7 บทเรียนการสื่อสารภาวะวิกฤต จาก The Hunger Game 0 475

กระแสภาพยนตร์เรื่องนี้ สุดแสนจะดัง ตั้งแต่ยังไม่เข้าฉาย กวาดรายได้ทั้งจากยอดขายหนังสือปาเข้าไปกว่า 50 ล้านเล่ม ยอดจองตั๋วหนังก่อนเข้าฉายมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

รวมทั้งยิ่งดังเข้าไปใหญ่ในประเทศไทยจากกิจกรรม ชู 3 นิ้ว ทำให้โรงภาพยนตร์บางโรงต้องยกเลิกฉาย

สำหรับใครที่ไม่เคยรู้จัก หรือไม่เคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอแนะนำให้เข้าไปอ่านเรื่องย่อได้โดยคลิกที่ เกมล่าเกม

หลังจากทราบเรื่องราวแล้ว จะขอสรุปสาระสำคัญบทเรียนด้านการสื่อสารภาวะวิกฤตจากภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ 7 ข้อดังนี้

1. โฆษกองค์กร คือ ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ จะทำให้เรื่องดีขึ้นหรือเลวร้ายลง

Katniss Everdeen กลายเป็นฮีโร่จำเป็น หลังจากที่ได้อาสาไปแข่งขันในเกมแทนน้องสาว แม้ว่าใจจริงของเธอไม่ได้ต้องการจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติใดๆ ทว่าชาวพานัมต่างผูกพันและรับฟังเธอในฐานะโฆษกที่ยิ่งใหญ่ ตัวแทนแห่งพลเมืองพานัม

เช่นเดียวกัน ผู้บริโภคต่างแสวงหาหรือต้องการที่จะทำธุรกิจกับบุคคลหรือองค์กรที่เขารู้จัก ชื่นชอบและเชื่อมั่นศรัทธา ผู้บริโภคยินดีที่จะให้อภัยและเข้าใจผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์หรือการกระทำ ดังนั้น โฆษกองค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องมีความชัดเจน โปร่งใส ในทุกการกระทำที่เกิดขึ้น

2. ใช้ ความหวัง ในการสื่อสาร อย่าสร้าง ความหวาดกลัว

President Snow รู้ดีว่า การสร้างแต่ความหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว จะไม่มีทางสำเร็จในการยึดกุมอำนาจ จึงเป็นเหตุให้เกิดการจัดแข่งขันในเกมขึ้น เพื่อสร้างพลังสัญลักษณ์แห่งความหวังให้เกิดขึ้นในแต่ละเขตเมืองปกครองต่างๆ

ความสำเร็จในการสื่อสารภาวะวิกฤต สามารถทำให้ความเสียหายลดน้อยลงได้ ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อนื่อง แบ่งปันข้อมูลต่างๆที่เกิดขึ้น ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเน้นการสื่อสารเชิงรุก หรือ ให้ข้อมูลก่อนที่นักข่าวหรือผู้บริโภคจะร้องขอ นั่นเอง

3. อย่าหักหลัง

“Katniss, เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขัน จำไว้เสมอว่า ใครคือศัตรูที่แท้จริงของคุณ” –Haymitch Abernathy

การแอบซุกคู่แข่ง ลูกค้า พนักงาน นักข่าว ไว้ใต้พรม จะทำให้องค์กรคุณยิ่งอ่อนแอ ดังนั้น การมองกลุ่มคนเหล่านี้แบบโลกสวย จะช่วยคุณได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน คอยดูให้ดีว่าจะมีข้อมูลเชิงลบใดบ้างที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วหาทางจัดการหรือแสวงหาคำตอบอย่างใจเย็น ก็จะช่วยองค์กรคุณได้ดี

เพราะศัตรูที่แท้จริงของคุณ คือ เหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ คู่แข่ง ลูกค้า พนักงาน หรือนักข่าว นะ

4. เลือกกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์

แต่ละเขตในภาพยนตร์ต่างหากลยุทธ์เพื่ออยู่รอด แต่คนที่ศึกษาสภาพแวดล้อมของศัตรูได้ดีที่สุด จะอยู่ได้นานที่สุด

เช่นเดียวกัน องค์กรควรจะดูสถานการณ์วิกฤต ณ ขณะนั้น ว่าควรจะใช้กลยุทธ์ใดก่อนที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก วิธีการง่ายๆ คือ จะต้องคอยตรวจสอบข่าว แนวโน้ม กระแส (News Monitoring) ความกังวลของผู้บริโภค เป็นต้น เพื่อให้นักสื่อสารจะได้หาหนทางในการจัดเตรียมและแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด

5. อย่าโกหก

เป็นธรรมชาติ เมื่อถึงภาวะวิกฤต การโกหก จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น กลยุทธ์นี้ไม่เคย Work เพราะการโกหก จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่ขาดฝันเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเรื่องราวถูกขุดคุ้ยมากขึ้น จะทวีคูณความรุนแรง เกินกว่าที่จะแก้ไขได้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อ Katniss ได้สร้างกระแสว่าตนเองรักกับ Peeta ทุกคนคงเห็นว่า เกิดอะไรขึ้นตามมา

6. จุดเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะอ่อนแอที่สุดขององค์กร นั่นละ คือ ตัวตนขององค์กรที่แท้จริง

ดังคำกล่าวของ Katniss ที่ว่า เมื่อไฟไหม้ พวกเรา คุณนั่นละ จะไหม้ไปพร้อมกับเราด้วย “Fire is catching! And if we burn, you burn with us!”

หัวใจขององค์กรนั่นคือ พนักงานทุกคนตั้งแต่ระดับผู้ใต้บังคับบัญชา จนถึงผู้บริหารระดับสูง จงระวังไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้เกิดวิกฤตใดๆ ขึ้นได้กับกลุ่มคนเหล่านี้ ทั้งนี้ พีอาร์ มีหน้าที่จะต้องคอยสอดส่องและดูแล จัดการสื่อสารก่อนปัญหาจะลุกลามใหญ่โต

7. ถ้าคุณจัดการมันได้ จึงเข้าไปเล่นกับไฟ หรือ อย่าเล่นกับไฟ หากคุณไม่อยากจะไหม้

แม้ว่า President Snow จะพยายามบอกและเตือน Katniss ถึงความจริงอันโหดร้ายของสงครามและผลที่จะตามมาจากการปฏิวัติ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับ Katniss ได้ในที่สุด แต่กลับเกิดเหตุการณ์ตรงกันข้ามและร้ายแรงยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับองค์กร หากคุณไม่สามารถประเมินเหตุการณ์ที่ชัดเจนได้จากการกระทำขององค์กรว่า ทำอย่างนี้ แล้วผลจะเป็นอย่างไรในภาวะวิกฤต หรือ ทำแล้ว ผลที่จะเกิดสามารถเกิดขึ้นได้ในกี่ทิศทาง แต่ละทาง มีแนวทางจัดการได้อย่างไรบ้าง ฉะนั้น เมื่อเห็นแล้วว่า ทำแล้วจะเกิดไฟไหม้ขึ้น ก็อย่าทำจะดีกว่า เพราะหากลุกลามใหญ่โต แล้วจะจัดการยากยิ่งขึ้น

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

6 สิ่งที่ควรและไม่ควรประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาล 0 1804

ในหนึ่งปีมีหลายเทศกาลเหลือเกินแต่จะมีเทศกาลใหญ่ๆ ที่เป็นวันหยุดยาวเพียงไม่กี่ช่วง นั่นละ ต้องระวังมาก สำหรับนักสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในฐานะนักประชาสัมพันธ์มือโปร หรือ นักสื่อสารมือฉมัง สิ้นปีนี้ เราควรจะทำอะไรดี ถีงจะมีประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุด

ลองมาพิจารณา 6 ข้อแนวทางที่ควรทำและไม่ควรทำในช่วงเทศกาลต่างๆ กัน โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่จะถึง

1. เล่นกับ Theme เทศกาลนั้น บางธุรกิจ บางองค์กร อาจจะเล่นได้ดูเข้าท่ามากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะโหนกระแสเทศกาลนั้นๆ ไปด้วย แต่ลองพิจารณาให้ดีว่า จะเอาเนื้อหาองค์กรสอดแทรกไปได้อย่างไร

2. งบการตลาดเหลือ โยนมาให้ที่ประชาสัมพันธ์ หากองค์กรมีงบการตลาดเหลือ เจียดงบดังกล่าวมาให้ประชาสัมพันธ์บ้าง เพราะบางทีการตลาดอาจไม่มีอะไรจะเปิดตัวแล้ว ไม่มีสินค้าใหม่ ทำไมไม่ให้ประชาสัมพันธ์สร้างสรรค์เนื้อหาดีๆ ให้ละ อาจจะเป็น บทความเชิงสังคม เรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับลูกค้าจากการใช้สินค้าขององค์กร (ให้หน้าเขาหน่อย) หรือ จะเป็นภาพ infographic เก๋ๆ ก็ได้

3. อย่าจัดงานแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์หรือประกาศสิ่งใดๆ ในช่วงเทศกาลเป็นอันขาด จำไว้เดือนต้องห้ามของการสื่อสารเด่นๆ ประจำปี นั่นคือ เดือนธันวาคม เพราะเต็มไปด้วยวันหยุด วันสำคัญ หากองค์กรไม่ได้มีประเด็นอะไรที่เกี่ยวข้องสอดคล้องกับวันสำคัญหรือเทศกาลดังกล่าว หลบไปจะดีกว่า เพราะนักข่าวเอง ก็เริ่มลาพักกันบ้างแล้ว เหมือนกันกับพวกเรา การประกาศหรือเปิดตัวอะไรในช่วงนี้ หลบหน่อยก็จะดีกว่า เก็บไว้ทำเดือนหน้าบ้างก็ได้

4. หากจำเป็นต้องจัดงานหรือส่งหมายข่าว พยายามไตร่ตรองให้รอบคอบ เรื่องเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาที่ควรพิจารณาอาจจะเป็นก่อนวันหยุดยาวหรือหลังจากนั้นก็ได้ เช่นเดียวกับการส่งอีเมล์ หลีกเลี่ยงการส่งอีเมล์วันจันทร์ เพราะเชื่อได้เลยว่า หลายร้อยอีเมล์รอนักข่าวเปิดอ่านอยู่หากไม่ต้องการให้ข่าวของเราหรือหมายงานเราอยู่ในคิวอันยาวเหยียด ทำไมไม่ลองส่งวันอังคารหรือวันพุธดูบ้างละ

5. ใช้เวลาวันหยุดให้เกิดประโยชน์ นำงานที่ยังไม่ได้สะสางมาทำสิ เป็นธรรมดาช่วงวันหยุด นักสื่อสารจะมีเวลาตั้งสติ ลองเลือกหยิบงานที่คั่งค้าง ไม่สามารถทำได้ในช่วงที่ผ่านมา เช่น งานเขียน งานวิจัย ลองมานั่งทบทวนแล้วหยิบงานเหล่านี้ ขึ้นมาทำเสียที ก่อนที่จะทับตัวตาย

6. อย่าทำแผนงานสื่อสารแบบลวกๆ สำหรับปีใหม่ ใกล้สิ้นเทศกาลปีใหม่ทีไร งานใหญ่ๆ มักจะรออยู่ โดยเฉพาะเรื่องแผนงาน งบประมาณ จะต้องไตร่ตรอง ตรวจสอบให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่อง ค่าใช้จ่ายที่จะมีการปรับตัวขึ้น ทั้งในด้านงานวิจัย การเขียนข่าว การเยี่ยมเยียนนักข่าว การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และอื่นๆ

ท้ายที่สุด อย่าลืมพักผ่อนปีใหม่ให้สุดเหวี่ยง สมกับเครียดงานมาทั้งปี

อิทธิพลแห่ง Social Media ต่อการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการช่วงเทศกาลวันหยุด 0 179

CrowdTap Social Media Agency แห่งอังกฤษ ได้จัดทำการสำรวจบทบาทของ Social Media ต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง จำนวน 3,000+ ตัวอย่างทั้งเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของ การสร้างแรงบันดาลใจ การค้นหาโปรโมชั่นพิเศษ การแบ่งปันเรื่องราว และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

จากผลการสำรวจพบว่า

  • กลุ่มตัวอย่างใช้ Social Media ในการค้นหาของขวัญหรือซื้อสินค้า/บริการ 76%  เพิ่มขึ้น 17% จากปีที่ผ่านมา
  • กลุ่มเพื่อนและครอบครัวมีอิทธิพลในการซื้อสินค้า/บริการบน Social Media มากถึง 68%

  • การใช้ Social Media กลุ่มตัวอย่างใช้ pinterest ในการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อด้วยตะลุยอ่าน blog ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูล ก่อนจะหาโปรโมชั่นเด็ดๆ จาก facebook และเมื่อซื้อแล้วก็จะเผยแพร่ผ่าน instagram
  • กลุ่มตัวอย่างบอกว่า facebook มีอิทธิพลต่อการช้อปปิ้งมากสุด 59%
  • ที่สำคัญปีนี้ กลุ่มตัวอย่างช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเป็น 67% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24% โดยสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างทำบน Social Media ในโทรศัพท์ได้แก่ เปรียบเทียบราคา เก็บภาพสินค้าหรือบริการ  แบ่งปันดีลพิเศษผ่าน Social Media และ text สอบถามเพื่อนก่อนตัดสินใจซื้อ