social Media Agency แห่งอังกฤษ ได้จัดทำการสำรวจบทบาทของ Social Media ต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง จำนวน 3,000+ ตัวอย่างทั้งเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของ การสร้างแรงบันดาลใจ การค้นหาโปรโมชั่นพิเศษ การแบ่งปันเรื่องราว และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

จากผลการสำรวจพบว่า

  • กลุ่มตัวอย่างใช้ Social Media ในการค้นหาของขวัญหรือซื้อสินค้า/บริการ 76%  เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา
  • กลุ่มเพื่อนและครอบครัวมีอิทธิพลในการซื้อสินค้า/บริการบน Social Media มากถึง 68%

  • การใช้ Social Media กลุ่มตัวอย่างใช้ pinterest ในการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อด้วยตะลุยอ่าน blog ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ก่อนจะหาโปรโมชั่นเด็ดๆ จาก facebook และเมื่อซื้อแล้วก็จะเผยแพร่ผ่าน instagram
  • กลุ่มตัวอย่างบอกว่า facebook มีอิทธิพลต่อการช้อปปิ้งมากสุด 59%
  • ที่สำคัญปีนี้ กลุ่มตัวอย่างช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเป็น 67% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24% โดยสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างทำบน Social Media ในโทรศัพท์ได้แก่ เปรียบเทียบราคา เก็บภาพสินค้าหรือบริการ  แบ่งปันดีลพิเศษผ่าน Social Media และ text สอบถามเพื่อนก่อนตัดสินใจซื้อ