4 คนที่คุณควรคุยด้วย ก่อนเขียนข่าวหรือเรื่องราว 0 1962

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปการสร้างสรรค์เนื้อหากลายเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Content marketing. Brand journalism. และ Branded content. เพราะจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสนใจให้เกิดขึ้นในเรื่องราวขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

การสร้างสรรค์เนื้อหานั้น แนวโน้มการเล่าเรื่องราวได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเน้นการเล่าเรื่องให้โดดเด่น มีคุณค่า ลดการขายของ รวมทั้ง ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเอเจนซี่หลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญต่อการศึกษาความคิด ความต้องการของสื่อมวลชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น

หลายๆ ครั้ง นักพีอาร์หรือนักสื่อสาร จะต้องเป็นผู้สร้างสรรค์เรื่องราว เล่าเรื่อง แต่บางครั้งอาจจะพบทางตัน วันนี้ จึงขอนำแนวทางการพัฒนาเนื้อหาและเรื่องราวให้น่าสนใจ โดยการหาแรงบันดาลใจของเรื่องราวจาก 4 กลุ่มคนที่คุณจำเป็นจะต้องไปพูดคุยก่อนจะเขียนเรื่อง แล้วเรื่องของคุณจะน่าสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น

คนที่ออกแบบแนวคิดของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือ สร้างคุณสมบัติใหม่ให้เกิดขึ้น บางกรณี อาจจะเป็นคนที่ก่อตั้งธุรกิจหรือบริษัท บางครั้งอาจจะเป็นทีมพัฒนา หรือ อาจจะเป็นบุคลากรรุ่นบุกเบิกขององค์กร เพราะไอเดียหรือความคิดของกลุ่มคนนี้ จะทำให้เราได้แนวทางการเขียนเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างที่ไม่คาดฝันก็ได้

คนที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงจากแนวคิดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ พิจารณาในทุกขั้นตอนกว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ว่าจะต้องเกิดกระบวนการใดบ้าง แล้วลองไปคุยกับคนเหล่านั้นดู จะได้เรื่องราวอีกมุมมองหนึ่ง ที่อาจน่าประทับใจเกินคาดฝันก็ได้ คนกลุ่มนี้ เช่น ดีไซเนอร์ วิศวกร เป็นต้น

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขาต่างๆ เชื่อว่าหลายองค์กรล้วนมีผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คนเก่าแก่ที่ดูแลองค์กรมานาน จนชำนาญและพบปัญหาเรื่องราวที่ต้องแก้ไขมาโดยตลอด หรือ อาจจะเป็น คนรุ่นใหม่ ที่จะนำไอเดียใหม่ๆ หรือ ความเชี่ยวชาญใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในองค์กร

ลูกค้าขององค์กร  ลองพิจารณาดูว่า ผลิตภัณฑ์ บริการ ขององค์กร สามารถช่วยแก้ปัญหาใดให้แก่คนกลุ่มใดหรือแบบใดบ้าง และค้นหาว่าทำไมเขาถึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร อะไรที่แตกต่าง สร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตของเขา รวมทั้งสิ่งใดที่จะทำให้เขาสัตย์ซื่อต่อเรา

ลองฟังความคิดของคนกลุ่มนี้ดู แล้วจะพบว่า มีเรื่องให้เขียนอีกมากมายในมุมของนักพีอาร์และนักสื่อสาร

Previous ArticleNext Article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นักสื่อสาร ดาวน์โหลดหรือยัง! (ภาพพระราชทาน) พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 0 8834

นักสื่อสาร ดาวน์โหลดหรือยัง! พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ภาพพระราชทาน) สำหรับใช้ในงานประชาสัมพันธ์ต่างๆ อย่างถูกต้องและสมพระเกียรติ คลิกดาวน์โหลดไฟล์คุณภาพสูงจำนวน 12 ภาพ เพื่องานสิ่งพิมพ์

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ภาพพระราชทาน) เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพคุณภาพสูงได้ที่ http://goo.gl/DAs69u
ชมตัวอย่างภาพด้านล่าง (ไฟล์ขนาดย่อ)

influAnswer การตลาดระบาดสังคม 2018 ทางออกนักสื่อสาร 0 25768

ตอนนี้ใครๆ ก็พูดถึง Influencer ใครๆ ก็เลือกใช้ Influencer แต่มาถูกทาง หรือใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของนักสื่อสารที่ต้องวางแผนกันให้ดี “แนวทางการเลือกใช้ Influencer ปัจจุบัน จึงคาดหวังถึงการสร้างกระแสสังคม นำทิศทางของสังคม เฉกเช่น การเกิดโรค ที่เกิดการระบาดในวงสังคม” ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดในงานสัมมนา Influ-answer คำตอบ(ไหน) ที่ใช่… เมื่อใช้อินฟลูเอนเซอร์ 

คุณอรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ Adapter Digital Agency กล่าวถึง Influencer โดยภาพรวมว่า Influencer หมายถึง คนที่สามารถมีอิทธิพลต่อกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม ไม่ยึดติดกับช่องทาง หรือ Platform และเมื่อกล่าวถึงภาพรวมของ Influencer สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตั้งแต่ Mega Influencer (ผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน Macro Influencer (ผู้ติดตามน้อยกว่า 1 ล้านคนแต่มากกว่า 1 หมื่นคน) และ Micro Influencer (ผู้ติดตามน้อยกว่า 1 หมื่นคน)

ช่องทาง หรือ platform ที่เอเจนซี่เลือกใช้ปัจจุบัน ใช้ทุกช่องทาง แต่พิจารณาเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากลักษณะของช่องทาง เช่น

  • Facebook คนเลือกที่จะอ่านเนื้อหา เรานำเสนอเนื้อหาอย่างไร
  • Youtube เป็นช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายจะเลือกติดตามบุคคล หรือ เจ้าของช่องนั้นๆ
  • Instagram ส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายมักจะติดตามดารา หรือคนที่มีสไตล์
  • Twitter ได้รับความสนใจมากในกลุ่มผู้ติดตามศิลปินเกาหลี และเรื่องราวดราม่าต่างๆ

ดังนั้น ในฐานะนักสื่อสาร จะต้องพิจารณาเลือกช่องทางให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงของการพึ่งพาช่องทางใด ช่องทางหนึ่ง

ด้านงบประมาณสื่อดิจิทัล กลุ่มลูกค้าหลายราย จัดสรรงบส่วนหนึ่งมาให้ในส่วน Influencer ประมาณร้อยละ 30 แต่มีการพิจารณาเลือกใช้ที่เปลี่ยนแปลงต่างจากเดิม เมื่อก่อน อาจมีการเลือกใช้ดารากันมาก ใครใช้ดาราดัง ก็สามารถสร้างแบรนด์ให้ดัง คนอยากลองสินค้าได้มาก แต่ กลุ่มเอเจนซี่ มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป

Influencer ไม่ใช่ Presenter หรือ เป็นแค่เพียง Production House

การวัดผล หรือประเมินผล อยากให้นักสื่อสารมองที่วัตถุประสงค์เป็นหลักว่าเลือกใช้ Influencer เพื่ออะไร และอย่างไร ทั้งนี้ การวัดผลโดยภาพรวมแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1) Engagement ว่าด้วยเรื่องการ like การ share 2) Behavior การประเมินผลด้านกิจกรรม เช่น ทำให้คนเข้าไปหน้าร้านเพิ่มมากขึ้น คนเข้าไปหน้าหลักของเว็บไซต์มากขึ้น เป็นต้น ทั้งสองส่วนนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง Interaction ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของการจ้าง Influencer นั่นเอง คุณอรรถวุฒิกล่าวสรุป