4 บทเรียนการตลาดจาก One Direction, Katy Perry, Taylor Swift และ Beyonce’ 0 603

ในฐานะเจ้าของธุรกิจเล็กๆ คงจะไม่มีเด็กสาววัยรุ่นมายืนกรี๊ดหน้าร้าน เหมือนห้องพักในโรงแรมของวง One Direction ไม่มีคนมาแห่ซื้อของกันแน่นร้าน เหมือนคอนเสิร์ตของ Beyoncé  หรือไม่มีคนมา follow ตามติด twitter หรือ instagram เหมือน Katy Perry

ก็โอเคนะ เพราะคุณไม่ได้เป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง หรือ เป็น icon ระดับซุปตาร์ ที่สำคัญคุณไม่ได้มีตลาดกลุ่มเป้าหมายเป็นเช่นน้ัน

แต่ส่ิงที่ทำได้คือ นำกลยุทธ์ของเหล่าศิลปินชื่อดังเหล่านี้มาประยุกต์ใช้

1. ทำให้ social media fans หลงคุณเหมือนกับ One Direction. การใช้สื่อสังคมออนไลน์ จะต้องให้ความสำคัญในด้านการสร้างความเชื่อมโยง เกี่ยวข้อง หรือปฏิสัมพันธ์กันทั้งในแง่ความรู้สึกและวิถีชีวิต รวมทั้งตอกย้ำอย่างสม่ำเสมอ จนเกิดพฤติกรรมที่ต้องการ

กลยุทธ์สำคัญคือ : ทุกโพสต์ที่เกิดขึ้นจะต้องตอบสนองต่อความต้องการหรือเน้นความสำคัญไปยังกลุ่มเป้าหมายมากกว่าตนเอง ลองใช้กฎ 70/30 ดูสิ (70% ให้ความสำคัญต่อกลุ่มเป้าหมาย อีก 30% บอกสิ่งที่ตนเองต้องการ) เช่น

ให้คำชื่นชม  : หนึ่งข้อความหลังคอนเสิร์ต เขาโพสต์ว่า ขอบคุณนะที่ทุกคนมาดูคอนเสิร์ต พวกคุณทุกคนสุดยอดมาก แล้วพบกันใหม่นะ

เริ่มสนทนา สร้างปฏิสัมพันธ์ : หนึ่งข้อความหลักจากที่ออกอัลบั้มใหม่ เขาโพสต์ว่า หากคุณมีอัลบั้มใหม่ของเรา ส่งรูปของคุณกับหน้าปกอัลบั้มใหม่มาให้เราดูหน่อยสิ

2. พัฒนาแบรนด์แบบ Katy Perry รู้หรือไม่ Katy Perry มีคนติดตามบน Twitter  มากที่สุดคนหนึ่ง สิ่งที่สร้างเธอให้แตกต่างจากคนอื่นนั่นคือ แบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยลักษณะที่เต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่า cheerfulness ดูเหนือจริง theatricality และเต็มไปด้วยพลัง energy.

ไม่จำเป็นต้องใส่วิกสีชมพู แต่ตัวด้วยสีคัพเค้ก แต่หนทางสู่ความสำเร็จคือ การสร้างความศรัทธาหรือเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และนี่คือวิถีแห่ง Katy perry ที่คุณควรเรียนรู้เป็นแนวทาง

ส่งสารข้อความหลักอย่างสม่ำเสมอ หลายๆ ครั้งองค์กรอาจจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาขาย การส่งสารด้วย บรรจุภัณฑ์ ก็เป็นหนทางหนึ่งในการส่งสารไปยังผู้บริโภคก็ได้ หรือ ในแง่ออนไลน์ การตอกย้ำด้วย โลโก้ สี ฟอนต์ และเนื้อหาก็จะสร้างความแตกต่างของแบรนด์เราได้เหมือนกัน

สื่อสารให้พบเห็นได้ทุกที่ เหมือนกับ Katy Perry, Coca-Cola และ Nike เพราะไม่ว่าคุณจะไปไหนก็มักจะเห็นแบรนด์เหล่านี้ เช่นเดียวกัน Katy Perry เมื่อมีอัลบั้มใหม่ ก็จะไปปรากฎตัวในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นรายการทอล์คโชว์ สื่อออนไลน์ ไปออกงานต่างๆ ดังนั้น องค์กรของคุณก็ควรจะพิจารณาในเรื่อง SEO หรือทำอย่างไรก็ได้ให้ search engine ทำงาน และกลุ่มเป้าหมายเห็นคุณในทุกครั้ง

3. ขยันผูกมิตรแบบ Taylor Swift. Taylor Swift ได้ชื่อว่าเป็นสาวที่น่ารักเป็นมิตร และดูเป็นคนจริงๆ ที่สำคัญเธอให้ความเป็นกันเองกับเหล่าแฟนคลับเป็นอย่างมาก ชนิดที่เรียกได้ว่า แถบจะป้อนข้าวให้แฟนคลับ รวมทั้งเธอยังไปเป็นมิตรกับเหล่าคู่แข่งคนสำคัญหลายๆ คน อย่าง  Lorde และ Selena Gomez ด้วยความเป็นมิตรนี้เอง ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนจากเหล่ามิตรและแฟนคลับเธอเป็นอย่างมาก

The Making of #Delicate ✨ #reputation #TaylorSwiftNOW

A post shared by Taylor Swift (@taylorswift) on

เช่นเดียวกับกับธุรกิจของเรา เป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้างสัมพันธ์อันดีกับเหล่ามิตร แต่มิตรเหล่านั้นคือใครบ้าง คุณลองมองหาผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจของคุณดูสิ และผูกมิตรกับเขาเหล่านั้นไว้ เพราะเขาเหล่านี้ละ จะส่งเสริม สนับสนุน และแนะนำธุรกิจคุณให้แก่คนที่เขารู้จัก

4. ขายให้เก่งอย่าง Beyoncé. ปีที่แล้ว Beyoncé ออกอัลบั้มใหม่โดยไม่ใช้งบการตลาดและโปรโมชั่นใดๆเลย เพราะบางครั้ง การไม่มีโปรโมชั่นใดๆ ก็เป็นการโปรโมตโดยอัตโนมัติเหมือนกันนะ ทำให้เหล่าแฟนคลับรู้สึกว่าจะต้องรีบซื้ออัลบั้มโดยด่วน ส่งผลให้ยอดขายทะลุ  828, 773  แผ่นใน 1 สัปดาห์

แต่สำหรับองค์กรเล็กๆ อย่างเรา อาจจะมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ และกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายซื้อของเราขึ้นบ้างก็ได้ เช่น

ของแจก ของแถม เช่น ซื้อวันนี้ ส่งให้ฟรี จากผลวิจัยพบว่า คนชอบให้ส่งของฟรีภายใน 1 วัน หรือ ยินดีรับคืนหากไม่พอใจ หรือ ยินดีรับเปลี่ยนสินค้า มากกว่าการลดราคา

ลดแรง ช่วงสั้นๆ เป็นหน้าที่ของนักการตลาดจะต้องหากลยุทธ์ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าต้องรีบซื้อโดยทันใด ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาแบบสุดๆ เฉพาะไอเท็ม หรือลดสุดๆ เฉพาะวัน หรือลดภายใต้เงื่อนไข ทั้งนี้ นักการตลาดต้องไปหากลุยทธ์ต่อไป

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

6 สิ่งที่ควรและไม่ควรประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาล 0 1804

ในหนึ่งปีมีหลายเทศกาลเหลือเกินแต่จะมีเทศกาลใหญ่ๆ ที่เป็นวันหยุดยาวเพียงไม่กี่ช่วง นั่นละ ต้องระวังมาก สำหรับนักสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในฐานะนักประชาสัมพันธ์มือโปร หรือ นักสื่อสารมือฉมัง สิ้นปีนี้ เราควรจะทำอะไรดี ถีงจะมีประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด

ลองมาพิจารณา 6 ข้อแนวทางที่ควรทำและไม่ควรทำในช่วงเทศกาลต่างๆ กัน โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่จะถึง

1. เล่นกับ Theme เทศกาลนั้น บางธุรกิจ บางองค์กร อาจจะเล่นได้ดูเข้าท่ามากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะโหนกระแสเทศกาลนั้นๆ ไปด้วย แต่ลองพิจารณาให้ดีว่า จะเอาเนื้อหาองค์กรสอดแทรกไปได้อย่างไร

2. งบการตลาดเหลือ โยนมาให้ที่ประชาสัมพันธ์ หากองค์กรมีงบการตลาดเหลือ เจียดงบดังกล่าวมาให้ประชาสัมพันธ์บ้าง เพราะบางทีการตลาดอาจไม่มีอะไรจะเปิดตัวแล้ว ไม่มีสินค้าใหม่ ทำไมไม่ให้ประชาสัมพันธ์สร้างสรรค์เนื้อหาดีๆ ให้ละ อาจจะเป็น บทความเชิงสังคม เรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับลูกค้าจากการใช้สินค้าขององค์กร (ให้หน้าเขาหน่อย) หรือ จะเป็นภาพ infographic เก๋ๆ ก็ได้

3. อย่าจัดงานแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์หรือประกาศสิ่งใดๆ ในช่วงเทศกาลเป็นอันขาด จำไว้เดือนต้องห้ามของการสื่อสารเด่นๆ ประจำปี นั่นคือ เดือนธันวาคม เพราะเต็มไปด้วยวันหยุด วันสำคัญ หากองค์กรไม่ได้มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับวันสำคัญหรือเทศกาลดังกล่าว หลบไปจะดีกว่า เพราะนักข่าวเอง ก็เริ่มลาพักกันบ้างแล้ว เหมือนกันกับพวกเรา การประกาศหรือเปิดตัวอะไรในช่วงนี้ หลบหน่อยก็จะดีกว่า เก็บไว้ทำเดือนหน้าบ้างก็ได้

4. หากจำเป็นต้องจัดงานหรือส่งหมายข่าว พยายามไตร่ตรองให้รอบคอบ เรื่องเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ควรพิจารณาอาจจะเป็นก่อนวันหยุดยาวหรือหลังจากนั้นก็ได้ เช่นเดียวกับการส่งอีเมล์ หลีกเลี่ยงการส่งอีเมล์วันจันทร์ เพราะเชื่อได้เลยว่า หลายร้อยอีเมล์รอนักข่าวเปิดอ่านอยู่หากไม่ต้องการให้ข่าวของเราหรือหมายงานเราอยู่ในคิวอันยาวเหยียด ทำไมไม่ลองส่งวันอังคารหรือวันพุธดูบ้างละ

5. ใช้เวลาวันหยุดให้เกิดประโยชน์ นำงานที่ยังไม่ได้สะสางมาทำสิ เป็นธรรมดาช่วงวันหยุด นักสื่อสารจะมีเวลาตั้งสติ ลองเลือกหยิบงานที่คั่งค้าง ไม่สามารถทำได้ในช่วงที่ผ่านมา เช่น งานเขียน งานวิจัย ลองมานั่งทบทวนแล้วหยิบงานเหล่านี้ ขึ้นมาทำเสียที ก่อนที่จะทับตัวตาย

6. อย่าทำแผนงานสื่อสารแบบลวกๆ สำหรับปีใหม่ ใกล้สิ้นเทศกาลปีใหม่ทีไร งานใหญ่ๆ มักจะรออยู่ โดยเฉพาะเรื่องแผนงาน งบประมาณ จะต้องไตร่ตรอง ตรวจสอบให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะมีการปรับตัวขึ้น ทั้งในด้านงานวิจัย การเขียนข่าว การเยี่ยมเยียนนักข่าว การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และอื่นๆ

ท้ายที่สุด อย่าลืมพักผ่อนปีใหม่ให้สุดเหวี่ยง สมกับเครียดงานมาทั้งปี

อิทธิพลแห่ง Social Media ต่อการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการช่วงเทศกาลวันหยุด 0 179

CrowdTap Social Media Agency แห่งอังกฤษ ได้จัดทำการสำรวจบทบาทของ Social Media ต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง จำนวน 3,000+ ตัวอย่างทั้งเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของ การสร้างแรงบันดาลใจ การค้นหาโปรโมชั่นพิเศษ การแบ่งปันเรื่องราว และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

จากผลการสำรวจพบว่า

  • กลุ่มตัวอย่างใช้ Social Media ในการค้นหาของขวัญหรือซื้อสินค้า/บริการ 76%  เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา
  • กลุ่มเพื่อนและครอบครัวมีอิทธิพลในการซื้อสินค้า/บริการบน Social Media มากถึง 68%

  • การใช้ Social Media กลุ่มตัวอย่างใช้ pinterest ในการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อด้วยตะลุยอ่าน blog ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ก่อนจะหาโปรโมชั่นเด็ดๆ จาก facebook และเมื่อซื้อแล้วก็จะเผยแพร่ผ่าน instagram
  • กลุ่มตัวอย่างบอกว่า facebook มีอิทธิพลต่อการช้อปปิ้งมากสุด 59%
  • ที่สำคัญปีนี้ กลุ่มตัวอย่างช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเป็น 67% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24% โดยสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างทำบน Social Media ในโทรศัพท์ได้แก่ เปรียบเทียบราคา เก็บภาพสินค้าหรือบริการ  แบ่งปันดีลพิเศษผ่าน Social Media และ text สอบถามเพื่อนก่อนตัดสินใจซื้อ